ข่าว

ป.ป.ช.รอผลสอบข้าวจากคสช.ก่อนเชือด

ป.ป.ช.รอผลสอบข้าวจากคสช.ก่อนเชือด

02 ก.ค. 2557

ป.ป.ช.รอผลสอบข้าวจากคสช.ก่อนเชือด รอคลอดสนช.เตรียมขอแก้กฎหมายปราบโกงแต่แย้งเรื่องไม่ให้มีอายุความ มรภ.ปรับหลักสูตรแก้ทุจริตคอร์รัปชั่น

               เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 ก.ค.2557 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถ.วิภาวดี นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)วางแนวนโยบายช่วยชาวนาเรื่องข้าวและเน้นเรื่องการปราบปรามทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและระบายข้าวว่า ป.ป.ช.ได้ร่วมมือกับคสช.ที่เน้นหนักเรื่องการปราบปรามทุจริตซึ่งสอดคล้องกับหน้าที่ของปปช.อยู่แล้ว ดังจะเห็นได้จากที่คสช.มีการตั้งคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องข้าวป.ป.ช.เองได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยทำงานและสังเกตการณ์อาทิคณะทำงานตรวจสอบบัญชี คณะทำงานตรวจสอบสต๊อกข้าว

               นอกจากนี้ในการตรวจสต๊อกข้าวหรือตรวจค้นโรงสีในพื้นที่ต่างจังหวัดของปปช.เองที่จ.พิจิตรก็ได้ขอความร่วมมือไปยังคสช.เพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ลงพื้นที่ร่วมกัน 

               นายปานเทพ  ยังกล่าวถึงกรณีที่ป.ป.ช.เตรียมเสนอคสช.เพื่อขอแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2554 เพื่อให้งานของ ป.ป.ช.มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ   เช่น กฎหมายต่อยอดจากการที่ไทยเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) กฎหมายเกี่ยวกับอายุความในคดีทุจริต ซึ่งหารือว่าควรจะขยายอายุความให้กว้างขึ้นหรือไม่ ขยายกี่ปี  จากเดิมม.157 อายุความอยู่ที่ 15 ปี หรือม.151 อายุความ 20 ปี และยังมีปัญหาว่ากว่าคดีจะมาถึงป.ป.ช.ก็ช้า และป.ป.ช.เองก็ทำได้ช้า อายุความก็เหลือน้อย หรือคดีขาดอายุความ ดังนั้นคงต้องมีการขอขยายอายุความหรือถึงขั้นไม่มีอายุความเลย แต่กรณีไม่มีอายุความนั้นตนไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะกฎหมายจะต้องมีอายุความเพียงแต่ว่าจะขยายออกไปอย่างไร นอกจากนี้ยังมีเรื่องการติดตามทรัพย์สินคืนระหว่างประเทศ ซึ่งแต่เดิมจะดูในเรื่องของตัวทรัพย์สิน แต่จะขอแก้เป็นการดูที่มูลค่าทรัพย์นั้นด้วย เนื่องจากบางครั้งพบมีการนำทรัพย์สินไปแปลงตลอดจนมีกรณีอื่น ๆ ด้วย

               "กฎหมายบางเรื่องหากออกเป็นประกาศป.ป.ช.ได้ทันทีก็ต้องพิจารณาดำเนินการ  แต่บางเรื่องมีความสลับซับซ้อนก็ต้องเข้าไปอยู่ในกระบวนการของการปฏิรูปกฎหมายหรือสนช." นายปานเทพ กล่าว

 

ป.ป.ช.รอผลสอบข้าวจากคสช.ก่อนเชือด

 

               นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงกรณีการลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกข้าว ว่า ป.ป.ช.เป็นหนึ่งในคณะกรรมการร่วมของ คสช.ในการออกตรวจสต็อกข้าว โดยได้รับมอบหมายเป็นผู้สังเกตการณ์และดำเนินการร่วมในพื้นที่ โดยตรวจสอบตามรายการของคณะกรรมการปิดบัญชีที่มีข้อมูลอยู่ เริ่มแรกได้ขอความร่วมมือไปยัง คสช.ในเรื่องการตรวจสอบปริมาณข้าว ซึ่งดำเนินการร่วมกันในลักษณะคู่ขนานและนำผลการตรวจสอบของ คสช.มาใช้ในงานของ ป.ป.ช.ได้ ที่ผ่านมามีการหารือกับ คสช. ซึ่งได้กำชับให้หน่วยงานภาครัฐดูแลป้องกันการทุจริต หากผู้บังคับบัญชาที่ปล่อยปละละเลยต้องถูกลงโทษทางวินัย เพื่อลดความแตกแยกของสังคม

               ทั้งนี้ ในการตรวจสอบสต็อกข้าวโดย คสช.ที่พบว่าบางโกดังปริมาณข้าวที่มีอยู่ไม่ตรงกับตัวเลขที่รายงานนั้น นายสรรเสริญ ระบุว่า ต้องรอผลการตรวจสอบจาก คสช.ก่อนเพราะยังไม่ทราบในข้อเท็จจริงว่าข้าวที่มีในโกดังตรงกับปริมาณที่แจ้งไว้หรือไม่ ป.ป.ช.จะดูในภาพรวม แต่จะไม่ลงไปตรวจสอบแต่ละโกดัง

 

มรภ.ปรับหลักสูตรแก้ทุจริตคอร์รัปชั่น


               ที่ประชุมอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฎ (ทปอ.มรภ.) จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ช.ช.) กับมหาวิทยาลัยราชภัฎ 40 แห่ง  ดร.นิวัต กลิ่นงาม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี ในฐานะประธานทปอ.มรภ.กล่าวว่า ทปอ.มรภ.เห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริต ซึ่งเป็นภัยของประเทศและสังคม จึงร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะ ป.ป.ช.ที่มีบทบาทหน้าที่โดยตรงในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 
 
               ดังนั้น มรภ.ที่มีนักศึกษากว่า 4 แสนคนน่าจะร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาใช้กลไกลทางการศึกษา แนวทางการดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ เพื่อป้องกันการทุจริต  โดยจะเผยแพร่ความรู้ ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่อาจารย์และบุคลากร เพื่อให้เข้าใจและถ่ายทอดไปยังนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปให้เข้ามามีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริตและร่วมเป็นเครือข่ายป้องกันการทุจริตด้วย นอกจากนั้น  มรภ.แต่ละแห่ง จะปรับโครงสร้างหลักสูตร โดยให้นำเรื่องการปราบปรามการทุจริตเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรในแต่ละรายวิชา รวมถึงสนับสนุนการศึกษาวิจัยและรวบรวมองค์ความรู้การป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระบบการศึกษาเพื่อเป็นข้อมูลให้เด็กรุ่นต่อได้รับรู้ถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

               "ตอนนี้การที่อาจารย์จะไปบอกเด็กว่าการทุจริตไม่ดีหรือไม่ควรกระทำคงไม่ได้ผลแล้ว  เพราะยังมีตัวอย่างคนทุจริตเกิดขึ้นให้เห็นในสังคมอย่างต่อเนื่องจนเป็นความเคยชินของเด็ก  หรือแม้แต่ในกลุ่ม มรภ.เองก็มีการทุจริตให้เห็นอยู่บ้าง แต่ไม่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินจำนวนมากซึ่งอยู่เหนืออำนาจการกำกับดูแลของอธิการบดี หรือไม่ก็เป็นเรื่องการใส่ร้ายป้ายสีซึ่งกันและกัน ซึ่งตรวจสอบยาก  ฉะนั้น ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะทำให้ ระบบการศึกษาช่วยปลูกฝังค่านิยมคุณธรรม จริยธรรมให้นักศึกษาได้ดีขึ้น”ดร.นิวัต กล่าว