
เล่ห์ไกด์ผี'สวมตอ-ยัดเงิน'ชิงอาชีพสงวนคนไทย
เล่ห์ไกด์ผี'สวมตอ-ยัดเงิน' ชิงอาชีพสงวนคนไทย : สาลินี ปราบรายงาน
หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กวาดบ้านสะสางปัญหาต่างๆ ในสังคมอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในจำนวนนั้นที่ได้รับการขานรับจากหลายภาคส่วน ก็คือ การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ซึ่งกำลังแฝงตัวอยู่ในทุกซอกหลีบของสังคม
นานๆ เข้าอาจถลำลึกกลายเป็นปัญหาภัยความมั่นคงอย่างเลี่ยงไม่ได้
โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวหลัก "ไข่มุกอันดามัน" อย่างภูเก็ต ก็ถือเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีบรรดา "คาราวานต่างด้าว" ยึดหัวหาดอาชีพมัคคุเทศก์หรือไกด์ ซึ่งเป็นอาชีพสงวนของคนไทยมาช้านาน ทว่าปัญหานี้ก็แทบไม่ได้รับความสนใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กลายเป็นแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก เข้าทำนอง "ซุกขยะไว้ใต้พรม" มานานร่วมทศวรรษทีเดียว
ถึงขั้นบรรดาผู้ประกอบอาชีพเหล่านี้ ต้องหาหลังพิงบุกเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับคสช.มาหมาดๆ
พลิกแฟ้มข้อมูลพบว่า เดิมทีขบวนการข้ามชาติเหล่านี้ ล้วนเป็นกลุ่มคนที่แฝงตัวเข้ามาในรูปลักษณ์ของนักท่องเที่ยวเข้ามาดูลาดเลาเชิงธุรกิจบางประการ
จากนั้นก็ค่อยขยับๆๆๆ
ยกระดับตัวเองเป็น "ผู้อยู่อาศัย-ประกอบอาชีพ" โดยเริ่มต้นจากการเป็นพนักงานในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคท่องเที่ยว
ยิ่งเมื่ออยู่อาศัยเป็นเวลานานๆ ก็เริ่มเข้าภาษิตที่ว่า "ลำน้ำแยกสายไผ่แยกกอ" ไปโดยปริยาย โดยมีพฤติการณ์การสร้างเครือข่าย ทั้งที่จับมือกับกลุ่มคนไทยบางกลุ่ม และคนต่างชาติด้วยกันเอง โดยเฉพาะในกลุ่มชาวต่างชาติที่มักเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และมีปัญหาด้านการสื่อสาร จนต้องมีการจ้างคนสัญชาตินั้นๆ มาทำงานแทนคนไทย เช่น เกาหลี รัสเซีย จีน เป็นต้น
ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" แกะรอยยังพบว่า ปัจจุบัน จ.ภูเก็ต มีไกด์ชาวต่างชาติชาวจีนแผ่นดินใหญ่กว่า 300 ราย เหล่านี้ล้วนเข้ามาทำมาหากินและแย่งอาชีพคนไทยทั้งสิ้น
แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ในแวดวงท่องเที่ยวรายหนึ่งให้ข้อมูลอีกด้านว่า การก่อกำเนิดจนเป็นขบวนการใหญ่ได้นั้น กลุ่มคนเหล่านี้ก็มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะให้แก่หน่วยงานภาครัฐบางหน่วย เพื่อเลี่ยงจากการจับกุม ตรวจสอบและแลกกับงานที่จะได้รับ บางรายถึงขั้นต้องจ่ายเงินประจำให้ถึงเดือนละ 3,000 บาทต่อราย ซึ่งในความเป็นจริงเจ้าของบริษัททัวร์ ก็จะมาเก็บเงินจากพนักงานไกด์ชาวต่างชาติ หรือแม้แต่ไกด์คนไทยเองก็ตาม จากนั้นก็จะหักหัวคิวเอาไว้ส่วนหนึ่งเป็นทอดๆ
เมื่อสอบถามไปยัง พนมพล ธรรมชาติ นายกสมาคมมัคคุเทศก์จังหวัดภูเก็ต ก็ชี้แจงว่า ไกด์เป็นอาชีพสงวนของคนไทยตามกฎหมาย แต่ยังคงมีการร้องเรียนหรือประท้วงเรียกร้องจากไกด์คนไทยว่า ถูกชาวต่างชาติบางส่วนเข้ามาแย่งชิงอาชีพ ซึ่งในความเป็นจริงนั้นทางสมาคมมีจำนวนไกด์รองรับอย่างเพียงพอในทุกภาษา
