ข่าว

กีฬาไม่เคยห่างกาย'กฤษณ์ เกียรติเฟื่องฟู'

กีฬาไม่เคยห่างกาย'กฤษณ์ เกียรติเฟื่องฟู'

03 ก.ค. 2557

ขอเวลานอก : กีฬาไม่เคยห่างกาย 'กฤษณ์ เกียรติเฟื่องฟู' : เรื่อง ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์ /ภาพ ฐานิส สุดโต

 
                     "เมื่อไหร่ที่ผมไม่ได้ออกกำลังกายตามที่ตัวเองกำหนดไว้ผมจะหงุดหงิดมากนะ เหมือนกับว่าวันนี้เราไม่ได้ทำอะไรให้ตัวเองเลย"
 
                     กิจกรรมกีฬาชวนเสียเหงื่อ กระตุ้นให้หัวใจเต้นรัวเป็นจังหวะสำหรับบางคนแค่คิดถึงก็รู้สึกเหนื่อยขอโบกมือลา แต่สำหรับกลุ่มคนใจรักการออกกำลังกายแค่คิดถึงเลือดก็สูบฉีด กระปรี่กระเปร่าขึ้นมาเป็นคนละคน และพร้อมลุยโดยไม่มีเงื่อนไข ทั้งนี้อาจเพื่อสุขภาพหรือการได้เข้าสังคมสนุกสนานหลบความเครียดจากวิถีชีวิตที่ทำซ้ำๆ ประจำ ซึ่งอย่างหลังนี้เป็นจุดหมายหลักของการใช้กำลังกายของหนุ่มนักบริหารลุคไฮเปอร์ กฤษณ์ เกียรติเฟื่องฟู มาร์เก็ตติ้ง ไดเร็คเตอร์ แห่งบริษัท ซูชิเด็น จำกัด  หนึ่งในผู้ก่อตั้งร้านอาหารญี่ปุ่น "ซูชิเดน" ที่ขอบริหารตารางชีวิตแต่ละวันไม่ให้จำเจ พร้อมสับสวิชต์เพื่อการกีฬาได้แบบไม่อิดออด ยิ่งเป็นชนิดการลงเล่นเป็นทีมเจ้าตัวไม่เคยปฏิเสธพร้อมลงเล่นเพื่อพบเจอสังคมใหม่ๆ เสมอ
 
                     เมื่อสอบถามกีฬาโปรดหนุ่มกฤษณ์บอกว่า มีเยอะมากเพราะติดนิสัยต้องเล่นกีฬาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องเล่นกับคนเยอะๆ จะชอบมากเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันระหว่าที่รอเวลารวมพล ก็ต้องบริหารกล้ามเนื้อตัวเองเป็นประจำทุกวันด้วยการวิ่ง และเวทเทรนนิ่งบ้าง ล่าสุดกำลังเห่อคือการปั่นจักรายานทางไกลที่เพิ่งมีก๊วนแก๊งมาชักชวนเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ในฐานะน้องใหม่ในวงการเลยต้องหาเวลาเล็กๆ น้อยๆ ค่อยฝึกฝนเป็นประจำ วันนี้ก็เช่นกันเจ้าตัวนัดเรามาที่สวนสาธารณะกลางกรุงใกล้ออฟฟิศ พร้อมด้วยจักรยานคันใหม่และคันแรกตั้งแต่เริ่มสนใจกีฬาสองล้อมาด้วย ตั้งใจปั่นบริหารกล้ามเนื้อ สลับกับการวิ่งที่ทำได้พร้อมกันในที่แห่งนี้
 
