ข่าว

'เตีย บันห์'เผย'ประยุทธ์'คุย'ฮุนเซน'ตลอด

'เตีย บันห์'เผย'ประยุทธ์'คุย'ฮุนเซน'ตลอด

02 ก.ค. 2557

'เตีย บันห์'เผย'ประยุทธ์'คุย'ฮุนเซน'ตลอด ปล่อย'วีระ'เหตุไทย-เขมรเข้าใจกันดี ย้ำไม่มีเงื่อนไขชี้เป็นสัญญาณที่ดีของ 2 ประเทศ กต.เตรียมส่งหนังสือหัวหน้าคสช.ขอบคุณ

                 2ก.ค.2557 พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เปิดเผยถึงกรณีที่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ลงนามเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ นายวีระ สมความคิด แกนนำภาคีเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ที่ต้องโทษคุมขังอยู่ที่เรือเปรย์ซอว์ ประเทศกัมพูชานานกว่า 3 ปี ว่า สมเด็จฮุน เซน ได้ลงนามเรียบร้อยแล้ว และได้ปล่อยตัวนายวีระ เดินทางกลับประเทศไทยในวันนี้ ซึ่งการปล่อยตัวครั้งนี้ไม่ได้มีปัญหาหรือมีเงื่อนไขใด ๆ ตอนนี้ขอให้ทุกฝ่ายสบายใจได้ การปล่อยตัวครั้งนี้สาเหตุคือการเข้าใจกันดีของประเทศกัมพูชา และประเทศไทย

                 พล.อ.เตีย บันห์ ยอมรับว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการพูดคุยกับทางกองทัพกัมพูชามาโดยตลอด ซึ่งทั้ง 2 กองทัพมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าที่ผ่านมาจะเกิดปัญหาความไม่เข้าใจกันกันของทั้ง 2 ประเทศก็ตาม  แต่ทั้ง 2 ประเทศก็พยายามแก้ไขปัญหาความไม่เข้าใจกัน จนขณะนี้มีความเข้าใจกันมากขึ้นตามลำดับ ถือเป็นสัญญาณที่ดีของทั้ง 2 ประเทศ

                 เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีการต่อสายถึง สมเด็จฮุน เซน และพล.อ.เตีย บันห์ เพื่อให้ปล่อยตัวนายวีระหรือไม่ พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกันทุกเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาความไม่เข้าใจกันในการทำงานในพื้นที่บริเวณตามแนวชายแดนกัมพูชาและไทย ตนอยากให้มองว่าทั้ง 2 ประเทศ เป็นมิตรที่ดีต่อกัน ไม่มีปัญหาอะไร การพูดคุยกันถือเป็นสิ่งที่ดี

                 เมื่อถามย้ำว่า สมเด็จฮุน เซน ให้ความเห็นในการปล่อยตัวนายวีระอย่างไร พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวว่า สมเด็จฮุน เซน พยายามทำทุกอย่างให้เกิดความเรียบร้อย ตอนนี้เราไม่มีปัญหาอะไรต่อกัน เรามีความสัมพันธ์ที่ดี

 

กต.เตรียมส่งหนังสือหัวหน้าคสช.ขอบคุณ'ฮุนเซน'

                 ที่ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ  กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ส่งหนังสือขอบคุณกัมพูชาที่พิจารณาปล่อยตัวนายวีระ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าว แต่กระทรวงการต่างประเทศกำลังร่างหนังสือส่งให้ทางกัมพูชาเพื่อเป็นการขอบคุณ

                 นอกจากประเด็นนายวีระแล้วยังมีการหารือยังได้มีการหารือกับสมเด็จฮุน เซนเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือการปฏิบัติตามคำสั่งของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลก ในคดีตีความคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร ซึ่งเรื่องนี้กัมพูชาให้ความสำคัญ กระนั้นกัมพูชาเองก็เข้าใจว่าสถานการณ์ขณะนี้อาจจะยังเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการตามกระบวนการภายในของไทย

                 อย่างไรก็ดีสมเด็จฮุนเซน เห็นว่า เรื่องการดำเนินการตามคำวินิจฉัยของศาลโลกยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนในขณะนี้ แต่ก็จะยึดตามแนวทางที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ คือจะมีการหารือกัน แต่ขึ้นกับความพร้อมของฝ่ายไทยก่อน

