ข่าว

'ฮุนเซน'ยันไม่ยอมให้ใช้ชาวเขมรต้านคสช.

'ฮุนเซน'ยันไม่ยอมให้ใช้ชาวเขมรต้านคสช.

01 ก.ค. 2557

'ฮุนเซน'ยันไม่ยอมให้ใช้ชาวเขมรต้านคสช. ไทยวอนช่วยพิจารณาคืนอิสระภาพให้'วีระ'

               1ก.ค.25567 มีรายงานข่าวจากกรุงพนมเปญว่า เมื่อเวลา 16.00 น. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่รมว.ต่างประเทศ ได้เข้าเยี่ยมคารวะสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่อาคารพีซ พาเลซ โดยภายหลังหารือร่วมกัน

               นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า จากการหารือนายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้แสดงความเข้าใจต่อสถานการณ์ทางการเมืองของไทย ที่กำลังมีพัฒนาการเพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตย โดยนายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้ย้ำว่า ปัญหาการเมืองต้องแก้ไขด้วยคนในประเทศนั้นๆ กัมพูชาไม่แทรกแซง และจะไม่สนับสนุนกลุ่มหรือองค์กรใดที่จะต่อต้านรัฐบาลไทย พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่นว่าแนวทางที่ฝ่ายไทยกำลังดำเนินการกันอยู่จะสามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตย และมีเสถียรภาพในอาเซียน โดยตนได้แจ้งให้ทราบเจตนารมณ์ของฝ่ายไทยที่จะเดินหน้าพัฒนาความสัมพันธ์ทุกด้าน และเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่นโยบายต่างประเทศก็ยังคงขับเคลื่อน เรื่องที่สานต่อก็ต้องดำเนินการ พร้อมกับขยายความร่วมมือยิ่งขึ้นไป

               นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ได้หารือถึงประเด็นแรงงาน ซึ่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชาแสดงความเข้าใจและขณะนี้เหตุการณ์ก็ได้เข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันดี โดยจะร่วมมือเพื่อให้มีช่องทางนำแรงงานกัมพูชากลับเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยขณะนี้ฝ่ายกัมพูชาก็ได้ลดค่าธรรมเนียมทำหนังสือเดินทางจาก 200 เหรียญสหรัฐ เหลือเพียง 4 เหรียญสหรัฐ

               ขณะที่ฝ่ายไทยก็ได้เร่งขั้นตอนการออกวีซ่า จากเดิมที่ต้องใช้เวลา 3 วันเหลือเพียง 1 วัน นอกจากนี้ประเด็นที่ฝ่ายกัมพูชาทั้งในการเข้าหารือกับสมเด็จฮุนเซนและหารือกับนายฮอ นัมฮง ฝ่ายกัมพูชาได้แสดงความเป็นห่วงกรณี 14 ชาวกัมพูชาที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาใช้วีซ่าปลอมเดินทางเข้าประเทศไทย โดยสมเด็จฮุนเซนบอกว่าทั้งหมดไม่มีเจตนาจะละเมิดกฎหมายไทยเพียงแต่ถูกหลอก จึงขอให้ฝ่ายไทยพิจารณาปล่อยตัวซึ่งตนก็จะนำไปหารือกับคสช.ต่อไป

               นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวว่า นอกจากนี้ยังหยิบยกกรณีการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด ที่ยังคงรับโทษคุมขังอยู่ในเรือนจำเปรยซอว์ ในกรุงพนมเปญ โดยตนได้ชี้แจงว่าประเด็นสำคัญ คือ ไทยไม่ได้ประสงค์เข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา แต่นายวีระซึ่งได้รับโทษมาพอสมควร และด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมและความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ จึงขอให้กัมพูชาพิจารณาตามคำขอของฝ่ายไทย โดยนายกรัฐมนตรีกัมพูชาก็ได้รับไว้พิจารณาอย่างจริงจัง

 

มท.แจงผลแรงงานต่างด้าวของคสช.

