ข่าว

'ประยุทธ์'ยันย้ายขรก.ตามเหมาะสมไม่รังแก

'ประยุทธ์'ยันย้ายขรก.ตามเหมาะสมไม่รังแก

01 ก.ค. 2557

'ประยุทธ์'แจงปรับย้ายขรก.ตามเหมาะสม ยันไม่ได้รังแก ขอคณะกรรมการ นบข. ลดต้นทุนชาวนา พิจารณาทุกมิติทั้งในและนอกปท. ตร.แบ่งงาน'จรัมพร'ดูกม.'เอก'ดูเด็ก-สตรี

                1ก.ค.2557 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) กล่าวว่า การปรับย้ายข้าราชการระดับสูงที่เกิดขึ้น เป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสมเช่นเดียวกับ การโยกย้ายในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ไม่ใช่การรังแกข้าราชการหรือหน่วยงานใด จึงขอความร่วมมือทุกคนให้เกียรติซึ่งกันและกัน พร้อมร่วมกันทำงานเพื่อประเทศต่อไป และนับจากวันนี้ คสช.ขอยืนยันว่า จะไม่มีการทุจริต หรือ เรียกร้องผลประโยชน์แม้แต่บาทเดียว หากใครพบหรือถูกเรียกรับใด ๆ ให้แจ้งมาจะดำเนินการตรวจสอบและลงโทษทันที

                "สำหรับงานด้านเศรษฐกิจ คณะกรรมการ นบข. ที่ตั้งขึ้น นอกจากมาช่วยดูแล เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้ชาวนาแล้ว ยังต้องพิจารณาในมิติทั้งในและต่างประเทศด้วย หากพบข้อจำกัดใดทางการกฎหมาย คสช. ก็จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ได้ก่อนที่จะมีรัฐบาล แต่หากเป็นกฎหมายใหญ่คงต้องให้พิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ส่วนเรื่องที่จะต้องกระทบกับคนส่วนมากของประเทศ จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาปฎิรูปต่อไป " พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

 

"บิ๊กต๊อก"แจงเรียก"วิษณุ"หารือข้อกม.

                 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการประชุมร่วม กับนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม พร้อม ทีมกฎหมายว่า เป็นการพูดถึงความคืบหน้าในการพิจารณากฎหมาย ระเบียบ ที่หน่วยงานต่างๆ เสนอมาเพื่อสนับสนุนการทำงาน และ ขจัดอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งนี้ คณะทำงานจะหารือว่าประเด็นใดที่เร่งด่วนและควรออกเป็นประกาศ คสช.หรือ ส่วนใดควรเสนอเข้า สภานิติบัญญัติเพื่อเห็นชอบต่อไป

                 พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่ได้หารือเรื่องรัฐธรรมนูญชั่วคราวในคณะทำงานชุดนี้ เพราะเป็นคนละส่วนงานกัน ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช. มาเข้าประชุมเพราะตนขอให้มาช่วยดูในเรื่องของกฎหมายที่ค้างอยู่ ซึ่งเรื่องรัฐธรรมนูญ เป็นส่วนของทีมที่ปรึกษา คสช. ซึ่งนายวิษณุ ดูร่วมกับคณะทำงานร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็รอทางคณะทำงานส่งมาเหมือนกัน เพราะจะได้รับทราบว่ามีกี่มาตรา และมีข้อห่วงใยประการใด จะต้องมีการปรับใหม่หรือไม่ ที่ผ่านมาเป็นการคุยกันภายในคร่าวๆว่าไปถึงขั้นตอนไหนเท่านั้น คาดว่าเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว คงจะเสนอให้ คณะ คสช. ดูในเร็วๆ นี้


ตร.แบ่งงาน'จรัมพร'ดูกม.'เอก'ดูเด็ก-สตรี

                พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร.ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 328/2557 เรื่องการกำหนดลักษณะงานและมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบเพิ่มเติม หลังจากคสช.มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผบ.ตร.ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ใหญ่(สบ8) มารักษาราชการแทนในตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. เพื่อให้การกำกับการบริหาราชการ สั่งและปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้มอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบเพิ่มเติม

