ข่าว

'โคราชโมเดล' เสียงร้องของวิทยุชุมชน

'โคราชโมเดล' เสียงร้องของวิทยุชุมชน

29 มิ.ย. 2557

'โคราชโมเดล' เสียงร้องของวิทยุชุมชน : ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / ปัญญาพร สายทอง ... รายงาน

 
                          สถานีให้ความร่วมมือหน่วยงานรัฐ ทุกรายการต้องไม่มีการเมืองแอบแฝง ไม่มีปลุกระดม สร้างความแตกแยก และกลุ่มวิทยุชุมชนต้องตรวจสอบกันเอง 
 
 
                          คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งปิดวิทยุชุมชนทุกแห่ง ระงับการออกอากาศ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องปรามการใช้สื่อวิทยุชุมชนยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกในสังคม แม้ในจำนวนหนึ่งจะเป็นวิทยุชุมชนน้ำดี ที่ไม่ได้มีเรื่องเกี่ยวโยงกับการปลุกปั่นทางการเมือง แต่อย่างน้อยคำสั่งแบบนี้ก็เป็นการหว่านแหรวม เพื่อไม่ให้เกิดคำครหาในการเลือกปฏิบัติ 
 
                          คำสั่งนี้เอง ทำให้บรรดาผู้ประกอบการวิทยุชุมชนจากทั่วประเทศเดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ๆ ทางอีสาน ที่ถูกเพ่งเล็งและจับตามองเป็นพิเศษ ทั้งอุดรธานี นครราชสีมา และขอนแก่น เพราะแต่ละจังหวัดมีผู้ประกอบการวิทยุชุมชนอยู่ไม่ต่ำกว่าจังหวัดละ 200 แห่ง โดยเฉพาะนครราชสีมามีผู้ประกอบการวิทยุชุมชนมากถึง 400 ราย ทำให้กลุ่มวิทยุชุมชนเผชิญทุกข์ เพราะเป็นการตัดเส้นทางทำมาหากิน ดังนั้นจึงต้องรวมตัวกันยื่นหนังสือกับผู้มีอำนาจในแต่ละพื้นที่ 
 
                          พล.ต.ชัยฤทธิ์พร บัวชุลี อดีตนายทหารบำนาญ ในฐานะนายกสมาคมวิทยุชุมชนนครโคราช และประธานเครือข่ายวิทยุชุมชนอีสานตอนล่าง พร้อมบรรดาผู้ประกอบการวิทยุชุมชน รวมทั้งผู้สังเกตการณ์ ซึ่งเป็นแกนนำเครือข่ายวิทยุชุมชน จ.บุรีรัมย์ และชัยภูมิ รวมกว่า 400 คน เข้าร่วมกิจกรรมทำบันทึกข้อตกลง และรับฟังแนวทางปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 15/2557 และฉบับที่ 23/2557 ให้ระงับการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายที่กำหนด และสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการ
 
                          พล.ต.ชัยฤทธิ์พร ระบุว่า มติที่ประชุมได้นำเสนอข้อปฏิบัติ กำหนดเวลาทำการระหว่าง 05.00-24.00 น. ทุกวันต้องถ่ายทอดรายการข่าวจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) รวม 4 ช่วงเวลา ที่สำคัญต้องตัดรายการข่าวด่วน หรือประกาศ คสช.ทุกครั้ง 
 
                          ส่วนผู้จัดรายการสด หรือ "ดีเจ" ห้ามเปิดรับสายหน้าไมค์ รวมทั้งไม่อนุญาตให้มีรายการประเภทสนทนาหรือสัมมนาเชิงวิชาการ ผลกระทบจากการห้ามออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชน 342 แห่ง ผู้เกี่ยวข้องหลายพันคนต้องขาดรายได้เลี้ยงชีพ ที่คาดว่าน่าจะเป็นเช่นนี้นานนับเดือน 
 
                          อย่างไรก็ดี มีข้อสรุปเบื้องต้นที่ผู้ประกอบการวิทยุชุมชนในพื้นที่เสนอคือ “โคราชโมเดล” เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการวิทยุชุมชนทั้งหมดยึดถือจรรยาบรรณในวิชาชีพสื่อสารมวลชน พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการแสดงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยทุกสถานีพร้อมให้ความร่วมมือหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ ทุกรายการต้องไม่มีการเมืองแอบแฝง ไม่มีข้อความปลุกระดม สร้างความแตกแยกในสังคม และกลุ่มวิทยุชุมชนต้องตรวจสอบกันเอง พร้อมจะเป็นหู เป็นตา แจ้งเบาะแสหากมีสถานีใดที่ละเมิดข้อห้าม จากนั้นจะนำแนวทางเสนอต่อกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 2 (กอ.รมน.2 ) ตามขั้นตอนต่อไป
 
                          พวกเขาบอกว่า โคราชโมเดล นี้ อยากจะให้เป็นโมเดลดีๆ ที่คนวิทยุชุมชนได้รวมตัวกันทำเพื่อให้เป็นแบบแผนในการปฏิบัติตัวของบรรดาวิทยุชุมชนทั่วประเทศ 
 
                          "ที่ผ่านมามีโมเดลที่ได้ชื่อว่าเป็นโมเดลที่ไม่ดีนัก ทั้งขอนแก่นโมเดล อุดรโมเดล แต่เราอยากเสนอโมเดลดีๆ อย่าง โคราชโมเดล เพื่อเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตัวของคนวิทยุชุมชนในห้วงเวลาที่ คสช.ดูแลอยู่ และจะทำหน้าที่เป็นวิทยุชุมชนและเป็นกระบอกเสียงที่จะส่งต่อไปยังประชาชนในพื้นที่ให้ดีที่สุด" พล.ต.ชัยฤทธิ์พร กล่าว 
 