 

               เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร็นซ์กับ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหาร ในฐานะประธานอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว (อก.นร.) เพื่อรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และขอรับทราบผลการดำเนินการของศูนย์บริการแรงต่างด้าว

               นายประดิษฐ์ ยมานันท์ รองผู้ว่าจังหวัดพังงา ในฐานะเลขานุการศูนย์เฉพาะกิจกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงถึงความคืบหน้าการดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทยว่า ในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้มีกรอบการทำงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามนโยบาย 11 เรื่อง อาทิ การสร้างความเข้าใจในการเข้ามาบริหารของคสช.ที่อยู่ในช่วงการทำความเข้าใจกับประชาชนถึงนโยบายของหัวหน้าคสช.ในการจัดตั้งสภาปฏิรูปการเมือง และการทำธรรมนูญปกครองชั่วคราว โดยมีการดำเนินการแล้วทุกจังหวัด 50,147 ครั้ง สำหรับมาตรการป้องกันในการสร้างสถานการณ์ มีการตรวจพบอาวุธสงคราม 693 มอบคืนอาวุธปืนจำนวน 458 กระบอก เครื่องกระสุนกว่า 20,000 นัด และมีการจัดตั้งจุดตรวจตามจุดสำคัญต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงการตรวจสอบสถานีวิทยุที่ไม่ได้ใบอนุญาตดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมาย การป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า การกวาดล้างบ่อนการพนัน การติดตามการทวงหนี้ของชาวนา รวมทั้งการปราบปรามยาเสพติด

               ส่วนความคืบหน้าในการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวนั้น นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวรายงานว่า กรมการปกครองได้จัดตั้งศูนย์จัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว ใน 4 จังหวัดคือ จ.สุรินทร์ จ.สระแก้ว จ.ตราด และจ.จันทบุรี ส่วนศูนย์จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ หรือศูนย์วันสต๊อปเซอร์วิส ที่ จ.สมุทรสาคร โดยขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวมาใช้บริการทำทะเบียนประวัติแล้วรวม 4,318 คน โดยปัญหาในการจดทะเบียนประวัติคือแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาไม่มั่นใจว่าหลังจากทำทะเบียนประวัติแล้วจะต้องทำอะไรต่อไป จึงมีความไม่มั่นใจเกี่ยวกับนโยบายทางด้านแรงงาน และยังขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดีจึงทำให้มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาจดทะเบียนประวัติน้อย

               ผู้ว่าราชการจังหวัดที่จัดตั้งศูนย์จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวได้ชี้แจงปัญหาในการดำเนินการต่อที่ประชุมว่า บางจุดมีปัญหาจากหน่วยงานเรื่องตรวจคนเข้าเมืองของกัมพูชา ที่มีการจัดทำเอกสารช้าและมีค่าบริการ ทำให้การจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยล่าช้าตามไปด้วย ขณะที่บางจุดพบว่าค่าธรรมเนียมผ่านแดนของกัมพูชายังไม่แน่นอน และแรงงานชาวกัมพูชายังไม่เข้าใจภาษาไทยการประสานงานจึงต้องผ่านล่ามทำให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง นอกจากนั้นยังมีปัญหาเรื่องการประชาสัมพันธ์ โดยมีการแก้ปัญหาแล้วในบางจุด อาทิ จังหวัดสระแก้ว ที่ได้เชิญผู้สื่อข่าวจากกัมพูชาจำนวน 105 สถานีข่าว มาร่วมประชุม เพื่อให้ผู้สื่อข่าวได้สร้างความเข้าใจกับประชาชนชาวกัมพูชา

               ด้านพล.อ.ศิริชัย กล่าวว่า อก.นร.จะนำปัญหาในการดำเนินการไปพิจารณาและแก้ไขต่อไป เรื่องนี้อยากเน้นย้ำให้ทุกคนให้ความร่วมมือร่วมใจในเชิงรุกในการเร่งรัดงานตามหน้าที่รับผิดชอบในทุกมติ ตามนโยบายของ คสช. เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องแรงงานต่างด้าว และการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการ ดังนั้นอยากให้ทุกจังหวัดเตรียมตัวเปิดศูนย์วันสต๊อปเซอร์วิส โดยในระหว่างนี้ขอให้เตรียมการระบบ บุคลากร และสำรวจข้อมูลแรงงานต่างด้าวในพื้นที่เพื่อให้การจดทะเบียนสามารถทำได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น ส่วนจังหวัดชายทะเล 22 จังหวัดให้เร่งรัดตรวจสอบ และจัดทำทะเบียนเรือ รวมถึงแรงงานประมง เพื่อตรวจสอบไม่ให้มีการบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์ โดยขอให้รายงานผลในการดำเนินการภายใน 2 สัปดาห์


สมุทรสาครยอดการขึ้นทะเบียนวันที่2รวม1,020คน

 

