
คลี่แผน'กระชับสันติสุข''รอมฎอน'ชายแดนใต้
คลี่แผน'กระชับสันติสุข' 'รอมฎอน'ชายแดนใต้ : สมชาย สามารถ,สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน
ห้วงแห่งเดือนรอมฎอนถือเป็นช่วงของการรักษาความบริสุทธิ์ สงบและสันติ ซึ่งในปีนี้วันที่ 1 เดือนรอมฎอน ปีฮิจเราะห์ศักราช 1435 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2557 ตามประกาศของสำนักจุฬาราชมนตรี
"การคืนความสุขให้คนไทย" ในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กุมอำนาจบริหารประเทศ จึงตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยทั้งในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ปลายด้ามขวานเป็นกรณีพิเศษ แต่ละภาคส่วนจึง "กระชับพื้นที่" เพื่อให้เกิดสันติสุขในพื้นที่อย่างจริงจัง
ย้อนข้อมูลช่วงรอมฎอนปี 2556 พบว่า เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ทั้งสิ้น 86 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 29 ราย และได้รับบาดเจ็บ 105 ราย โดยตลอดระยะเวลา 29 วันของเดือนรอมฎอนมีเพียง 11 วันเท่านั้นที่ปลอดจากเหตุความรุนแรง คิดเป็นร้อยละ 37.93 ของเหตุการณ์ทั้งหมด ขณะที่ จ.นราธิวาส เกิดเหตุมากที่สุด 28 เหตุการณ์ คิดเป็นร้อยละ 32.56 รองลงมา จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา 27 เหตุการณ์ คิดเป็นร้อยละ 31.40 เท่ากัน ส่วน จ.สงขลาแค่ 4 เหตุการณ์
สำหรับลักษณะการก่อเหตุมากที่สุดเป็นการใช้วัตถุระเบิด 35 เหตุการณ์ รองลงมาเป็นการใช้อาวุธปืน 31 เหตุการณ์ และการวางเพลิงจำนวน 19 ราย..!
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า อธิบายถึงแผนการรักษาความปลอดภัยที่เป็นรูปธรรมว่า มีการจัดทำแผน 3 ระยะ คือระยะแรกเตรียมการตั้งแต่วันที่ 9-28 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยระยะนี้จะมีการรณรงค์เรื่องการประกอบศาสนกิจ การทำความดีในช่วงรอมฎอน การรวมพลังของผู้นำศาสนา เพื่อประกาศเจตนารมณ์ของผู้นำศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เชิญชวนชาวมุสลิมออกมาประกอบศาสนกิจ และยุติการทำสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง ยุติความรุนแรงทุกชนิด
ทั้งนี้ ในส่วนของทหารก็มีการปรับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มข้น มุ่งเน้นในเรื่องภารกิจเชิงรับ พร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เห็นต่างที่ยังหลบหนีอยู่ได้มีโอกาสมาประกอบศาสนกิจกับครอบครัว แต่ต้องมารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ก่อน
สำหรับระยะที่ 2 คือ ช่วงเดือนรอมฎอน ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน-28 กรกฎาคม ก็จะเป็นการสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาของชาวมุสลิมและชาวพุทธในพื้นที่ เนื่องในวันเข้าพรรษาด้วย รวมถึงบริเวณด่านตรวจก็จะมีสิ่งของอาทิ น้ำดื่ม และอินทผลัมแจกจ่ายให้แก่ผู้สัญจรไปมา ซึ่งไม่สามารถเดินทางไปละศีลอดได้ทันเวลา ก็จะมีการแจกของประเภทนี้ให้ด้วย
ส่วนระยะสุดท้ายคือ หลังจากสิ้นสุดเดือนรอมฎอน จะมีการขยายเวลาตามแผนอีก 10 วัน ซึ่งเป็นช่วงฮารีรายอ ดังนั้น สรุปว่าแผนการรักษาความปลอดภัยในช่วงเดือนรอมฎอนจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 2 เดือน
หากย้อนสถิติให้หลังประมาณ 3-4 ปีที่ผ่านมา ในช่วงทุกปีของเดือนรอมฎอนจะเกิดเหตุการณ์มากและเป็นอย่างนี้ทุกปี โดยเริ่มตั้งช่วงก่อน ระหว่างรอมฎอน โดยเฉพาะช่วงเวลา 10 วันสุดท้าย ก็มักจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นถี่
“เป็นความเชื่อของกลุ่มแนวร่วมที่ถูกบ่มเพาะมาแบบนี้ การก่อเหตุในช่วงรอมฎอนจะได้บุญมาก ซึ่งจะต้องแก้ปัญหากันทั้งระบบ ที่เราเรียกว่าไปจัดการที่ต้นน้ำ ก็คือต้องสร้างความเข้าใจ จะต้องสอนหลักคำสอนทางศาสนาที่ถูกต้อง จะต้องประกาศสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงรอมฎอน ซึ่งต้องเกิดจากการทำความดีเท่านั้น การไปทำร้ายคนอื่นคือว่าผิดหลักศาสนา” นายทหารรายนี้ระบุ