                 "ผู้นำกัมพูชาไม่ได้มีท่าทีที่เปลี่ยนไปต่อการให้ไทยดำเนินการตามคำสั่งศาลโลกกรณีพระวิหาร แต่ฝ่ายกัมพูชาแสดงความเข้าใจว่า เราจะต้องมีรัฐบาลเสียก่อน จะนำเรื่องเข้าสู่คณะรัฐมนตรีหรือครม.ได้พิจารณาตามขั้นตอนและนำยื่นเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา อย่างไรก็ตามการที่ฝ่ายไทยจะต้องใช้เวลาในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างถูกต้องตามกระบวนประชาธิปไตยก็จะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อการปฏิบัติตามคำสั่งศาลโลก เนื่องจากคณะทำงานฝ่ายไทยก็ได้ดำเนินการเป็นการภายในอย่างต่อเนื่อง โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงสำรวจพื้นที่ขอบเขตบริเวณใกล้เคียงปราสาทพระวิหาร (promontory) เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก ได้หารือกับที่ปรึกษากฎหมายชาวต่างชาติของไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับฝ่ายไทย โดยกระบวนการเจรจากับกัมพูชายังไม่เริ่มต้นขึ้น แต่ก็ไม่ช้าแน่นอน"  นายสีหศักดิ์  กล่าว

                 ในด้านการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันนั้น นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ได้เน้นในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงพื้นที่คมนาคม ซึ่งกัมพูชาให้ความสำคัญกับโครงการที่ไทยกำลังดำเนินการอยู่คือการสร้างรถไฟจากอรัญประเทศไปที่คลองลึกและจะมีการสร้างสะพานรถไฟจากคลองลึก ไปที่ปอยเปต เพื่อส่งเสริมการไปมาหาสู่ระดับประชาชน และการค้าชายแดน นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการเปิดด่านถาวรเพิ่มบริเวณหนองเอียน - สตรึงบถ ด้วย

                 ในการหารือยังได้มีการหยิบยกเรื่องการลักลอบตัดไม้บริเวณชายแดน ซึ่งที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่ชาวกัมพูชาเข้ามาลักลอบตัดไม้ ทำให้เกิดมีเหตุปะทะ และมีชาวกัมพูชาเสียชีวิต โดย นายสีหศักดิ์ได้ยืนยันนโยบายของไทยว่า เจ้าหน้าที่จะใช้ความอดกลั้น จะไม่ใช้กำลังเข้าไปจับกุมหรือดำเนินการใดๆให้เกิดความรุนแรง ขณะเดียวกันจะจัดให้มีประชุมคณะกรรมการระดับชาติขึ้นเพื่อกำหนดแนวนโยบายแก้ปัญหา รวมทั้งจะมีการร่วมลาดตระเวน เพื่อป้องกันปัญหาการลักลอบเข้ามาตัดไม้ในฝั่งไทย

 

คสช.เตรียมทำหนังสือขอบคุณ'กัมพูชา'

 

                เมื่อเวลา 15.30 น. พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะคณะทำงานโฆษกคสช. กล่าวว่า ทางหัวหน้าคสช.จะทำหนังสือขอบคุณกัมพูชาทุกความร่วมมือในทุกด้านในช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งปัญหาแรงงานและกรณีนายวีระ ซึ่งทางกัมพูชาถือเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ประสานงานกับเรามาอย่างใกล้ชิด

'พนิช'ไม่แปลกใจ'วีระ'เดินหน้าตรวจสอบคอร์รัปชั่นต่อ

                 นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกจับพร้อมกับนายวีระกล่าวว่า รู้สึกดีใจแทนครอบครัวของนายวีระเป็นอย่างมาก หลังจากทราบข่าวเมื่อค่ำวานนี้ (1 ก.ค.) เพราะคิดว่านายวีระถูกคุมขังนานเกินไปแล้ว ทั้งที่โดนจับกุมไปพร้อมกับตน แต่ทำไมต้องมาติดคุกนานกว่าตน และถูกข้อกล่าวหาเพิ่มซึ่งเชื่อว่าทุกคนมองเหมือนกัน ว่าไม่เป็นธรรมที่นายวีระต้องไปติดคุกที่กัมพูชา และอยากให้นายวีระกลับมา

                 “ขอชื่นชมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำงานหนัก ประสานนำตัวนายวีระออกมาได้ และมีข้อตกลงที่เป็นผลดีกับทุกฝ่าย แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าที่ผ่านมาทั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์และรัฐบาลยิ่งลักษณ์  พยายามประสานนำตัวนายวีระกลับมาประเทศไทยอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายมาส่งผลกับผู้บริหารประเทศปัจจุบัน ส่วนที่คุณวีระยืนยันจะทำงานตรวจสอบคอร์รัปชั่นเหมือนเดิมนั้น ผมไม่แปลกใจเพราะระหว่างที่ผมไปรับคุณวีระที่สนามบิน ก็ยังเห็นแววตามุ่งมั่นตั้งใจของคุณวีระคนเดิมเมื่อ 3 ปีก่อน ในระหว่างที่อยู่ห้องขังเดียวกันที่เรือนจำเปรย์ซอว์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นหรือเรื่องข้อพิพาทชายแดน ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา” นายพณิช กล่าว


คุมตัว'วีระ'รับทราบข้อกล่าวหาปิดสนามบิน

                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายวีระเพิ่งเดินทางถึงประเทศไทยเมื่อเวลาประมาณ 11.25 น.ที่ผ่านมา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้ควบคุมตัวนายวีระออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเดินทางมายังกองปราบปราม เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาที่เคยถูกออกหมายจับคดีปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง เมื่อปี 2551

                 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำนายวีระ และแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 8 ข้อหา ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นคดีก่อการร้าย ยึดสนามบิน เมื่อปี 2551 ซึ่งในส่วนเรื่องการขอประกันตัวนั้น จะขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนว่ามีเหตุผลสมควรหรือไม่ หากพิจรณาแล้วมีเหตุสมควรก็จะให้ประกันตัวในชั้นสอบสวนได้เลย

                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่กองบังคับการปราบปราม หลังจากที่นายวีระ ได้เดินทางมาถึง มีประชาชนจำนวนหนึ่งได้มารอให้กำลังใจพร้อมนำดอกกุหลาบมามอบให้ ทั้งนี้ นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ นางวิไลวรรณ สมความคิด มารดา และนางพิศอำไพ สมความคิด ภรรยา ของนายวีระ เดินทางมาพร้อมกันด้วย


พงส.บก.ปอนุญาต'วีระ'ประกันตัว1แสนบาท 

                 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป.ได้ควบคุมตัวนายวีระโดยรถตู้พร้อมกับนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ และแกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูประเทศไทย (คปท.) นางวิไลวรรณและนางพิศอำไพโดยทันทีที่เดินทางมาถึงสื่อมวลชนที่เฝ้ารอทำข่าวเป็นจำนวนมากได้พยายามสอบถามความรู้สึกภายหลังกลับประเทศไทยและการเข้ารับทราบข้อหาในคดีดังกล่าว แต่นายวีระ ซึ่งมีสีหน้าเรียบเฉย โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ตอนนี้รู้สึกดีใจที่ได้กลับประเทศไทย ส่วนเรื่องคดีความคงต้องขอปรึกษากับทางทนายความก่อน

                 อย่างไรก็ดี ในระหว่างการเดินทางมายัง บก.ป.ได้มีมวลชนเครือข่ายต่างๆ เป็นจำนวนมากทยอยเดินทางมาให้กำลังใจนายวีระ รวมถึง น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต สว.กทม.ที่ร่วมเดินทางมาด้วยส่วน ทางพนักงานสอบสวน นำโดย พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ต.ท.สมเกียรติ ตันติกนกพร พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ กก.2 บก.ป.ได้สอบปากคำ พร้อมกับประสานแพทย์ จาก รพ.ตำรวจ เข้าตรวจร่างกายของนายวีระ ซึ่งพบว่ามีสภาพร่างกายสมบูรณ์เป็นปกติดี สำหรับข้อกล่าวหาคดีปิดสนามบินทั้ง 2 แห่ง นั้น ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหารวม 8 ข้อกล่าวหา โดยมีข้อหาหลักคือข้อหาร่วมกันก่อการร้าย

                 ด้าน นางพิศอำไพ ภรรยานายวีระ กล่าวว่า ทราบเรื่องที่นายวีระ ได้รับการพิจารณาปล่อยตัวจากเรือนจำเปรยซอร์ ประเทศกัมพูชา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งตนพยายามติดต่อสอบถามไปยังสถานทูตไทยในประเทศกัมพูชา แต่ติดต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อรอรับนายวีระ เดินทางกลับมาพร้อมกัน แล้วก็ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ว่านายวีระ ได้รับการปล่อยตัว โดยนับตั้งแต่นาทีแรกที่เห็นสามี ซึ่งสวมเสื้อสีขาว กางเกงมอฮ่อม 3 ส่วน ก็รู้สึกตื้นตันใจมาก รีบวิ่งเข้าไปสวมกอดให้กำลังใจไม่ทันได้พูดอะไร

                 นางพิศอำไพ กล่าวต่อว่า ครั้งแรกคิดว่าเมื่อกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ แล้ว คงจะได้กลับบ้านไปพักผ่อน แต่ก็มาทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ได้ขออายัดตัวนายวีระ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาในคดีปิดสนามบิน จึงร่วมเดินทางมาที่ บก.ป.ด้วย โดยจะจัดการเรื่องคดีให้เรียบร้อย หลังจากนั้นจึงจะพานายวีระ ไปตรวจสุขภาพอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากทราบว่านายวีระ มีอาการติดเชื้อราที่แผ่นหลัง โดยคาดว่าเกิดจากการถูกควบคุมตัวในเรือนจำมาเป็นเวลานาน

                 “ส่วนเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของนายวีระ ระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ นั้น ทราบว่าได้ทำอาหารรับประทานเอง เนื่องจากนายวีระ ทานมังสะวิรัติ และทุกวันศุกร์ ดิฉันก็จะบินไปประเทศกัมพูชา เพื่อไปให้กำลังใจ และนำอาหารไปให้ด้วย” นางพิศอำไพ กล่าวและว่า หลังจากได้รับการปล่อยตัวอาหารมื้อแรกของนายวีระ คือสลัดและข้าวผัดธัญพืช ซึ่งสามีออกปากว่าอร่อยมาก และต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือให้นายวีระ ได้เดินทางกลับประเทศไทยในครั้งนี้

                 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายวีระ จะเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังจากนี้อีกหรือไม่ นางพิศอำไพ กล่าวเพียงว่า ขอไม่พูดถึงประเด็นนี้ แต่เท่าที่รู้คือ นายวีระ เป็นเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้เคลื่อนไหวต่อสู้ในเรื่องนี้กับกลุ่มมวลชนโดยตลอดจึงคิดว่าคงจะรักษาบทบาทสานต่อการทำงานตามเจตนารมย์ต่อไป

                 ต่อมาเวลา 13.30 น.พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.พร้อมคณะ ได้เดินทางมาร่วมประชุมคณะทำงานติดตามคดีการจับกุมอาวุธสงครามจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมกันนั้นได้ร่วมประชุมติดตามการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหานายวีระ ในคดีปิดสนามบิน 2 แห่งด้วย

                 พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า เมื่อนายวีระ ได้รับอภัยโทษและปล่อยตัวกลับประเทศไทย ก็ถือว่าเป็นข่าวดีของทางครอบครัวนายวีระ ส่วนการอายัดตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาในคดีปิดสนามบิน นั้น ก็เป็นไปตามขั้นตอนที่พนักงานสอบสวน บก.ป.ได้ประสาน ตม.เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เบื้องต้นทราบว่าทนายความได้เตรียมยื่นเรื่องขอประกันตัวในชั้นสอบสวนแล้ว แต่การพิจารณาคงต้องดูเหตุผลความจำเป็นประกอบด้วย ซึ่งตนจะหารือร่วมกับคณะพนักงานสอบสวนในคดีนี้อีกครั้ง

                 จากนั้น เวลา 14.30 น. พล.ต.อ.สมยศ กล่าวภายหลังพนักงานสอบสวน บก.ป.ได้สอบปากคำนายวีระเสร็จสิ้นแล้ว ว่า ในส่วนของการพิจารณาเรื่องการยื่นขอประกันตัวนายวีระ นั้น ทางทนายความได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 100,000 บาท เพื่อขอประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยทางพนักงานสอบสวนพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวได้ โดยมีเงื่อนไขให้นายวีระ เข้ารายงานตัวกับพนักงานสอบสวนอีกครั้งในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ เวลา 10.00 น.อย่างไรกีดี ทางทนายความระบุว่าจะทำคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรมอบให้พนักงานสอบสวนภายใน 60 วัน ก่อนจะสรุปสำนวนคดีนำส่งพนักงานอัยการต่อไป