
คนไทยกับพรหมวิหารเดี่ยว
คนไทยกับพรหมวิหารเดี่ยว : วันเว้นวันพุธ จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
พรหมวิหาร หรือพรหมวิหาร ๔ ซึ่งเป็นหลักประจำใจของคนทั่วไป อันประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา นั้น ว่ากันว่า คนไทยเราส่วนใหญ่มักจะมีวิหารเดียว คือ เมตตา และวิหารที่คนไทยขาดมากที่สุดก็คือ มุทิตา
เมตตา คือความเวทนาเมื่อผู้อื่นมีทุกข์ และปรารถนาจะเห็นเขาพ้นจากทุกข์ คนไทยเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยน ดังนั้น เมื่อเห็นใครมีทุกข์ เราก็มักจะพลอยเป็นทุกข์เป็นร้อนไปด้วย ดูข่าวเห็นคนประสบภัย เราก็เป็นทุกข์ไปกับเขา ดูละครเห็นนางเอกถูกนางอิจฉากลั่นแกล้ง เราก็เกิดความรู้สึกเวทนาและสงสารนางเอกเป็นวักเป็นเวร
ในทางพระพุทธศาสนา ความทุกข์แบ่งได้เป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ ประเภทแรกได้แก่ ความทุกข์ที่เกิดจากสภาพภายนอก เช่น การเปลี่ยนแปลงของสังขาร หรือสรรพสิ่ง ความเจ็บไข้ได้ป่วย การถูกข่มเหงรังแก การได้รับความอยุติธรรม เป็นต้น กับประเภทที่สอง คือความทุกข์ที่เกิดจากสภาพภายในจิตใจของเราเอง เช่นความรู้สึกไม่พอใจ เสียใจ น้อยใจ เจ็บใจ แค้นใจ หรือปวดกระดองใจ เป็นต้น ว่ากันว่า ความทุกข์ภายในนี้แก้ยากกว่าความทุกข์ภายนอก
กรุณา คือการช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ซึ่งอาจจะเป็นได้ทั้งการช่วยเหลือด้วยกำลังกาย กำลังทรัพย์ กำลังสติปัญญา หรือกำลังใจ เช่นการสงเคราะห์ผู้ตกทุกข์ได้ยาก การบริจาคทาน การปกป้องผู้ที่ถูกข่มเหงรังแกให้ได้รับความยุติธรรม การเสียสละความสุขส่วนตัว เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่ แม้เราจะมีความเมตตาเต็มหัวใจ แต่ก็ไม่ค่อยจะมีแก่ใจให้ความกรุณาสักเท่าไหร่ นอกจากเรื่องที่เป็นข่าวเป็นคราวครึกโครม และมีการระดมความช่วยเหลือกันอย่างเอิกเกริก
มุทิตา คือความยินดีที่ผู้อื่นมีสุข หรือได้ดิบได้ดี ซึ่งเป็นการยกระดับจิตใจของตนเองขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง แต่ก็เป็นสิ่งที่คนในสังคมไทยขาดมากที่สุด ในที่ทำงาน ถ้าใครได้รับการโปรโมท หรือขึ้นเงินเดือน 2 ขั้น รับรองว่าจะมีเสียงซุบซิบนินทา มากกว่าเสียงแสดงความยินดี ใครที่ได้รับคำชมเชยจากผู้บังคับบัญชา ก็มักจะได้รับคำแช่งชักจากเพื่อนร่วมงาน ใครที่ทำงานเก่ง ก็มักจะถูกคนอื่นกลั่นแกล้ง เป็นต้น ซึ่งค่อนข้างจะผิดจากฝรั่ง ซึ่งแม้เขาอาจจะไม่รู้เรื่องพรหมวิหาร แต่ก็มีจิตใจนักกีฬาที่รู้แพ้รู้ชนะ และมีมารยาททางสังคม เวลาที่ใครได้ดีมีสุข ก็จะมีการส่งการ์ด ส่งดอกไม้ หรือของขวัญ ไปร่วมแสดงความยินดีด้วยเสมอ
พรหมวิหารประการสุดท้าย ได้แก่ อุเบกขา คือการวางใจเป็นกลางในความทุกข์-สุข ของผู้อื่น เพราะความทุกข์บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่เกินกำลังจะให้ความเมตตา หรือกรุณา และความสุขบางเรื่องก็อาจจะเป็นเรื่องที่เราอาจจะไม่เห็นดีเห็นงามด้วย หรือการมีหน้าที่ในการพิจารณาเรื่องบางเรื่อง ที่ต้องฟังข้อมูลและข้อเท็จจริงจากคู่กรณีทั้งสองฝ่าย เป็นต้น
การขาดเมตตา ย่อมทำให้เป็นคนที่มีจิตใจโหดร้าย แข็งกระด้าง ไร้ความปรานี การขาดกรุณา ย่อมทำให้เป็นคนใจดำ เห็นแก่ตัว ตระหนี่ถี่เหนียว ไม่มีความโอบอ้อมอารี การขาดมุทิตา ย่อมทำให้เป็นคนขี้อิจฉาริษยา ชอบนินทาว่าร้าย จิตใจคับแคบ มองโลกในแง่ลบ และการขาดอุเบกขา ย่อมทำให้เกิดความลำเอียง เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่มีความยุติธรรม นิยมระบบอุปถัมภ์ และเล่นพรรคเล่นพวก
พรหมวิหารเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของมนุษย์ และเป็นสิ่งที่คนเราควรจะมีทั้งสี่ประการ จะมีแค่เมตตา เป็นวิหารเดี่ยวก็คงจะไม่สมบูรณ์ หรอกครับ