                โดยให้ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาสบ.10 (งานกฎหมายและคดี)เป็นหัวหน้า กำกับการบริหารราชการ สำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจและโรงพยาบาลตำรวจ(เฉพาะสถาบันนิติเวชวิทยา) รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในงานกฎหมายและคดีของหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยมีพล.ต.อ.ชนินทร์ ปรีชาหาญ ที่ปรึกษาสบ.10(งานกฎหมายและคดี1) พล.ต.ท.อุดม ชัยมงคลรัตน์ ผู้ช่วยผบ.ตร.(งานกฎหมายและคดี2) พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้ช่วยผบ.ตร.ฆงานกฎหมายและคดี3) พล.ต.ท.มล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ ผู้ช่วยผบ.ตร.(งานกฎหมายและคดี4) เป็นผู้ช่วย

                พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร.เป็นหัวหน้ารับผิดชอบสั่งและปฏิบัติการแทนงานพิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัวและป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์(พดส.)โดยมีพล.ต.ท.มล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ ผู้ช่วยผบ.ตร.เป็นผู้ช่วย

                พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง รองผบ.ตร. เป็นหัวหน้ารับผิดชอบสั่งและปฏิบัติการแทนในงานป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง(ปนม.)โดยมีพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วยผบ.ตร. และพล.ต.ท.อำนาจ อันอาตน์งาม ผู้ช่วยผบ.ตร.เป็นผู้ช่วย

                พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ รรท.ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็นผู้ช่วยงานศึกษาอบรม (ผู้ช่วยงานศึกษาอบรม3) แทนพล.ต.ท.มล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ ผู้ช่วยผบ.ตร. โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป

                ทั้งนี้การแบ่งงานเพิ่มเติมเนื่องจากกรณีที่พล.ต.อ.ชัชวาลย์ ย้ายเป็นอธิบดีดีเอสไอ ก่อนหน้านี้รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี งานพิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัวและป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์(พดส.) เมื่อย้ายขาดก็ต้องมีหาคนมาทำหน้าที่แทน ส่วนงานป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง(ปนม.)ก่อนหน้านี้มีพล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร.รับผิดชอบเมื่อมีการแบ่งงานใหม่ให้พล.ต.อ.สมยศดูงานความมั่นคงแทนพล.ต.อ.วรพงษ์ จึงมอบงาน ปนม.ด้วย


เลขาป.ป.ท.คนใหม่ตั้งเป้า3เดือนปราบทุจริตระยะเร่งด่วน

                นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการป.ป.ท. เปิดเผยแนวทางการดำเนินการตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ว่า ตนจะเร่งดำเนินการตามคำสั่งให้เห็นผลภายใน 3 เดือน โดยเรื่องที่สามารถผลักดันให้เห็นผลทางปฏิบัติคือ หัวหน้าส่วนราชการต้องขับเคลื่อนตามคำสั่งที่ 69 โดยตรวจสอบและดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการในสังกัดแล้วเสร็จใน 30 วัน หากไม่เสร็จและป.ป.ท.เข้าตรวจสอบซ้ำหัวหน้าส่วนราชการจะมีความผิดวินัยเอง ล่าสุดได้หารือกับคณะกรรมการป.ป.ท.ขอให้เร่งรัดการไต่สวนคดีค้างเก่ากว่า 4,000 เรื่องให้เสร็จโดยเร็วเพื่อให้มีความพร้อมในการรับไต่สวนคดีที่จะเกิดขึ้นใหม่ สำหรับงานด้านปราบปรามที่เป็นประเด็นเร่งด่วนคือ 1.ปัญหาบุกรุกป่าสงวนและเขตอุทยาน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่เข้าดำเนินการแต่ไม่คืบหน้า ดังนั้นป.ป.ท.จะเข้าไปกระชับกระบวนการพร้อมกับคำสั่งคสช.ที่ 64 และ 69 2. กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุจริตงบประมาณ ซึ่งถือเป็นปัญหาทั่วประเทศ เพราะมีทั้งการของบซ่อมถนน ขุดคลอง ขุดบ่อน้ำ