               รายงานข่าว  จากจ. สมุทรสาคร แจ้งว่า  วันที่สองของการเปิดศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ  จ.สมุทรสาคร  ตลอดทั้งวัน  มีนายจ้างนำแรงงานต่างด้าวมา ที่ลอบเข้าเมืองมาขึ้นทะเบียนที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรสาคร รวม  1,020 คน จากนายจ้างที่พามาขึ้นทะเบียน 121 ราย   ขณะที่บรรยากาศของการให้บริการของเจ้าหน้าที่ภายในสำนักงาน  เป็นไปด้วยความคล่องตัวมากขึ้น  เมื่อเทียบกับวานนี้ ที่บรรยากาศค่อนข้างโกลาหล เนื่องจากจำนวนผู้มาใช้บริการมากกว่า 2,000 คน ในวันเดียวกัน ที่เกินกว่าเจ้าหน้าที่จะให้บริการได้

 


ผู้ว่าฯชลบุรีหารือนายจ้าง ขั้นตอนยื่นบัญชีราย

 

               ที่หอประชุมธำรง บัวศรี  ภายในมหาวิทยาลัยบูรพา บางแสน  อ.เมือง  จ.ชลบุรี     นายคมสัน  เอกชัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี  ได้หารือร่วมกับ นายจ้าง ผู้ประกอบการให้รับทราบแนวทางปฏิบัติการใช้แรงงานต่างด้าว  ตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช. )โดยให้นายจ้างผู้ประกอบการยื่นบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าวผิดกฏหมาย ได้ที่อำเภอ  เทศบาล  องค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่ง  ภายในวันที่ 15 ก.ค. นี้  เพื่อเป็นข้อมูลในการขึ้นทะเบียนกับศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จของ  3 หน่วยงานหลัก คือ  กระทรวงมหาดไทย  กระทรวงสาธารณสุข  และกระทรวงแรงงาน  ซึ่งจะเคลื่อนที่ไปให้บริการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย  พร้อมใบอนุญาตทำงานให้ถูกกฎหมาย สำหรับจังหวัดชลบุรีมีแรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนแล้ว  140,000 คน

อุดรเตรียมขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว 15 ก.ค.นี้

               ที่ห้องประชุมชั้น 2 สนง.จัดหางาน จ.อุดรธานี นายกอบเกียรติ กาญจนะ รอง ผวจ.อุดรธานี เป็นประธานเปิดประชุม "นายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวเข้าทำงาน" โดยมี พ.อ.ศุภการ บุบพันธ์ เสนาธิการ มณฑลทหารบก 24 ค่ายประจักษ์ศิลปาคม ร่วมมอบนโยบายแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ เพื่อนำไปสู่การจัดระเบียบแรงงานต่างด้านในประเทศ และสร้างมาตรฐานการทำงาน ของแรงงานต่างด้านให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ให้กับนายจ้างที่มาร่วมงาน 120 ราย

               นายกอบเกียรติ กาญจนะ รอง ผวจ.อุดรธานี กล่าวว่า อุดรธานีเป็นจังหวัดที่มีแรงงาน เดินทางไปทำงานต่างประเทศมากที่สุดในประเทศไทย ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีฐานะเศรษฐกิจด้อยกว่า ทำให้มีแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย ลักลอบทำงานในประเทศมากขึ้น เพื่อทดแทนแรงงานที่ขาดแคลน จึงมีการกำหนดมาตรการจ้างแรงงานต่างด้าว ให้สอดคล้องกับความมั่นคงชาติ เศรษฐกิจ สังคม และหลักสากล  โดยให้ขึ้นทะเบียน และออกใบอนุญาตทำงานชั่วคราว ให้กับแรงงาน 3 ชาติ คือ พม่า กัมพูชา และลาว และครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 3

               นายพงศวัฒน์ เพชรวิเชียร จัดหางาน จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุดรธานีมีแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้รับอนุญาตทำงานชั่วคราว 425 คน และมีแรงงานต่างด้าวจากพื้นที่อื่นมาทำงาน 306 คน เป็นทั้งแรงงานที่รับการผ่อนผัน และแรงงานตามการลงนาม เอ็มโอยู. ที่มาทำงานกรรมกรกลางแจ้ง-ในร่ม , แรงงานในสถานประกอบการ , แม่บ้าน และที่น่าสนใจคือ คู่สมรสกับชาวไทยตามแนวชายแดน ก็คือกลุ่มที่เชิญนายจ้างมารับนโยบายวันนี้ ซึ่งกลุ่มนี้ยังคงต้องต่อใบอนุญาต เมื่อครบอายุใบอนุญาตตามปกติ

