
5 ปี ยังไร้ปลูกป่าคืนธนะรัชต์
29 มิ.ย. 2557
5 ปี ยังไร้ปลูกป่าคืนธนะรัชต์ : ชยานนท์ ปราณีต ... รายงาน
ภายหลังคำพิพากษาของศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2553 โดยสั่งให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ร่วมกันนำต้นไม้ 128 ต้น ตามชนิด ประเภท ขนาดเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน ปลูกทดแทนในจำนวนที่เท่ากันกับต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นไปตามแนวเขตทางหลวง เพื่อขยายถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2090 หรือถนนธนะรัชต์ ช่วงปากช่อง-อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กม.ที่ 2-10.1 ต.หมูสี ระยะทาง 8.1 กิโลเมตร ก่อนทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ภายใน 60 วัน
หลังจากแพ้คดีที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและชาวบ้าน 130 ราย ร่วมกันยื่นฟ้องทำให้ นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม มอบหมายให้อัยการทำสำนวนยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองกลาง โดยให้เหตุผลว่า คำสั่งดังกล่าวไม่สามารถจะปฏิบัติได้ หรือหากปฏิบัติได้ก็ยาก เพราะการที่ให้นำเอาชนิดต้นไม้ ขนาดเท่าเดิม และจำนวนต้นเท่าเดิม ไปปลูกทดแทน ก็เท่ากับส่งเสริมให้ทำลายระบบนิเวศในพื้นที่อื่นๆ หรือไม่ เพราะต้องไปขุดล้อมต้นไม้อายุ 20-30 ปี หรือบางต้น 50 ปี จากพื้นที่อื่นๆ มาปลูกไว้ริมถนนหลวง
จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านมาเกือบ 5 ปีแล้วยังไม่มีการพิจารณาคดีการยื่นอุทธรณ์ของกรมทางหลวง ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ มูลนิธิเขาใหญ่ และกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต่างร่วมกันระดมทุนทรัพย์ส่วนตัวซื้อพันธุ์ไม้มาปลูกกันเอง โดยไม่รอกรมทางหลวง
พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต และประธานมูลนิธิเขาใหญ่ กล่าวถึงปัญหาเรื่องนี้ว่า ตั้งแต่ที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ปลูกต้นไม้ ตามคำสั่งของศาล ก็ยังไม่เห็นกรมทางหลวงจะตามคำสั่งศาลเลย และคำสั่งของศาลครั้งนั้นทำให้ชาวบ้านรู้สึกสบายใจ และเป็นบรรทัดฐานให้พื้นที่อื่นๆ ไม่กล้าทำอย่างนี้อีก แต่ไม่น่าเชื่อว่าการบังคับใช้กฎหมายกลับไม่เป็นผล เพราะกรมทางหลวงกลับไม่มาปลูก ไม่มาสนใจ ทั้งที่ทางกลุ่มอนุรักษ์หลายกลุ่มทำเรื่องไปหลายครั้งแต่ก็เงียบ ซึ่งหากไม่อยากเข้ามาปลูกก็ให้ซื้อต้นไม้ตามคำสั่งศาลมา เรามีกลุ่มที่รักเขาใหญ่พร้อมที่จะดำเนินการปลูกให้ตามคำสั่งศาล เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการดูแลป่ากันต่อไป แต่ไม่น่าเชื่อว่ากรมทางหลวงไม่ทำ
“กลุ่มอนุรักษ์ ได้ร่วมกับชาวบ้านร่วมกันปลูกต้นไม้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 3-4 นิ้ว เอง เพราะต้นไม้ขนาดนี้สามารถที่จะเติบโตได้ โดยปลูกต้นไม้ทดแทนไป 3 รอบ ก็ยังไม่เห็นกรมทางหลวง ปลูกต้นไม้เลย ไม่น่าเชื่อ” ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต กล่าว
ขณะที่ ตะวัน ศรีกานิล ชาวบ้านริมถนนธนะรัชต์ และหนึ่งในชาวบ้าน 130 ราย ที่ยืนฟ้องกรมทางหลวง กล่าวว่า ก่อนที่กลุ่มชาวบ้านจะทำกิจกรรมปลูกต้นไม้บริเวณถนนธนะรัชต์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2553 ทางกรมทางหลวงมีการนำต้นไม้ขนาดเล็กมาปลูกริมสองข้างทางก่อนที่ชาวบ้านจะร่วมกันปลูกในวันที่ 12 สิงหาคม 2553 โดยต้นไม้ส่วนใหญ่ที่ทางหลวงนำมาปลูกจะเป็นต้นไม้ขนาด 40-50 เซนติเมตร ซึ่งโอกาสที่จะตายสูงมาก เพราะจะถูกเถาวัลย์แย่งอาหารและพันตายหมด
ส่วนต้นไม้ที่ชาวบ้านนำมาช่วยกันปลูกนั้นเป็นต้นไม้ยืนต้น อาทิ ประดู่ ตะแบก มะค่า โดยแต่ละต้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว จำนวน 127 ต้น มูลค่าต้นละ 200 บาทขึ้นไป และปลูกต้นตะแบก ขนาดใหญ่ มีอายุกว่า 20 ปี จำนวน 1 ต้น ในราคาต้นละ 12,000 บาท ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเขาใหญ่ โดยชาวบ้านได้รวบรวมเงินกันซื้อมาปลูกเอง โดยต้นไม้ที่ร่วมกันปลูกนั้นเท่ากับจำนวนที่ศาลปกครองกลางสั่งให้กรมทางหลวงปลูก
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ 1 นม. (ปากช่อง) รายหนึ่ง ให้ข้อมูลถึงไม้ของกลางที่ถูกตัดมาจากแนวก่อสร้างถนนว่า ไม้ของกลาง จำนวน 128 ต้น ถูกตัดทอนเป็นท่อนนำมาวางกองรวมกันไว้ในพื้นที่จัดเก็บของหน่วยป้องกันรักษาป่า อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ถูกตีตราไม้ว่าได้มีการตรวจยึดมาตั้งแต่ปี 2553 โดยไม้ส่วนใหญ่ที่ถูกนำมากองไว้นั้นมีอายุตั้งแต่ 15-80 ปี และอยู่ในสภาพผุพัง โดยไม่มีการนำไปใช้ประโยชน์แต่อย่างใด
นายศราวุธ ทรงศิวิไล รองอธิบดีกรมทางหลวง ได้ชี้แจงถึงเหตุผลที่ต้องอุทธรณ์คำสั่งศาลว่า หลังจากที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้กรมทางหลวงปลูกต้นไม้คืนนั้น ทางกรมทางหลวงก็ได้มีการปลูกต้นไม้ทดแทนมากกว่า 128 ต้น ส่วนพันธุ์ไม้ก็ได้ปลูกตามที่กรมอุทยานแห่งชาติแนะนำเพื่อให้มีความหลากหลายทางพันธุ์ไม้ตลอดสองข้างทาง
“หากมีคำสั่งศาลออกมาอีกในไม่ช้านี้ หลังจากที่กรมทางหลวง ได้ยื่นอุทธรณ์ไปแล้วนั้น เราก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งศาล หากสั่งให้เราปลูกตามที่ศาลต้องการ” รองอธิบดีกรมทางหลวง กล่าวยืนยันทิ้งท้าย
-------------------------
(5 ปี ยังไร้ปลูกป่าคืนธนะรัชต์ : ชยานนท์ ปราณีต ... รายงาน)



