ข่าว

คุกตลอดชีวิต!ปศร.รับสินบน

คุกตลอดชีวิต!ปศร.รับสินบน

01 ก.ค. 2557

ศาลคดีทุจริตจาการ์ตา สั่งจำคุกตลอดชีวิตอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ฐานรับใต้โต๊ะ เป็นบทลงโทษคดีโกงกินหนักสุดในประวัติศาสตร์

 
                          1 ก.ค. 57  จาการ์ตาโพสต์ รายงานว่า  ศาลคดีทุจริตจาการ์ตา ตัดสินให้นายอาคิล ม็อคตาร์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญอินโดนีเซีย และอดีต ส.ส. พรรคโกลข่าร์ มีความผิดฐานรับสินบน หรือของขวัญ 4.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากนักการเมืองท้องถิ่นจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ตัดสินเข้าข้างคดีโต้แย้งผลเลือกตั้งท้องถิ่น และพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต 
 
                          นอกจากนี้ ศาลยังตัดสินให้มีความผิดฐานฟอกเงินกว่า 15.2 ล้านดอลลาร์ นับจากปี 2545 สมัยเป็น ส.ส. พรรคโกลข่าร์ จนถึงถูกจับกุมเมื่อตุลาคม ปี 2556 
 
                          รายงานระบุว่า ระหว่างอ่านคำพิพากษา และไต่สวนนัดสุดท้าย ที่ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง เมื่อค่ำวันจันทร์ นายอาคิล ซึ่งมักแสดงท่าทางยโสตลอดการพิจารณาคดีเกือบสี่เดือน รับฟังคำชี้แจงของผู้พิพากษาด้วยสีหน้าเรียบเฉย บางครั้ง หลับตา แต่เมื่อได้ยินคำว่า คุกตลอดชีวิต ก็มีท่าทางตกใจ และกล่าวหลังจากนั้นว่า จะยื่นอุทธรณ์ 
 
                          นายอาคิล ยังคงยืนยันว่า ตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่มีอะไรต้องเสียใจ ทั้งกล่าวด้วยว่า โทษจำคุกตลอดชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงของคนบางกลุ่มที่พยายามล้างแค้น แต่ไม่ได้ให้รายละเอียด         
 
                          ผู้พิพากษา กล่าวว่า ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธโทษจำตุกตลอดชีวิต ซึ่งเป็นโทษสูงสุดตามที่อัยการเสนอ เนื่องจากพฤติการณ์ของจำเลย ทำให้ภาพลักษณ์ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ถือเป็นสถาบันสูงสุดของรัฐแปดเปื้อน 
 
                          นายอาคิล ได้รับเลือกเป็นผู้พิพากษา เมื่อปี 2551 และเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเมษายนปีที่แล้ว 
 
                          คณะกรรมการปราบปรามการทุจริตได้เข้าจับกุม เมื่อตุลาคมปีที่แล้ว ขณะที่เขากำลังรับสินบนเพื่อให้แก้ไขผลเลือกตั้งท้องถิ่นระดับเขตและจังหวัดรวมสองแห่ง แต่ในระหว่างการพิจารณาคดี พบเพิ่มเติมว่า จำเลยรับสินบนจากคดีแย้งผลเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างน้อย 10 ครั้ง 
 
                          นับเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการปราบปรามการทุจริตของอินโดนีเซีย องค์กรอิสระที่ได้รับรางวัลแมกไซไซ เมื่อสองปีก่อน ประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวศาล ตัดสินผู้ต้องหาคดีทุจริต หรือฟอกเงิน จำคุกตลอดชีวิต นับจากปี 2546 และเป็นโทษหนักสุดเท่าที่เคยมีคำพิพากษาในอินโดนีเซีย 
 
                          ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ การปราบปรามทุจริต ถูกชูเป็นเรื่องหลัก ควบคู่กับเศรษฐกิจ และผู้สมัครทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นว่า จะเพิ่มอำนาจให้แก่เคพีเค        
 
                          องค์กรความโปร่งใสนานาชาติ จัดอินโดนีเซีย อยู่ในอันดับ 114 จาก 177 ประเทศจากผลสำรวจเมื่อปีที่แล้ว
 
 
 
 
 
----------------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)