
ถึงเวลาต้องกู้ภาพลักษณ์ ให้กับประเทศชาติอีกครั้ง
02 ก.ค. 2557
เล่าสู่กันฟัง : ถึงเวลาต้องกู้ภาพลักษณ์ ให้กับประเทศชาติอีกครั้ง : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์
ประเทศไทยผ่านวิกฤติมานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และถ้าย้อนไปถึงเหตุการณ์สำคัญในช่วงสงครามอินโดจีน ฝรั่งเศส หรือกรณีพิพาทอินโดจีนระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นยุคของการล่าอาณานิคม ในช่วง พ.ศ.2430-2490 ไทยต้องเสียดินแดนกว่า 480,000 ตารางกิโลเมตร ให้แก่ฝรั่งเศส เพื่อรักษาเอกราชและคงความเป็นชาติไทยไว้ ในตอนนั้นอิทธิพลลัทธิการล่าอาณานิคมและระบอบคอมมิวนิสต์ได้คุกคามไปในหลายประเทศ
มีคำคำหนึ่งที่มักใช้อธิบายปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เกิดในประเทศหนึ่ง แล้วลุกลามหรือเลียนแบบไปยังประเทศข้างเคียงอย่างต่อเนื่องว่า ทฤษฎีโดมิโน อันมีที่มาจากเกมที่ต่อกันเมื่อตัวหนึ่งล้มจะส่งผลให้ตัวที่อยู่ใกล้เคียงต้องพลอยล้มต่อเนื่องไปด้วยอีกเป็นแถวๆ เช่นเดียวกับกรณีการขยายตัวของระบอบคอมมิวนิสต์ในทวีปเอเชีย ที่ได้รุกคืบจนทำให้ระบอบการปกครองแบบอื่นในหลายๆ ประเทศต้องล่มสลาย และในเวลานั้นประเทศอื่นๆ ก็เชื่อว่า ไทยก็คงจะเป็นประเทศถัดไป
เวลานั้นสถานการณ์บ้านเมืองในสุวรรณภูมิแห่งนี้ลุกร้อนเป็นไฟ ผู้บริหารต่างชาติบางคนเตรียมหอบผ้าหอบผ่อนหนีกลับประเทศ และว่ากันว่ามีเศรษฐีไทยบางคนเริ่มเตรียมทิ้งแผ่นดินหนีไปอยู่เมืองนอก เพราะมั่นใจว่าจะถึงคราวประเทศไทยแน่นอน แต่ในที่สุดสถานการณ์หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะโดมิโนตัวสุดท้ายจบอยู่ที่ลาว
หลังจากสงครามเวียดนามยุติลงในปี 2518 เหตุการณ์ต่างๆ ดูจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ยามนั้นมีบางบริษัทของไทยลุกขึ้นมารณรงค์ผ่านกลยุทธ์ด้านการสื่อสารบอกกับชาวโลกว่าขอให้ “เชื่อมั่นในอนาคตของประเทศไทย(ว่าจะอยู่รอด)" และเรียกความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติกลับคืนมา เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจให้แก่ไทย ถ้าจำไม่ผิดเหตุการณ์นั้นนับเป็นการกอบกู้ภาพลักษณ์ให้แก่ประเทศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
นี่จึงเป็นเสมือนโมเดลต้นแบบ ที่หลายครั้งต่อมาในยามเมื่อบ้านเมืองเกิดวิกฤติ เราก็มักจะเห็นภาครัฐ และเอกชนที่มีจิตใจรักชาติและมีกำลังทรัพย์กำลังสมองช่วยกันกอบกู้ภาพลักษณ์ให้แก่ประเทศในรูปแบบต่างๆ คนละไม้คนละมืออยู่เสมอ มีตั้งแต่ส่งทีมออกไปโรดโชว์ หรือเชิญเขามาดูข้อเท็จจริงที่เรียกกันว่าอินบาวนด์ ไปจนถึงการทำแคมเปญรณรงค์ผ่านการสื่อสารอย่างมีกลยุทธ์ จนทำให้ประเทศของเราเดินหน้าฝ่าวิกฤตได้เสมอมา
เรื่องที่ผมนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ก็เพื่ออยากจะบอกว่า เหตุการณ์บ้านเมืองของเราในช่วงที่ผ่านมา ก็วิกฤติไม่ด้อยไปกว่าครั้งก่อนๆ โดยเฉพาะด้านภาพลักษณ์ในสายตานานาประเทศ ซึ่งถูกบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง ผมจึงคิดว่าเมื่อบ้านเมืองของเราเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ นอกเหนือจากการปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ แล้ว สิ่งที่ควรทำควบคู่กันไปคือการปฏิรูปภาพลักษณ์ของประเทศ
เพราะมันคือต้นตอของหลายสิ่งหลายอย่าง เมื่อภาพลักษณ์ไม่ดีก็ไม่มีใครอยากมาลงทุน ภาพลักษณ์ไม่ดีไม่มีใครอยากค้าขายด้วย ภาพลักษณ์ไม่ดีไม่มีใครอยากมาเที่ยว สื่อต่างประเทศก็ไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิดๆ ฯลฯ แล้วเราจะมีรายได้จากที่ไหนมากู้บ้านแปงเมืองกันละครับ
-------------------------
(เล่าสู่กันฟัง : ถึงเวลาต้องกู้ภาพลักษณ์ ให้กับประเทศชาติอีกครั้ง : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)