                     "ปกติผมจะวิ่งออกกำลังกายตอนเช้ารอบหมู่บ้าน ตกเย็นก็มีเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ บ้าง จนวันหนึ่ง "พี่บอส" บดินทร์ บุญวิสุทธิ์ ผู้ก่อตั้งชมรมจักรยาน ไลฟ์ ไซคลิ่ง เขาก็ชวนเรามาลองปั่นจักรยานดู ชวนหลายครั้งแล้วครับจน 2 -3 เดือนก่อนเริ่มสนใจก็ลองมาปั่นดู  ชมรมพี่เขาถือเป็นกลุ่มแรกที่ไปปั่นรอบสนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่ยังไม่มีเลนส์จักรยานโดยเฉพาะ ปกติทุกคนจะมากัน 6-8 โมงเช้า ผมก็เริ่มไปประมาณ 7 โมงของวันหยุดปั่นไปพร้อมกันเรื่อยๆ พักคุยบ้าง เราอาจมองการปั่นจักรยานเป็นกีฬาเล่นคนเดียวอยู่กับตัวเองแต่จริงแล้วก็มีมุมที่เป็นกิจกรรมทำร่วมกับเพื่อนได้ด้วย  ผมก็ขี่ที่สุวรรณภูมิประมาณครั้งละ 2 ชั่วโมง บางวันก็ตั้งใจให้ครบ 1 รอบหรือ 23 กิโลเมตรก่อน ยอมรับว่ายังไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น อุปกรณ์เสื้อผ้านักปั่นผมยังไม่มีครบเลยครับ ยังไม่เต็มที่เท่าไหร่เป็นการทดลองอะไรใหม่ๆ มากกว่า ซึ่งตอนนี้ชอบครับพยายามหาเวลาเติมเต็มทักษะไปเรื่อยๆ" หนุ่มรักกีฬาเล่าถึงการทดสอบกีฬาใหม่
 
                     ก่อนจะออกตัวหนุ่มกฤษณ์บอกว่าจักรยานคู่กายคันนี้เป็นคันแรกที่ได้มาแบบไม่ต้องตกแต่งอะไรเลย เพราะซื้อต่อเพื่อนมาอีกที เรียกว่ามาพร้อมลุยอยู่แล้วแค่เช็กร่างกาย อุปกรณ์ อะไหลต่างๆ นิดหน่อย  ก็พร้อมเดินทางได้เลย ไว้ปั่นไปได้ไกลขึ้นจะลองประกอบเป็นของตัวเองสักคัน
 
                     "ตอนนี้มีคนชวนไปไตรกีฬาแล้วครับ แข่งทั้งปั่นจักรยาน วิ่ง ว่ายน้ำด้วย ผมสนใจนะ แต่เราต้องเตรียมเวลาเทรนด์ตัวเองเยอะหน่อย ตอนนี้แค่เป็นคนอยากออกกำลังกายไม่ได้วางแผนจะลงแข่งกีฬาไว้ก่อนเลย วันหนึ่งมีเวลาและโอกาสลงตัวก็จะลองลงแข่งสนุกๆ บ้างครับ ถ้าเราแข่งจบได้ก็คงรู้สึกดีมากเหมือนกันว่าครั้งหนึ่งเราทำได้นะ ชนะตัวเองไปอีกเรื่อง"  สปอร์ตโฮลิกยิ้มบอกแพลนในอนาคตขณะกำลังเดินเข็นจักรยานไปสู่ลู่ปั่นเฉพาะ
 
                     จากท่าทางไม่อยู่เฉยตลอดการสนทนาเจ้าตัวสารภาพว่า เป็นคนแอ็กทีฟในระดับหนึ่ง ก็เพราะการเล่นกีฬาทั้งนั้น ตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่ เกรียง- อาภา เกียรติเฟื่องฟู  ส่งไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่อายุ 15-16 ปี  สภาพสังคมและกฎของโรงเรียนได้ปลูกฝังให้เด็กหนุ่มคนนี้ต้องเล่นกีฬาเป็นประจำ ตั้งแต่ไฮสคูลจนโตเป็นหนุ่มเต็มตัวจบปริญญาตรีจาก Bentley University ด้านไอที ในสหรัฐอเมริกา ทุกๆ วันก็ไม่เคยห่างการกีฬาไปไหนเลย
 
                     "ตอนเรียนเราได้เล่นกีฬาจนติดเป็นนิสัยไปแล้วครับ ผมได้ลองเล่นหมดตั้งแต่อเมริกันฟุตบอล ฟุตบอล เบสบอล บาสเกตบอล สำคัญคือกีฬาพวกนี้ต้องเล่นเป็นทีม ทุกคนต้องมีทีมแล้วไปแข่งกับโรงเรียนอื่นๆ  ซึ่งน่าจะเป็นเพราะเหตุนี้ทำให้ผมติดกีฬาที่ต้องได้เจอคน ง่ายๆ คือมีเพื่อนเล่นเยอะๆ จะชอบมากครับ พอมาอยู่มหาวิทยาลัยก็เรียนหนักมากขึ้น อารมณ์การแข่งขันจะลดลงเพราะไม่มีเวลาซ้อมมากเหมือนเดิมแล้ว ก็จะอาศัยหลังเรียนเสร็จไปเล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนๆ แก้เครียด  ผมออกกำลังกายเสร็จแล้วรู้สึกสดใส สบายตัว หัวโล่งขึ้นมากครับ ระหว่างที่เราออกแรงเหนื่อยมากๆ ก็คิดเรื่องอื่นไม่ออกเลย สนใจไปกับการปั่น การวิ่งอย่างเดียว คิดแต่ว่าเราไปถึงไหนแล้ว วิ่งไปถึงไหนแล้ว ก็เป็นความคิดที่หลุดออกมาจากเรื่องที่เราเจออยู่ทั้งวัน" ผู้บริหารร้านอาหารที่ปัจจุบันต้องวิ่งวุ่นดูแลร้านกว่า 5 สาขา ชี้ถึงขอดีของการออกกำลังกาย
 
                     ในส่วนของกีฬาทีมเวิร์กหนุ่มกกฤษณ์บอกให้เห็นข้อดีชัดๆ ว่าช่วยสร้างความเข้าใจตัวเราและเข้าใจคนอื่นไปพร้อมๆกัน เพราะ ระหว่างเล่นนักกีฬาคนหนึ่งจะสนใจแต่ตัวเองไม่ได้ ต้องดูเกมดูคนรอบๆ ตัวด้วย กีฬายังสร้างบุคลิกให้เติบโตขึ้น รู้จักการทำงานเป็นทีม รู้จักวางแผน สามารถนำมาใช้กับชีวิตประจำวันได้ อย่างเรื่องงานถ้าเราไม่สามัคคีกันต่างคนต่างทำงาน ต่างคนต่างตัดสินใจก็ทำให้องค์กรเละ แต่ถ้ารู้จักคำว่าทีมเข้าใจกันผลงานก็จะดีขึ้น วิธีแก้ไขปัญหาในฉบับนักบริหารคนนี้คือเวลามีปัญหาต้องล้อมวงคุยกันสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น วิเคราะห์ และช่วยกันแก้ไข เป็นระบบทีมเวิร์กแบบนักกีฬานั้นเอง
 
                     "แม้ตอนนี้กีฬาปั่นจักรยานที่ผมกำลังสนใจอยู่จะไม่ได้เป็นแบบทีมเวิร์กมากๆ อย่างที่เคยทำมา แต่ก็มีความท้าทายกับตัวเองสูงมากครับ คือการบังคับตัวเองให้ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย ได้มีการตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง เหมือนเป็นการฝึกอย่างหนึ่งอย่างเราบอกตัวเราว่าทำได้นะก็ต้องทำให้ได้ใช่ไหมครับ  ต้องไม่ผัดวันประกันพรุ่งแล้วก็พูดว่า "ไม่มีเวลา... ไม่อยากไป... ไม่อยากเหนื่อย" ถ้าเรากระตุ้นตัวเองขึ้นมาให้หลุดจากคำนี้ได้ก็ถือเป็นความสำเร็จขั้นหนึ่ง ซึ่งเมื่อไหร่ที่ผมไม่ได้ออกกำลังกายตามที่ตัวเองกำหนดไว้ผมจะหงุดหงิดมากนะ เหมือนกับว่าวันนี้เราไม่ได้ทำอะไรให้ตัวเองเลย" หนุ่มหัวใจนักกีฬาบอกความรู้สึกทิ้งท้าย ก่อนจะลุยวิ่งในระยะทางสั้นๆ ก่อนเป็นการวอร์ม และเริ่มขี่จักยานฝึกตัวเองไปโดยรอบ