แม้จะมีแผนการอันรัดกุม ทว่าก็ไม่ได้ประมาท พ.อ.ปราโมทย์ ย้ำว่า จากการประเมินสถานการณ์ก็เชื่อว่าในช่วงรอมฎอนปีนี้ ก็จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากเหมือนทุกปี แต่จากมาตรการที่มีการกำหนดของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ได้กำชับในทุกระบบของการรักษาความปลอดภัยจะต้องทำอย่างเข้มแข็ง โดยจะพยายามดึงกำลังภาคประชาชน ก็คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งตั้งเป็นชุดคุ้มครองตำบลเข้ามาสนธิกำลังร่วมด้วย
ขณะที่ พ.อ.นพดล วัชรจิตบวร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 สะท้อนปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่เขตรอยต่อ อ.ธารโต อ.เบตง จ.ยะลา พบว่า กลุ่มก่อความไม่สงบได้หันกลับไปใช้วิธีการลอบก่อเหตุต่างๆ ถี่ขึ้น โดยเฉพาะกับชาวบ้านตามพื้นที่เขตรอยต่อรับผิดชอบของแต่ละหน่วยกำลัง จึงได้ทบทวนและกำชับแผนดูแล เพื่ออุดช่องโหว่ และลดสถิติการก่อเหตุต่อกลุ่มเป้าหมายอ่อนแอ ทั้งชาวไทยพุทธ ครู บุคลากรทางการศึกษา
จึงเป็นที่มาของคำสั่งเฝ้าระวังป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ตามข่าวแจ้งเตือน โดยเตรียมความพร้อมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ กล้องวงจรปิดให้อยู่ในสภาพที่ทำงานได้ ดึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา เข้ามามีส่วนร่วมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน จับตาโดยเฉพาะเหตุลอบวางระเบิดในช่วงวันถือศีลอด
แหล่งข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคง ระบุว่า พบความเคลื่อนไหวของผู้ก่อความไม่สงบที่อาศัยในพื้นที่ บาราเซาะ อ.รันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย จะลักลอบผ่านด่านพรมแดนในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อเตรียมก่อเหตุลอบวางระเบิดในช่วงนี้ จึงกำชับให้หน่วยกำลังตรวจสอบหาข่าวและติดตามความเคลื่อนไหวปฏิบัติการเชิงรุกแล้ว
ในมุมคิดของ นิมุ มะกาเจ ในฐานะผู้นำศาสนาจาก จ.ยะลา เรียกร้องให้ภาครัฐดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่าให้เกิดเหตุการณ์ในช่วงดังกล่าว เนื่องจากในช่วงรอมฎอนจะมีการเดินทางในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะไปมัสยิดที่มีทั้งใกล้และไกล บางแห่งการเดินทางกลับอาจจะเป็นเวลา 3 หรือ 4 ทุ่ม และช่วงเช้าประมาณตี 4-5 ถือเป็นอีกช่วงหนึ่งที่สุ่มเสี่ยง ดังนั้น การอำนวยความสะดวกในการเดินทางถือเป็นเรื่องที่สำคัญ
สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงนี้ นิมุ มองว่า ดีขึ้น มีการทำความเข้าใจดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร และพลเรือน จุดนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจของหน่วยงานภาครัฐมากขึ้น สรุปภาพรวมถือว่าสถานการณ์ดีขึ้น มีความร่วมมือที่สูงขึ้น ในขณะที่ประชาชนก็มาถือศีลอดกันมากขึ้น ซึ่งการที่ประชาชนถือศีลอดมากขึ้น ย่อมเป็นเรื่องที่ดี จึงอยากให้ทุกฝ่ายต่างศาสนิกเข้าใจในจุดนี้ด้วย
“ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีที่ประชาชนได้มีโอกาสฟัง ดู รายการต่างๆ ที่ให้ความรู้เรื่องศาสนาเป็นเรื่องสำคัญมาก ตรงนี้จะช่วยเสริมให้การปฏิบัติถูกต้อง สมบูรณ์ขึ้น สุดท้ายจะส่งผลทางอ้อมในการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” นิมุวิเคราะห์
สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้หลังการเข้ามาบริหารประเทศของคสช. ถือได้ว่าเหตุการณ์ต่างๆ ในพื้นที่ดีขึ้น ชาวบ้านปลายด้ามขวานคุ้นเคยกับการใช้อำนาจทางทหารภายใต้กฎอัยการศึก หรือเคอร์ฟิว แต่การสร้างชุมชนสัมพันธ์ทำให้คนในพื้นที่เข้าใจมากขึ้นในกระบวนการใช้อำนาจของทหาร
ยิ่งแม่ทัพภาคที่ 4 เข้าใจในการบริหารจัดการในพื้นที่ เน้นใช้ความนุ่มนวล ก็จะทำให้สถานการณ์เป็นบวกมากขึ้น บางทีคนใต้อาจจะนอนได้เต็มตาเกินกว่าห้วงเวลาแห่งสันติสุขรอมฎอนนี้ก็เป็นไปได้...!!!
สถิติความรุนแรงช่วงรอมฎอน 2547-2556
ปีที่เกิดเหตุการณ์ เสียชีวิต บาดเจ็บ
ปี 2547 206 142 196
ปี 2548 126 49 51
ปี 2549 109 65 89
ปี 2550 131 82 92
ปี 2551 81 50 56
ปี 2552 121 66 168
ปี 2553 119 43 56
ปี 2554 90 53 75
ปี 2555 99 52 98
ปี 2556 86 29 105
ที่มาจากศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้
...........................
(หมายเหตุ : คลี่แผน'กระชับสันติสุข' 'รอมฎอน'ชายแดนใต้ : สมชาย สามารถ,สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน)



