
'ธีรยุทธ'แนะจับตาปฏิรูปสลากฯ
28 มิ.ย. 2557
'ธีรยุทธ' ชี้ปฏิรูปปท.ยั่งยืน ต้องให้อำนาจ-สิทธิเสรีภาพอย่างรับผิดชอบกับปชช. อย่าสร้างรัฐเข้มแข็งฝ่ายเดียว พร้อมจับตาปฏิรูปสลากฯ อีก 2-3 เดือน ประเมินผลงาน คสช.
28 มิ.ย. 57 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ กล่าวปาฐกถา เรื่อง "เหลียวหลังแลหน้าการอภิวัฒน์สังคมไทย" เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า ประเทศไทยผ่านการอภิวัฒน์ หรือปฏิรูปมาแล้วถึง 5 ครั้ง โดยรอบแรกเกิดในสมัยรัชกาลที่ 5 , รอบสอง เกิดช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ยุค 2475 ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจ , รอบสาม เกิดช่วงจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้านเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศ , รอบสี่ เกิดช่วง 14 ตุลาคม 2516 ที่เป็นการอภิวัฒน์ความคิดประเทศไทย โดยกลุ่มปัญญาชนและประชาชน และรอบที่ห้า เกิดช่วงยุคโลกาภิวัฒน์ที่กลุ่มทุน และนักการเมืองเข้ามามีบทบาทอย่างมากจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตการเมืองไทยที่ยืดเยื้อกว่า 10 ปี
ดังนั้นสิ่งที่ทำให้การปฏิรูปประเทศไม่สำเร็จ เพราะมุ่งปฏิรูปเฉพาะด้าน แบบทีละด้าน และไม่ครบทุกด้าน และในระยะของการปฏิรูปได้ปล่อยให้มีปัญหาแทรกซ้อนเข้ามา สำหรับปัญหาแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นรอบล่าสุดนั้น มีต้นเหตุจากการคอร์รัปชั่นสุดขีด จนทำให้เกิดภาวะรัฐล้มเหลว คือ การนำพื้นที่อำนาจ หรือประโยชน์สาธารณะไปเป็นพื้นที่ส่วนตัว หรือของพวกพ้อง สร้างกลุ่มมาเฟีย กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้อำนาจนอกระบบ หรือกลุ่มอิทธิพลแทรกซ้อนเข้ามา
"ประเทศไทยไม่มีวันพัฒนาไปเป็นอย่างประเทศตะวันตก หรือประเทศญี่ปุ่นที่มีระเบียบ ดังนั้น เราต้องคิดการอยู่ร่วมกันแบบผสมผสาน หรือ แบบไฮบริดจ์ เพื่อให้การดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขได้อย่างไร โดยต้องยอมรับความสำคัญ เช่น จักรยานยนต์รับจ้างมีประโยชน์ , หาบแร่แผงลอยมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจในย่านธุรกิจ เป็นต้น โดยผมมองว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่เข้ามาทำเรื่องระดับนี้ได้ ดูเป็นแนวโน้มที่ดี แต่ผลสรุปจะเป็นอย่างไร ต้องรอดูอีกระยะ โดยผมขอเวลาอีก 2-3 เดือน ก่อนพูดถึงการประเมินผลงาน คสช. อย่างไรก็ตาม ผมมองทิศทางที่อยากให้สังคมร่วมพิจารณา คือ จะให้อำนาจทหาร หรือข้าราชการประจำเข้าไปแก้ปัญหาอำนาจมาเฟียเพียงฝ่ายเดียว หรือให้ภาคประชาชน หรือภาคสังคม เข้าไปเป็นผู้ร่วมแก้ไข โดยทิศทางในอนาคตของรัฐไทยที่สำคัญ คือ การปรับตัวให้มีความเข้มแข็ง โดยความเข้มแข็งดังกล่าวนอกจากต้องมีระบบราชการที่มีคุณธรรม หรือจริยธรมแล้ว ผมมองว่ากลไกทางสังคม หรือประชาชน ต้องคอยตรวจสอบถ่วงดุลได้ โดยต้องส่งเสริมภาคประชาชนให้เข้มแข็ง ต้องมีอำนาจ มีสิทธิเสรีภาพอย่างรับผิดชอบร่วมเข้าไปแก้วิกฤตปัญหาประเทศที่ผ่านมา โดยผมมองว่า การมุ่งสร้างรัฐให้เข้มแข็งเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่คำตอบ หรือหนทางที่ยั่งยืนของการปฏิรูปประเทศ"
นายธีรยุทธ กล่าวด้วยว่า ตนยืนยันที่จะคัดค้านระบอบเผด็จการทุกรูปแบบที่เข้ามาใช้อำนาจในการคอร์รัปชั่นประเทศ และเข้ามาใช้อำนาจเพื่อพวกพ้องให้เข้ามากอบโกยผลประโยชน์ของประเทศ อย่างไรก็ตามมีสิ่งที่จับตา คือ การปฏิรูปสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ในอดีตยุคของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ทหารถือว่าสำนักสลากฯ เป็นแหล่งขุมทรัพย์มหาศาล แต่ยุคต่อมาได้เปลี่ยนมือเป็นของนักการเมือง ดังนั้นในทิศทางของการปฏิรูปสลากฯ ยุค คสช. ต้องติดตามว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป



