
ถ้าสหกรณ์อยู่ในเครดิตบูโร คงจะ 'วิน-วิน' กับทุกฝ่าย
03 ก.ค. 2557
สวัสดีเศรษฐกิจ : ถ้าสหกรณ์อยู่ในเครดิตบูโร คงจะ 'วิน-วิน' กับทุกฝ่าย : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
จากข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายให้สหกรณ์ออมทรัพย์เข้ามาเป็นสมาชิกเครดิตบูโร มีการสอบถามผมว่า จะเกิดผลดีต่อระบบเศรษฐกิจดังที่ท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า "ถ้าสหกรณ์เข้ามาอยู่ในระบบเครดิตบูโรได้ ก็จะวิน-วิน กับทุกฝ่าย เพราะเท่ากับว่าธนาคารที่ปล่อยกู้ให้นาย ก. และนาย ข. จะรู้ได้ว่าทั้ง 2 คนมีหนี้กับสหกรณ์เท่าไหร่ ส่วนสหกรณ์เองหากจะให้กู้ก็จะรู้เช่นกันว่า ทั้ง นาย ก. และนาย ข. มีหนี้อยู่กับธนาคารพาณิชย์เท่าไหร่ เป็นความคิดที่อยากพัฒนาระบบสหกรณ์ให้เข้ามาอยู่ในระบบการเงินรวม" ผมขอยกประเด็นเรื่องที่จะเป็นประโยชน์ดังนี้ครับ
1.ตัวระบบการเงินโดยรวม จะลดความเสี่ยงลงไปได้ เพราะสหกรณ์ปล่อยกู้ไปกว่าล้านล้านบาท คิดเป็นกว่า 10% ของหนี้ครัวเรือน แต่การกำกับดูแลนั้นแตกต่าง ทั้งๆ ที่ตัวลูกค้าสินเชื่อนั้นก็เป็นลูกค้าที่ใช้บริการสถาบันการเงินทั้งระบบ
2.ตัวสหกรณ์เอง จะทำให้การบริหารความเสี่ยงด้านการให้กู้ลดลง เพราะทราบข้อมูลคนที่มาขอกู้ชัดเจนว่า มีหนี้ที่ไหนบ้าง มีกี่บัญชี แต่ละบัญชีมีการชำระหนี้เป็นอย่างไร และสหกรณ์จะได้เอาไปเทียบกับรายได้ก็จะเห็นความเข้มแข็งหรือจุดอ่อนของสมาชิกที่จะขอกู้ หรือสมาชิกที่มีอยู่ในปัจจุบัน
3.สมาชิกสหกรณ์เองที่เป็นผู้ฝากเงิน ผู้ถือหุ้นก็จะมีเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงจากการปล่อยกู้แล้วเกิดหนี้เสียในอนาคต เพราะกรรมการที่ตัดสินใจปล่อยกู้ก็ต้องระมัดระวังและต้องตอบได้แบบโปร่งใสว่า คนที่มาขอกู้ ลูกค้าเก่านั้นมีความสามารถในการชำระหนี้ระดับไหน
4.ท่านที่เป็นผู้พิจารณาการให้กู้หรือไม่ให้กู้ของสหกรณ์ มันมีคำถามที่ท้าทายมากๆ ว่า หากเราเชื่อว่าเราหักเงินเดือนเขาได้ก่อนใคร เราจะไม่เสี่ยงจริงหรือ แล้วถ้าเขามีหนี้มากมายจนตัดสินใจไม่อยู่ให้หักแล้วจะจัดการอย่างไร คณะที่พิจารณาควรจะมีข้อมูลแบบนี้หรือไม่ และในฐานะฝ่ายบริหารการกำหนดกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงนั้นเราควรต้องพิจารณาหรือไม่
ประเด็นปัญหาอุปสรรคในเวลานี้ เท่าที่รับฟังจากข้อมูลที่สื่อมวลชนระบุออกมาก็คือว่า กฎหมายข้อมูลเครดิตนั้นค่อนข้างเข้มงวด มีบทลงโทษสูง เพราะเหตุที่ต้องกำหนดไว้ก็เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่เป็นเจ้าของข้อมูล แน่นอนว่า ตัวสหกรณ์ออมทรัพย์และฝ่ายบริหารย่อมมีความเป็นห่วงว่า ถ้าเกิดการทำผิดกฎขึ้นมาจะมีบทลงโทษหรือไม่ใช่หรือไม่
ประเด็นคำตอบจึงอยู่ที่ว่า ประโยชน์ที่สหกรณ์ได้รับและส่งผลไปยังการสร้างเกราะป้องกันเงินฝากและหุ้นที่สมาชิกลงทุน เพราะการให้กู้จะมีความเป็นมาตรฐาน มีข้อมูลครบถ้วนนั้น สูงกว่าความกังวลในจุดนี้หรือไม่ เราต้องไม่ลืมว่า กฎหมายจะลงโทษในความผิดใดๆ การพิจารณานั้นต้องดูที่เจตนาของการกระทำเป็นสำคัญ ผมเชื่อมั่นว่า ตัวสหกรณ์ ผู้บริหาร และกรรมการสหกรณ์ ย่อมระลึกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอยู่แล้วเรื่องสิทธิของเจ้าของข้อมูล เวลานี้ขอเอาใจช่วยให้ทุกฝ่ายหาแนวทางแก้ไขร่วมกันเพื่อเป็นทางออก หากเรื่องแบบนี้ทำได้จริงแล้วมันจะเป็นอีกส่วนที่ช่วยพัฒนาระบบการเงินของไทยเราไปสู่ประชนฐานรากได้ดียิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
---------------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : ถ้าสหกรณ์อยู่ในเครดิตบูโร คงจะ 'วิน-วิน' กับทุกฝ่าย : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



