
'ฉัตรชัย'นั่งหัวโต๊ะถกจัดการน้ำ
28 มิ.ย. 2557
'ฉัตรชัย' ประชุมบริหารจัดการน้ำ สรุปผลแผนงานปี 57 พุ่งเป้าแก้ปัญหาภัยแล้ง ระบุตอบยากป้องน้ำท่วมกรุง ชี้ตรวจโกดังข้าวตามขั้นตอน ไม่ได้เจาะจงขยายแตกแยก
28 มิ.ย.57 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมบริหารจัดการน้ำ เพื่อสรุปผลการพิจารณาแผนงานน้ำปี 57 และแนวทางการดำเนินการปี 58 โดยมีตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมเจ้าท่า สำนักนโยบายและบริหารน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ และกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมด้วยตัวแทนจากกรมการทหารช่าง กองทัพบก เข้าร่วมการประชุม
ทั้งนี้ พล.อ.ฉัตรชัย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า งบประมาณปี 57 ที่จะใช้ในการบริหารจัดการน้ำ วันนี้ก็ได้มีการหารือ โดยคณะกรรมการชุดย่อยที่ลงไปรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาประชุมในวันนี้ ในการตรวจสอบงบประมาณปี 57 โดยเฉพาะหลายหน่วยงานที่มีงบประมาณในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ จำนวน 17,000 ล้านบาท โดยจะใช้งบในการขุดลอกคูคลอง เพื่อเป็นแนวทางในการใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง โดยได้มีการตรวจสอบว่าจะใช้งบประมาณของ 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 13,000 ล้านบาท และจะเหลือ 3,000 กว่าล้านบาทที่ขอกันงบประมาณส่วนนี้ไว้ เพื่อใช้ในการทำแผนงานในโครงการปี 58 เพื่อให้สอดคล้องเชื่อมโยงกันทุกหน่วยงานและป้องกันการทับซ้อน และต่อไประบบการบริหารจัดการน้ำจะพิจารณาร่วมกัน โดยคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำที่มีตนเป็นประธาน โดยได้รับมอบหมายจากหัวหน้าคสช. ทั้งนี้แผนงานโครงการทั้งหมดจะนำเสนอต่อสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก่อนที่จะเสนอให้คสช.พิจารณา ซึ่งภายใน 10 กว่าวันนี้ จะมีคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำเกิดขึ้นและจะมาประชุมพิจารณาแผนงานบริหารจัดการน้ำในประเทศทั้งหมด ซึ่งในขณะที่ยังไม่มีแผนงาน งบประมาณปี 57 ต้องดำเนินการไปก่อน ทั้งที่ทำไปแล้ว และกำลังจะทำอยู่ในแนวความคิดของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำถือเป็นการเร่งรัดดำเนินการงบประมาณในปลายปี ที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานต่างฝ่ายต่างดำเนินการไม่เชื่อมโยงกัน โดยตนรวบรวมบูรณาการให้เป็นแนวทางเดียวกัน
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า สำหรับโครงสร้างของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ จะคล้ายกับของที่มีอยู่เดิม แต่จะมีการปรับลดขั้นตอนและระดับต่างๆ ให้เหลือเพียงแค่ระดับเดียว เพื่อให้เกิดการคิดเร็วทำเร็ว โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาร่วม รวมถึงนักวิชาการ ตนอยากสร้างความเข้าใจว่า คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ จะคิดเรื่องน้ำทั้งระบบ เพื่อบูรณาการแผนงาน ที่วางกรอบไว้ว่าจะต้องดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน โดยดำเนินการทั้งประเทศ แต่ระหว่างที่มีการวางแผนโครงการบริหารจัดการน้ำที่ยังไม่เกิดขึ้น เราจะใช้งบประมาณที่เหลือในปี 57 มาดำเนินการ
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า การแก้ไขและบริหารจัดการน้ำตามงบประมาณที่มีอยู่ จะพุ่งเป้าไปที่การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ขุดลอกคูคลองหนองบึงทั่วประเทศ ปรับปรุงประตูระบายน้ำของกรมชลประทาน เพื่อให้สามารถเก็บน้ำได้มากขึ้นเตรียมไว้ใช้ในฤดูแล้ง ทั้งนี้ภายหลังการประชุมจะให้ทั้ง 7 หน่วยงานกลับไปดำเนินการตามแผนงานได้ทันทีในช่วง 3-4 เดือน โดยจะมีทหารลงไปช่วยดำเนินการ เช่น หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาของกองทัพไทย และกรมการทหารช่างของกองทัพบก เพราะบางหน่วยงานไม่สามารถดำเนินการได้ทันในระยะเวลาสั้น ทั้งนี้กองทัพมีความพร้อมเรื่องเครื่องมือเพื่อดำเนินการตามแผนงาน เพราะปริมาณการขุดลอกคูคลองทั่วประเทศมีจำนวนมาก และโครงการใหญ่ๆ ยังไม่มี ถือว่าเป็นการใช้งบประมาณประจำปี 57 ส่วนงบประมาณปี 58 ยังไม่ได้ดำเนินการ แต่จะต้องมีการตั้งเรื่องขึ้นมาก่อน โดยให้สำนักงบประมาณเข้ามาดูแล โดยระยะเวลา 3 เดือนต่อจากนี้ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจะทำแผนเพื่อเสนอคสช. อีกครั้ง
เมื่อถามว่า แผนงานต่างๆ สามารถป้องกันน้ำท่วมกทม.ได้หรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ตอบยาก เพราะขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่กทม. ซึ่งทางรองปลัดกทม.ได้ยืนยันว่า กทม.มีความพร้อมในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของกทม. แต่จะให้ตอบว่าเงิน 13,000 ล้านบาท จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกทม.ได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ตอบยาก เพราะมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เรื่องนี้หัวหน้าคสช.ไม่ได้มีความเป็นห่วง เพราะเรามีความตั้งใจอยู่บนพื้นฐานหลักวิชาการ มีนักวิชาการและผู้มีความรู้เข้ามาทำงานร่วมกันด้วยความโปร่งใส ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร อย่างไรก็ตามยังไม่ได้กำหนดรูปแบบว่าปี 58 จะใช้งบประมาณเท่าใดในการแก้ไขปัญหาจัดการน้ำ ซึ่งคงต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อเสนอแผนงานขึ้นมา
ระบุทหารตรวจโกดังข้าวตามขั้นตอน ไม่ได้เจาะจงขยายความแตกแยก
เมื่อเวลา 12.00 น. พล.อ.ฉัตรชัย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการส่งเจ้าหน้าที่ทหารไปตรวจโกดังข้าวในพื้นที่ต่างๆ ตามโครงการรับจำนำข้าว แล้วพบว่ามีข้าวหายไปจากโกดัง ว่า เป็นการส่งทหารลงไปตรวจตามขั้นตอน อย่าไปกังวล ไม่ได้มีการเจาะจง หรือต้องการขยายความแตกแยกหรือไล่ล่า คสช.ทำงานตามปกติ เมื่อมีการสำรวจและจัดทำบัญชี ก็จะมีคณะกรรมการที่ลงไปตรวจสอบตามบัญชี หากเจอสิ่งไม่ถูกต้องก็รายงานคสช. อย่างไรก็ตามในส่วนของตนนั้นตั้งใจทำงานเต็มที่