                3. กรณีใช้งบเยียวยาภัยพิบัติ ป.ป.ท.มีแนวคิดทำสถิติการประกาศภัยพิบัติและการใช้งบเยียวยาในรอบปี ว่าแต่ละจังหวัดมีภัยพิบัติเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ที่ผ่านมาป.ป.ท.เคยเข้าตรวจสอบปัญหาเพลี้ยกระโดดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากการติดตามข้อมูลพบว่าสำนักงานการตรวจแผ่นดิน(สตง.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เข้าไปดำเนินการแล้ว นอกจากนี้กรมบัญชีกลางได้สั่งปรับลดวงเงินจาก 50 ล้านบาท เหลือ 25 ล้านบาท ขณะที่จังหวัดบึงกาฬ ถูกสั่งเรียกเงินเยียวยาภัยพิบัติเพลี้ยกระโดดคืนทั้งหมด ซึ่งป.ป.ท.จะเข้าไปตรวจสอบซ้ำว่าหัวหน้าส่วนราชการได้ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่หรือไม่ 4.กรณีสวมบัตรประชาชนและการจัดทำบัตรประชาชนอันเป็นเท็จ ซึ่งในอดีตเป็นเพียงการออกบัตรประชาชนให้คนต่างด้าวแต่ปัจจุบันขบวนการสวมบัตรประชาชนได้ขายบัตรให้กับผู้กระทำผิดคดีอาญาและผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ

                นอกจากนี้จะต้องตรวจสอบไปถึงปัญหาแรงงานเถื่อนและการค้ามนุษย์ ซึ่งน่าจะเชื่อมโยงกับการสวมบัตรประชาชน ซึ่งกรณีเหล่านี้หากเจ้าหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องจะทำได้ยาก เพราะ การบังคับใช้แรงงานและการนำเข้าแรงงานโดยผิดกฎหมายจะต้องทำผิดกฎหมายหลายฉบับทั้งกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองไปจนถึงกฎหมายแรงงาน และ 5. กรณีทุจริตงบประมาณของรัฐ ซึ่งป.ป.ท.จะทำงานให้บรรลุผลโดยเร็วเพราะถือว่าข้าราชการทุจริตคือขยะของส่วนราชการ ป.ป.ท.มีหน้าที่เข้ากำจัดขยะ ปัญหาทุจริตในขณะนี้ใหญ่กว่าเรื่องของการหาเศษหาเลยกับงบประมาณ นายประยงค์ กล่าวอีกว่า มีแนวคิดสร้างเครือข่ายสายลับประชาชน เพื่อเปิดช่องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส วางเป้าหมายต้องมีต้องมีเครือข่ายในทุกหมู่บ้าน ซึ่งทั่วประเทศมีกว่า 80,000 หมู่บ้าน รวมเข้ากับเครือข่ายคนรุ่นใหม่ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ โดยจะเปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสเพื่อกระจายการตรวจสอบและเฝ้าระวังให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ นอกจากนี้จะผลักดันให้มีการรวบรวมจัดทำฐานข้อมูลการตั้งกรรมการสอบวินัยข้าราชการในทุกส่วนราชการ เพื่อให้มีฐานข้อมูลข้าราชการกว่า 2 ล้านคนไว้พิจารณาประกอบการแต่งตั้งโยกย้าย 