“ที่ผ่านมาเมื่อมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการแย่งอาชีพขึ้น ภาครัฐจะแก้ไขปัญหาโดยการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสะสางปัญหาที่เกิดขึ้น แต่หลังเรื่องซาลงก็หายเงียบไปเช่นกัน ไม่ได้มีการติดตามปัญหาหรือประเมินผลอย่างต่อเนื่อง" นายกสมาคมมัคคุเทศก์ภูเก็ตชี้ต้นตอ
ปัญหาไม่ได้มีแค่นั้น เมื่อพนมพลย้ำว่า ขณะนี้บริษัททัวร์บางบริษัทได้จ้างไกด์ชาวต่างชาติเข้ามาบริการลูกทัวร์ของตนเอง จึงต้องถามกลับไปยังบริษัททัวร์ว่า ทำไมถึงไม่รับไกด์คนไทยเข้ามาทำงาน มากกว่าที่จะถามว่าจำนวนไกด์มีเพียงพอหรือไม่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้พูดกันมานานเป็นระยะกว่า 10 ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
ในแง่หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบอย่าง เยาวภา พิบูลย์ จัดหางานภูเก็ต ก็ชี้แจงว่า กรณีอาชีพไกด์ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย ซึ่งที่ผ่านมาสมาคมไกด์ได้เข้ามาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รัฐมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการร้องขอให้มีการอบรมไกด์ภาษาจีน รัสเซีย เกาหลี เป็นต้น เพื่อที่จะรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาใน จ.ภูเก็ต แต่ก็ยังมีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ข้อมูลทางราชการล่าสุดพบว่า ใน จ.ภูเก็ต มีคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน 9,977 คนเท่านั้น แยกตามสัญชาติ อังกฤษ 1,291 คน รัสเซีย 924 คน ฟิลิปปินส์ 717 คน ฝรั่งเศส 622 คน อเมริกา 543 คน อิตาลี 512 คน ออสเตรเลีย 504 คน จีน 450 คน เยอรมัน 434 คน เกาหลี 344 คน สวีเดน 408 คน อินเดีย 270 คน ญี่ปุ่น 183 คน พม่า 184 คน จีนไต้หวัน 28 คน และสัญชาติอื่นๆ อีก 2,563 คน
ทว่าในส่วนที่ยังแอบแฝงไม่อยู่ใน "สารบบ" อีกนับไม่ถ้วน
ในมุมของ นิมิตร ฆังคะจิตร พัฒนาธุรกิจและการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ทางกรมพัฒนาธุรกิจได้กลั่นกรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่คนต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 49 : 51 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด โดย จ.ภูเก็ตนั้นมีนักลงทุนประกอบด้วยบริษัทต่างๆ ที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นอยู่ด้วยกว่า 3,000 บริษัท
นิมิตรตั้งข้อสังเกตในเรื่องที่อาจเชื่อมโยงไปถึงการใช้แรงงานต่างด้าวว่า ในส่วนของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งหันมาลงทุนแบบครบวงจรสำคัญ อาทิ กลุ่มชาวรัสเซีย จีน เกาหลี ฯลฯ ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักเดินทางเข้ามาใน จ.ภูเก็ตเป็นลำดับต้นๆ โดยเฉพาะชาวรัสเซียที่มีการถือหุ้นในบริษัทต่างๆ มากถึง 171 บริษัท แน่นอนว่าการลงทุนแบบครบวงจรนั้น ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อการทำมาหากินของคนท้องถิ่น หรือคนไทยเองอย่างเลี่ยงไม่ได้
ยุทธการ "คืนความสุขให้คนไทย" จึงไม่ควรหลงลืมแง่มุมเหล่านี้เช่นกัน !!
................................................
(หมายเหตุ : เล่ห์ไกด์ผี'สวมตอ-ยัดเงิน' ชิงอาชีพสงวนคนไทย : สาลินี ปราบรายงาน)



