ข่าว

'สุรพล'ชี้10ปีไทยถูกนักการเมืองคุมเบ็จเสร็จ

'สุรพล'ชี้10ปีไทยถูกนักการเมืองคุมเบ็จเสร็จ

27 มิ.ย. 2557

'สุรพล'อดีตอธิการบดีมธ.ชี้ 10 ปีไทยถูกนักการเมืองพลเรือนใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ เพียงแต่ไม่ได้แต่งเครื่องแบบ ระบุหลังเลือกตั้งประชาชนจะต้องตรวจสอบได้

                27มิ.ย.2557 ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  และนักกฏหมายมหาชนระดับแถวหน้าของเมืองไทย กล่าวตอนหนึ่งในการเสวนาเรื่อง "สู่10 ทิศวรรษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" ที่ห้องประชุมสัญญา ธรรมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 80 ปีแห่งการสถาปนามหาวทิยาลัย วันที่ 27 มิ.ย.2557 ภายใต้แนวคิด " 8 ทศวรรษ อภิวัฒน์สังคมไทย" ว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผูกพันกับการเมืองการปกครองไทยมาตั้งแต่สถาปนามหาวิทยาลัย เพียงแต่การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยก่อนเดือน พ.ค.2534 คือเผด็จการทหาร แต่หลังจากนั้นประชาธิปไตยไทยก็เป็นเผด็จการ โดยเฉพาะ 17 ปี หลังจากที่เราใช้รัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2540 ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบผู้มีอำนาจได้ เราเผชิญกับอำนาจแบบเบ็ดเสร็จที่ไม่ใช่ทหาร แต่เป็นนักการเมืองพลเรือนที่เข้ามามีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ

                "หลังการยึดอำนาจวันที่ 22 พ.ค.2557 สังคมตั้งคำถามว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ละทิ้งประชาธิปไตย ซึ่งผมคิดว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปรับตัวและเรียนรู้ได้ทันการเมืองไทย จะเห็นได้ว่า บรรดาชาวมหาวิทยาลัยที่ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติเรียกไปรายงานตัว จะมีคนธรรมศาสตร์มากที่สุด และในสถานการณ์ความขัดแย้งของทั้ง 2 ฝ่าย ก็มีคนธรรมศาสตร์ร่วมอยู่ด้วยจำนวนไม่น้อยเช่นกัน สถานการณ์ปัจจุบันอาจไม่ใช่สถานการณ์ที่ยอมรับได้ หลายคนรู้สึกอึดอัด แต่ก่อนหน้านี้ก็เลวร้ายและไม่ได้เป็นประชาธิปไตยเช่นกัน เพราะเรามีนักการเมืองพลเรือนที่ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ เพียงแต่ไม่ได้แต่งเครื่องแบบเท่านั้น"นายสุรพล กล่าว

                ศ.ดร.สุรพล กล่าวต่อไปว่า  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คาดหวังว่า จากนี้ไป ไม่ว่าจะเป็น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี หลังการเลือกตั้ง เราก็คาดหวังว่าประชาธิปไตยของประเทศนั้น ประชาชนจะต้องตรวจสอบผู้ใช้อำนาจที่เราเลือกเข้าไปได้ ไม่ว่าคคนเหล่านั้นจะเป็นใครก็ตาม ขอยืนยันว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ทางการเมือง เราเกี่ยวข้องกับการเมืองไทยตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบันและตลอดไป