ข่าว

สื่อมาเลย์แฉ4กลุ่มรุนแรงตั้งรัฐอิสลาม

สื่อมาเลย์แฉ4กลุ่มรุนแรงตั้งรัฐอิสลาม

01 ก.ค. 2557

สื่อมาเลเซียเผยแพร่หน่วยความมั่นคงพบ 4 กลุ่มหัวรุนแรง หวังตั้งรัฐอิสลามในย่านเอเชียอาคเนย์ รวมภาคใต้ไทย

                1ก.ค.2557 หนังสือพิมพ์ สเตรทไทม์ส ในสิงคโปร์ อ้างรายงานของนิวสเตรทไทม์ส ในมาเลเซียว่า หน่วยความมั่นคงมาเลเซียพบและระบุชื่อกลุ่มก่อการร้ายสี่กลุ่มใหม่ ที่หวังจะตั้งรัฐอิสลามครอบคลุมพื้นที่หลายส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบบเดียวกับกองกำลังรัฐอิสลาม(ไอเอส)

               มาเลเซียเผยชื่อกลุ่มทั้งสี่เป็นตัวย่อ ได้แก่ บีเคเอดับเบิลยู, บีเอเจ, ดิมเซีย และเอดีไอ โดยเชื่อว่าปฏิบัติการเคลื่อนไหวในหลายรัฐ อาทิ สลังงอร์ และเปรัค

               แหล่งข่าวกรองเผยกับนิวสเตรทไทม์สว่า กลุ่มเหล่านี้มีที่มาจากกลุ่มก่อการร้ายที่รู้จักกันก่อนหน้า อาทิ เจมาห์ อิสลามิยาห์ (เจไอ) และ "กัมปูลัน มูจาฮีดิน มาเลเซีย" (Kumpulan Mujahidin Malaysia) ที่อยู่เบื้องหลังส่งชาวมาเลเซียจำนวนหนึ่งไปร่วมรบกับกองกำลังในซีเรีย หลังผ่านการฝึกจากทางใต้ของไทย และกับกลุ่มอาบู ไซยาฟ ในฟิลิปปินส์

               แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ทั้งสี่กลุ่มเคลื่อนไหวเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อกัน แต่พวกเขารับอุดมการณ์เดียวกับกลุ่มสุดโต่งอย่างอัลไกดาและกลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย ที่ล่าสุดเปลี่ยนชื่อเป็น รัฐอิสลาม (ไอเอส) และเพิ่งประกาศตั้งรัฐอิสลามแบบในยุคกลางในดินแดนคาบเกี่ยวอิรักกับซีเรียหลังจากยึดครองได้

               ส่วนรัฐอิสลามตามเป้าหมายของกลุ่ม 4 กลุ่มในมาเลเซียนี้ มีชื่อว่า ดัวละห์ อิสลามิยะห์ นูซันตารา ครอบคลุมพื้นที่มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ทางใต้ของไทยและใต้ของฟิลิปปินส์ รายงานระบุด้วยว่า ค่ายฮูไดบิยาห์ ค่ายฝึกหลักของอาบู ไซยาฟ ในฟิลิปปินส์นั้น รับสมาชิกกลุ่มเหล่านี้ไปเรียนรู้สงครามในเมือง และฝึกทักษะความชำนาญประกอบวัตถุระเบิด

               แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า ผู้นำและสมาชิกอาวุโสของสี่กลุ่ม มีความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มต่างๆ ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ภาคใต้ของไทย อินโดนีเซีย พม่า ตลอดจนอาบู ไซยาฟ และไอเอส ซึ่งหน่วยความมั่นคงวิตกว่า กลุ่มต่างๆ ทั้งหมดนี้อาจหันมาร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุความฝันในที่สุด

               มีรายงานว่า บีเคเอดับเบิลยู หาสมาชิกผ่านเฟซบุ๊กและตามที่ชุมนุม หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มคือ นายอาห์หมัด ทาร์มิมิ มาลิกิ คนงานโรงงานวัย 26 ปีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอส และเป็นผู้สังหารทหาร 25 คนด้วยการโจมตีพลีชีพในอิรักเมื่อ 26 พฤษภาคม

               กลุ่มดิมเซีย (Dimzia) เพิ่งตั้งในปีนี้ เป็นกลุ่มแยกตัวออกมาจากกลุ่มบีเอเจ แม้ผู้นำของดิมเซียถูกทางการรวบตัวแล้ว แต่สมาชิกยังเคลื่อนไหวอยู่ ส่วนกลุ่มเอดีไอ มีอายุไม่ถึงหนึ่งปี แต่เชื่อว่ามีสายสัมพันธ์ชัดเจนกับกลุ่มหัวรุนแรงต่างชาติ รวมถึง เจมาห์ อันชารุต เทาฮิด ในอินโดนีเซีย

 

กบฏซีเรียไม่สนกลุ่มสุดโต่งตั้งรัฐอิสลาม

      
               หลังจากกองกำลังสุดโต่งกลุ่มรัฐอิสลามแห่งอิรักและเลแวนต์ เปลี่ยนชื่อเป็น รัฐอิสลาม (ไอเอส) และประกาศให้พื้นที่ที่กลุ่มยึดได้ในซีเรียคาบเกี่ยวกับอิรัก เป็นรัฐอิสลาม หรือคอลีฟะห์ โดยหัวหน้าไอเอส เป็นประมุข ทั้งยังเป็นผู้นำของมุสลิมทั่วโลก กลุ่มกบฏในซีเรียออกแถลงการณ์ในหนึ่งวันต่อมา เป็นคำประกาศที่ไม่มีผลใดๆ ทั้งแง่กฎหมายและเหตุผล พร้อมเตือนมุสลิมและกลุ่มญีฮัดทั้งหมด มิให้รับใช้ไอเอส
    
               แถลงการณ์ฉบับนี้ลงนามโดยองค์กรทางศาสนาของกองกำลังหลักที่ต่อสู้กับรัฐบาลซีเรีย อาทิ อิสลามิก ฟรอนต์ ซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่มกบฏใหญ่สุด และ "มาจลิส ชูรอ มูจาฮีดีน อัล ชาร์คียา" พันธมิตรกองกำลังใน จ.เดียร์ เอซซอร์ ทางตะวันออกใกล้กับอิรัก ซึ่งมีกลุ่ม "อัล-นุสราฟรอนต์" ในเครือข่ายอัลไกดา รวมอยู่ด้วย แถลงการณ์ระบุด้วยว่าคำประกาศตั้งรัฐอิสลาม สร้างความแตกแยกและเป็นความพยายามทำลายทิ้งการปฏิวัติน่าชื่นชมในซีเรียและอิรัก           
    
               เดิม กลุ่มกบฏซีเรียต้อนรับไอเอสที่มีแหล่งกำเนิดในอิรักเข้าไปร่วมต่อสู้กับทหารซีเรีย แต่ต่อมาหันมาเป็นศัตรูกัน เพราะความต้องการเป็นใหญ่และพฤติกรรมโหดเหี้ยมของไอเอส มีรายงานว่าไอเอสลักพาตัวชาวซีเรียรวมทั้งกบฏด้วยกันเอง นักเคลื่อนไหวฝ่ายค้าน และประหารผู้คนรายวันในพื้นที่ควบคุมของตนใน จ.ราคา ทางเหนือของซีเรีย หลายพื้นที่ใน จ.เดียร์ เอสซอร์ ที่ร่ำรวยน้ำมันใกล้ชายแดนอิรัก และหลายพื้นที่ของเมืองอเล็ปโปทางเหนือของซีเรีย
    
               นักวิเคราะห์กล่าวว่า การประกาศตั้งรัฐอิสลามของไอเอส ไม่มีผลเป็นรูปธรรม แต่ที่เปลี่ยนคือความรู้สึกต่อเป้าหมายของการต่อสู้ อันอาจสร้างแรงบันดาลใจและปลุกกระแสสนับสนุนจากมุสลิมสุดโต่งจากทั่วโลก
    
               ด้านประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ประกาศส่งทหารไปยังกรุงแบกแดดของอิรัก เพิ่มอีก 200 คน เพื่อคุ้มครองสถานทูต สถานที่เกี่ยวเนื่อง และสนามบินนานาชาติแบกแดด ทำให้จำนวนทหารสหรัฐและกองกำลังอารักขาสถานทูตเวลานี้เพิ่มเป็น 800 นาย   
    
               อีกด้านหนึ่ง กองกำลังอิรักยังพยายามที่จะยึดเมืองทิกริต บ้านเกิดของประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน คืนจากกองกำลังที่นำโดยกลุ่มไอเอสต่อไป
    
               ปฏิบัติการรุกรบเพื่อยึดทิกริตคืน มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์และขวัญกำลังใจของกองกำลังอิรัก

--------------------  

(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก http://www.stasiareport.com/the-big-story/asia-report/malaysia/story/four-new-terrorist-groups-operating-malaysia-now-20140701)