                “ในยุคที่ประเทศต้องการการปฏิรูป ข้าราชการต้องปฏิรูป เชื่อว่าทุกคนมองเห็นปัญหาตรงกันว่าการทุจริตครั้งนี้ถ้าไม่แก้ไขประเทศจะไม่เหลืออะไร สำหรับป.ป.ท.ไม่มีที่ยืนให้คนโกง เว้นแต่จะมาให้ปากคำ ไม่มีอีกแล้วสำหรับการโกงง่ายๆรวดเร็วและปลอดภัย ถ้ามีเรื่องร้องเรียนเข้ามาป.ป.ท.ส่งเรื่องให้ส่วนราชการตรวจสอบแล้วไม่ตั้งกรรมการสอบวินัยหรือตั้งกรรมการสอบสวนแบบสวนทางกับข้อเท็จจริง หัวหน้าส่วนราชการต้องรับผิดชอบ”เลขาธิการป.ป.ท.ระบุ


กอ.รมน.กทม.ตั้งศูนย์ประสานงานจัดระเบียบรถตู้โดยสาร

                นายอรรถพร สุวัธนเดชา รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร(กอ.รมน.กทม.)ได้มีคำสั่งตั้งศูนย์ประสานงานและอำนวยการการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะในเขตกรุงเทพฯ เพื่อจัดระเบียบย้ายวินรถตู้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิโดยเริ่มดำเนินการวันแรกในวันที่ 1 ก.ค.โดยตนเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ซึ่งในส่วนของ กทม.จะรับผิดชอบเรื่องการปรับพื้นที่จอดรถที่สถานีรถไฟฟ้าเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(แอร์พอร์ต เรลลิงค์) และจุดขายตั๋วโดยสารบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย

                นายอรรถพร กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ในส่วนของการปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ จัดระเบียบ ดูแลความปลอดภัย สาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับการจอดรถตู้โดยสารบริเวณสถานีรถไฟฟ้าเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(แอร์พอร์ต เรลลิงค์) มักกะสัน เขตพญาไท สำนักการโยธา และสำนักสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่เข้าดำเนินการปรับสภาพพื้นที่ เพื่อเป็นจุดจอดรถตู้ที่มาจากอนุสาวรีย์ฯ ซึ่งขณะนี้แล้วเสร็จไปกว่าร้อยละ 60 นอกจากปรับพื้นที่จากพื้นที่รกร้างแล้ว จะมีการเพิ่มสุขาชั่วคราวโดยในเบื้องต้นจะใช้รถสุขาเคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกด้วย

                นายอรรถพร กล่าวอีกว่า ในส่วนของการจัดระเบียบจุดขายตั๋วที่พักรอผู้โดยสารที่อนุสาวรีย์ชัยฯจะให้เป็นระเบียบบริเวณเกาะทั้ง 4 ด้านโดยรอบ และใต้ทางด่วนทั้ง 2 ด้านที่ใช้เป็นจุดรอก่อนเข้ารับผู้โดยสาร และการดูแลไม่ให้มีการเข้าใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใต้ทางด่วนเมื่อรถโดยสารออกจากพื้นที่แล้ว ซึ่งในการขายตั๋ว 4 จุด และดูแลพื้นที่ใต้ทางด่วนทั้ง 2 จุด รวมถึงที่จอดรถบริเวณแอร์พอร์ตลิงค์ มักกะสัน จะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจดูแลพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ขับรถตู้หรือกลุ่มอื่นเข้าไปใช้ประโยชน์พื้นที่หลังจากทำการจัดระเบียบเรียบร้อยแล้ว


"สมชัย"เผยกกต.จ่อเลื่อนเลือกตั้งท้องถิ่นยาว

                นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่กกต.ขยายระยะเวลาการเลือกตั้งขององค์กรปกครองครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 180 ตำแหน่ง ใน 160 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ออกไปอีก 30 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับ 7 ที่ห้ามการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งครบกำหนดเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้มีการหารือกันในที่ประชุม กกต. และยังไม่มีมติอย่างใดออกมา แต่ได้มีการหารือกันนอกรอบแล้ว โดยคิดว่าน่าจะมีการเลื่อนออกไปจนกว่าจะมีธรรมนูญการปกครอง และมีรัฐบาลเกิดขึ้นในช่วงเดือนต.ค.นี้ แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวคงต้องรอหารือกันในที่ประชุมกกต.ว่าจะมีมติอย่างไร