               "ส่วนแรงงาน 3 สัญชาติที่ลักลอบทำงานอยู่ สามารถมาขอใบอนุญาตทำงานชั่วคราว ได้ในเดือนนี้คาดว่าจะเป็นวันที่ 15-31 กรกฎาคมนี้ เป็นใบอนุญาตชั่วคราว 2 เดือน ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 1,400 บาท ซึ่งภายใน 2 เดือน แรงงานเหล่านี้จะต้องได้รับพิสูจน์สัญชาติ คาดว่าในพื้นที่อุดรธานีมีอยู่ราว 500คน ส่วนใหญ่เป็นชาวลาวถ้าผ่านพ้นช่วงนี้ไปก็จะถูกดำเนินคดี ขณะเดียวกันผู้ประกอบการ ยังสามารถมาขอนำแรงงานเข้าได้ ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติอยู่แล้ว "นายพงศวัฒน์ กล่าว

               ด้านนายเบญจรงค์ รุ่งแจ้ง ตัวแทนหมู่บ้านจัดสรรศิวลี ในเครือแลนด์แอนด์เฮ้าส์ เปิดเผยว่า หมู่บ้านฯได้ย้ายแรงงานพม่า และกัมพูชา จากงานก่อสร้างใน จ.นนทบุรี มางานสร้างบ้านจัดสรรที่ จ.อุดรธานี รวม 43 คน มีทั้งแรงงานวีซ่า 4 ปี และแรงงานตาม เอ็มโอยู. โดยมีบางส่วนใบอนุญาตจะหมดธันวาคมนี้ วันนี้รับแจ้งว่าต่อใบอนุญาตที่อุดรธานีได้ ขณะที่ผ่านมากรณีข่าวลือทหารจับแรงงาน มีแรงงานขอลากลับ 10 คน และดินทางกลับมาแล้ว 5 ราย และกำลังตัดสินใจจะเพิ่มคนงานอีก 20 คน โดยทุกคนได้รับสวัสดิการตามกฎหมาย และมีสวัสดิการพิเศษเพิ่มอีก  

               ส่วนนางบุญเรียน ศรีโสภา ชาวไทย อายุ 63 ปี และนายบุญล้ำ สุดทะวังสา ชาวลาว อายุ 56 ปี สองสามีภรรยา จากบ้านดอนหาด ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ทั้งสองเคยมีครอบครัวมาก่อน เมื่อ 37 ปีก่อน ฝ่ายชายลักลอบมาทำงานปลูกอ้อยที่ชลบุรี ไปพบกับฝ่ายหญิงที่สามีเสียชีวิต ได้อยู่กินกันจนมีบุตร 2 คน อายุ 27 และ 24 ปี นั่น และกลับมาปักหลักทำนาที่บ้านฝ่ายหญิง แต่เพราะฝ่ายชายออกจากลาวนาน จึงถูกคัดชื่อออกจากทะเบียน เมื่อไทยออกมาตรการแรงงานชั่วคราว ก็มายื่นขออนุญาตให้ฝ่ายหญิงเป็นนายจ้างฝ่ายชาย จ่ายเงินค่าธรรมเนียม ตรวจโรค ประกันสุขภาพ ปีละ 3,900บาท มาตั่งแต่ปี 2539  ไม่สามารถแต่งงานกันหรือโอนสัญชาติได้ เพราะฝ่ายมีปัญหาพิสูจน์สัญชาติ    
 

 

สตูลเร่งแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว-ค้ามนุษย์  

 

               นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรับฟังการประชุมทางไกลผ่านระบบวีดีโอ คอนเฟอร์เร้นท์ ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสตูล เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ ซึ่งมีพลเอกศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหาร/ประธานคณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการแรงงานต่างด้าว (อกนร.) เป็นประธานการประชุม ณ ห้องส่วนสั่งการและควบคุม ศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เชื่อมโยงสัญญาณมายังห้องประชุม ๑ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามผลดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทยตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์

               โดยมีสาระสำคัญคือการจัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ในทุกจังหวัด เพื่อทำหน้าที่ในการพิจารณาออกใบอนุญาตทำงานชั่วคราวให้แก่คนต่างด้าว และจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา โดยมีกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก ปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยจะเร่งจดทะเบียนแรงงานประมงใน ๒๒ จังหวัดที่ชายทะเล เป็นลำดับแรก จากนั้นจะได้ขยายไปจังหวัดอื่นๆ ต่อไป