                          แต่จนถึงบัดนี้ โคราชโมเดล ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับ และระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบ 2 เดือน ผู้ประกอบการวิทยุชุมชนได้ออกมาขอความเห็นใจกันอย่างต่อเนื่อง เพราะความเดือดร้อนที่มาเยือน เนื่องจากบางคนทำมาหากินกับวิทยุชุมชนเป็นหลัก บางคนเป็นดีเจจัดรายการวิทยุเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว 
 
                          ดังนั้น วันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น บรรดาผู้ประกอบการวิทยุชุมจังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีอยู่กว่า 201 แห่ง ได้ส่งตัวแทนเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ไชยพร รัตนแพทย์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ กอ.รมน.ภาค 2 เพื่อขอความเห็นใจให้ คสช.อนุญาตให้ออกอากาศได้เหมือนเดิม 
 
                          ชูรัตน์ ประถมเสาวนีย์ หรือ "พี่โด่ง" ดีเจตาบอด เป็นหนึ่งในนักจัดรายการวิทยุชุมชน ที่ยึดอาชีพดีเจเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวและทำนายดวงชะตาเป็นอาชีพเสริมด้วย ได้ร่วมในการขอความเห็นใจ และระบุว่า ที่ผ่านมาจัดรายการอยู่ 3 คลื่น คือ สยามชัยเรดิโอ สายฟ้า และ เอนเนอร์จี่เรดิโอ จ.ขอนแก่น โดยจัดมาได้ 4 ปีแล้ว แต่ละเดือนจะมีรายรับประมาณเดือนละ 1.5 หมื่นบาท โดยรายการที่จัดเป็นรายการหมอดู พอมีคนฟังและอยากให้ดูดวงหรือทำนายดวงชะตาให้ก็จะตามไปดูที่บ้าน ซึ่งจะมีรายได้เสริมจากตรงนี้
 
                          เมื่อ คสช.สั่งปิดวิทยุชุมชน ไม่ได้ไปจัดรายการและไม่มีทั้งรายได้หลักและรายได้เสริมทำให้เดือดร้อนมาก ทั้งที่มีภาระต้องผ่อนบ้านและดูแลครอบครัว เนื่องจากเป็นกำลังหลัก ทุกวันนี้สถานีวิทยุถูกปิดไป 1 เดือนแล้ว จึงอยากวอนขอความเห็นใจ
 
                          เช่นกันกับ ดีเจอุดม ชุ่มจันทร์ คลื่นคิสเอฟเอ็ม 107.5 เมกะเฮิรตซ์ บอกว่า ตกงานมาแล้ว 1 เดือน ไม่มีรายได้อะไรเลย ปกติจะได้เงินเดือน เดือนละ 1.2 หมื่นบาท แต่ตอนนี้ไม่มีงานทำ ต้องมาช่วยแม่ขายอาหารตามสั่งอยู่หน้าบ้าน กลายเป็นภาระของครอบครัว จะไปสมัครงานหางานใหม่ก็ไม่ได้ เพราะเกรงว่าหากมีการเปิดสถานีแล้วจะต้องกลับมาก็จะเกิดปัญหาลักลั่น เลยตัดสินใจรอคำสั่งให้เปิดดำเนินการ
 
                          "อยากให้คนที่มีอำนาจช่วยเหลือพวกเราหน่อย ที่ผ่านมาวิทยุชุมชนมีทั้งดีและไม่ดี แต่พวกเราเป็นกลุ่มวิทยุสีขาว ที่เปิดดำเนินการเหมือนวิทยุคลื่นหลักทั่วไป แต่เน้นให้ความบันเทิงเป็นหลัก ไม่ได้ยุยง ไม่ได้ปลุกปั่นทางการเมือง จึงอยากให้ คสช.พิจารณาและคัดสรรให้ดี ประกอบกับพวกเราได้เงินจากสปอนเซอร์ ไม่ได้มีพรรคการเมืองหรือนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง พอปิดสถานีทำให้ดีเจตกงาน 22 คน เดือดร้อนกันไปหมด ตอนนี้เงินที่จะใช้ก็ไม่มี" ดีเจอุดม บอก
 
                          นี่คือเสียงของคนวิทยุชุมชน ที่สะท้อนความเดือดร้อน แม้เบื้องต้นทหารจะแจ้งว่า ได้ตรวจสอบแล้วใน จ.ขอนแก่น มีผู้ประกอบการวิทยุชุมชนสีขาวอยู่ 150 สถานี ที่จะสามารถให้ออกอากาศได้เลย แต่ให้มากรอกแบบฟอร์มใบอนุญาตทดลองออกอากาศและนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ เพื่อลงไปตรวจสอบสถานี และตรวจสอบเครื่องส่งสัญญาณให้ถูกต้องตามระเบียบที่ กสทช.ได้กำหนดไว้ หากตรวจสอบสำเร็จผ่านไปไม่มีปัญหา จะเปิดดำเนินการได้ ถ้าโอกาสดังกล่าวมาถึงจริงๆ เหล่าคนวิทยุชุมชนก็คงยิ้มได้ 
 
                          แม้ว่าจะมีบางเสียงของคนที่ไม่เห็นด้วยกับการออกอากาศของวิทยุชุมชนหลายแห่งว่า ดีแต่ขายของ ดีแต่เห็นประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางที่จะส่งข้อมูลถึงชุมชน เหมือนเป้าประสงค์ของการก่อตั้งเลยก็ตาม !
 
 
 
 
 
-------------------------
 
('โคราชโมเดล' เสียงร้องของวิทยุชุมชน : ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / ปัญญาพร สายทอง ... รายงาน)