               นายวีรนันทน์  กล่าวว่า  จังหวัดสตูล เป็น 1 ใน 22 จังหวัดที่ชายทะเล ที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ ตามนโยบาย คสช. โดยในวันที่ 2 ก.ค.นี้ ตนจะนำคณะไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับ รูปแบบ วิธีการ ตลอดจนแนวปฏิบัติในการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นจังหวัดแรกที่เปิดให้บริการดังกล่าว นำมาปรับใช้ในพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อให้แรงงานที่จดทะเบียนได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม ป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย

 

ตรังเรียกประชุมผู้ประกอบการใช้แรงงานต่างด้าว

               ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดตรัง นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยพลตรีสนอง คงยั่งยืน ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกทุ่งสง ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร และนายสุธรรม บัวแก้ว จัดหางานจังหวัดตรัง เรียกประชุมนายจ้าง สถานประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าว เพื่อชี้แจงแนวทางการจัดทำบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าว และการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว โดยมีนายจ้าง สถานประกอบการในพื้นที่จังหวัดตรังให้ความร่วมมือเข้าร่วมประชุมจำนวน 150 ราย

               นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า จังหวัดตรังมีการใช้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ สัญชาติเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ที่จดทะเบียนและขออนุญาตทำงานถูกต้อง จำนวน 10,891 คน ประกอบด้วย สัญชาติเมียนมาร์ จำนวน 8,487 คน สัญชาติลาว จำนวน 864 คน และสัญชาติกัมพูชา จำนวน 1,540 คน จังหวัดตรังได้ดำเนินการตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างเคร่งครัด ไม่มีการเร่งรัดจับกุมกวาดล้างแรงงานต่างด้าว แต่ได้มอบหมายให้สำนักงานจัดหางานจังหวัดตรัง จัดทำบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าวทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2557 เพื่อนำข้อมูลมาจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว กำหนดจัดโซนนิ่ง ขจัดการเอารัดเอาเปรียบ กักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายร่างกาย และการค้าประเวณีของแรงงานต่างด้าว แรงงานต่างด้าวได้รับการดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรม พร้อมได้มบอนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากพบว่ามีการปล่อยปละละเลย หรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกับการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ด้วยกฎหมายด้านการค้ามนุษย์และแรงงานต่างด้าว จะดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด

               นายสมศักดิ์  กล่าวอีกว่า ตามที่เคยมีข่าวคราวการค้าแรงงานต่างด้าวของนายหน้าบางรายในพื้นที่จังหวัดตรังก่อนหน้านี้ และมีตำรวจดีเอสไอเข้ามากวาดล้างจับกุม ทางจังหวัดก็ได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด และไม่ปล่อยให้มีการค้าแรงงานเกิดขึ้นในพื้นที่อย่างเด็ดขาด และหากใครทราบว่ามีการลักลอบค้ามนุษย์หรือใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่ขอให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส ทางจังหวัดพร้อมจะเข้าไปดำเนินการตรวจค้นจับกุมต่อไป ส่วนภาคการประมงทางทะเล จะมีชุดกวาดล้างจับกุม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัด ตำรวจน้ำ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จะเข้าไปดำเนินการตรวจค้นเรือประมง เพื่อกวดขันจับกุมไม่ให้มีการใช้แรงงานต่างด้าวแบบผิดกฎหมายและค้ามนุษย์เกิดขึ้นเช่นกัน

               ทั้งนี้ ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2557 จังหวัดตรังจะจัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จจังหวัดตรัง (ONE STOP SERVICE) เพื่อให้นายจ้าง/สถานประกอบการที่มีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ออกมาดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีการบูรณาการร่วมกันกับ สำนักทะเบียน สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักตรวจคนเข้าเมือง และสำนักงานสาธารณสุข เพื่อจัดทำประวัติ ออกใบอนุญาตทำงานและตรวจสุขภาพ และแจ้งข่าวสารให้ครอบคลุมทั่วถึงคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ที่เข้ามาหรืออยู่ในจังหวัดตรังโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย หรือการอนุญาตสิ้นสุดแล้ว หรือทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้ไปรายงานตัว ณ ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จจังหวัดตรัง และศูนย์ฯ พิจารณาออกใบอนุญาตทำงานชั่วคราวแก่คนต่างด้าว มีอายุ 60 วัน นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ซึ่งคนต่างด้าวสามารถทำงานกับนายจ้างได้ตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ออกประกาศให้มีการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว สำหรับนายจ้าง/สถานประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย จะได้ดำเนินการนำแรงงานต่างด้าวมาจดทะเบียนให้ถูกต้อง​