
คสช.ย้ำกลางวงถก46สำนัก-ไม่ปิดกั้นสื่อ
27 มิ.ย. 2557
'คสช.' ถก บก.สื่อ 46 สำนัก ให้คำมั่นไม่ปิดกั้นการเสนอข่าว ชี้ไม่ต้องอยู่ข้าง คสช.แต่ขอให้อยู่ข้างประเทศและคนไทย '2 สมาคมสื่อ' ยื่น 'อดุลย์' แจงการทำงาน
27 มิ.ย. 57 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้า คสช. พร้อมด้วย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะผู้บริหาร คสช. ที่ปฏิบัติงานด้านสื่อสารมวลชน ได้พบปะหารือกับผู้บริหารสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ จำนวน 46 สำนัก เพื่อขอบคุณสื่อมวลชนที่เข้าใจในสถานการณ์ และให้ความร่วมมือ คสช.เป็นอย่างดีตั้งแต่เริ่มต้นจนปัจจุบัน อีกทั้งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเผยแพร่ข้อมูล และสร้างความเข้าใจต่อประชาชน รวมถึงชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการเข้าควบคุมการบริหารประเทศของ คสช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหารือครั้งนี้ เป็นการหารือภายในระหว่างเลขาธิการ คสช. และผู้บริหารสื่อเท่านั้น ไม่ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนที่มาปักหลักเข้าร่วมรับฟังแต่อย่างใด
ไม่ต้องยืนข้างคสช.แต่ให้ยืนข้างปท.
ต่อมา พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษก คสช. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้ชี้แจงแผนการบริหารประเทศใน 3 ระยะ ที่ คสช.มีความตั้งใจจริงที่จะแก้ไขปัญหาและทำให้ประเทศมีความสงบสุข ทำให้ทุกภาคส่วนเดินหน้าและขับเคลื่อนประเทศภายใต้ความร่วมมือของทุกฝ่าย
ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามการเผยแพร่ข่าวสารต่อสาธารณะ (คตข.) นั้น การทำงานของ คตข.จะเป็นการเสริมการทำงานของสื่อ โดยเป็นเพียงการนำข้อมูลที่ถูกนำเสนอต่อสาธารณะ และประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ มาพิจารณาเพื่อการชี้แจงและกำหนด หรือปรับทิศทางการทำงานของ คสช.ให้ตรงกับความต้องการของสังคม ขณะเดียวกัน คสช.ยืนยันในบทบาทของ คสช.ต่อการดูแลสื่อต่างๆ นั้น เป็นการทำงานในลักษณะตัวกลาง เชื่อมการทำงานของสื่อกับ กสทช. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือหน่วยงานอื่นที่รับผิดชอบในเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างแท้จริง โดยสื่อมวลชนยังคงสามารถนำเสนอข่าวสารได้ตามบทบาทที่เคยเป็น ภายใต้วิจารณญานอันเหมาะสมต่อการเสริมสร้างความรักสามัคคีและประโยชน์ส่วนรวม มิได้มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อแต่อย่างใด
"เลขาธิการ คสช.ยังกล่าวในตอนท้ายการหารือด้วยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการสร้างความเข้าใจร่วมกันในการนำเสนอข่าวสารสู่สาธารณะ คสช.ไม่ขอให้สื่อมายืนเคียงข้าง แต่ขอให้สื่อได้ยืนเคียงข้างประเทศไทยและคนไทย คสช.เคารพหลักการทำงานของสื่อ ที่คงไว้ซึ่งจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ขอให้สื่อทำหน้าที่อย่างสบายใจในการคัดกรองข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ อีกทั้งขอให้ร่วมกันนำเสนอข้อเท็จจริงของสถานการณ์ในประเทศ ต่อสายตาชาวโลกด้วย" พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าว
'2 สมาคมสื่อ' ยื่น 'อดุลย์' แจงการทำงาน
เมื่อเวลา 10.45 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายวิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย พร้อมด้วยตัวแทน 2 กรรมการบริหาร 2 สมาคม เดินทางเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงข้อห่วงใยและข้อเรียกร้องต่อกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งคณะทำงาน 5 ชุดที่เกี่ยวกับสื่อทุกด้าน โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช. รับมอบจดหมายด้วยตัวเอง
ทั้งนี้ เนื้อหาจดหมายเปิดผนึกของ 2 สมาคมนักข่าว ระบุว่า สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย มีความเห็นและข้อเสนอแนะต่อ พล.ต.อ.อดุลย์ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ คสช. และในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามการเผยแพร่ข่าวสารต่อสาธารณะ ดังนี้ 1.ข่าวสารข้อมูลตามคำสั่ง คสช. (เฉพาะ) ที่ 12/2557 ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2557 ที่คณะกรรมการนำมาใช้เป็นอำนาจหน้าที่ในการกลั่นกรอง ติดตาม และตรวจสอบนั้น สมาคมนักข่าวทั้ง 2 สมาคมขอแจ้งว่า เป็นเรื่องที่องค์กรสื่อ โดยเฉพาะผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ประพฤติปฏิบัติอยู่แล้วตามธรรมนูญและข้อบังคับจริยธรรมแห่งวิชาชีพ สมาคมนักข่าวฯ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ รวมทั้งข้อบังคับจริยธรรมแห่งวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ตลอดจนแนวปฏิบัติขององค์กรสื่อแต่ละองค์กรอยู่แล้ว
2.สิ่งที่สมาคมนักข่าวทั้ง 2 สมาคมมีความห่วงใย คือแนวทางปฏิบัติของผู้นำคำสั่งของคณะกรรมการติดตามการเผยแพร่ข่าวสารฯ ไปดำเนินการยังขาดความชัดเจน ดังกรณีที่เกิดขึ้นกับกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คมชัดลึก และสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน มีเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการเข้าไปในกองบรรณาธิการ เพื่อสั่งระงับยับยั้งการนำเสนอข่าวของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ที่ประกาศก่อตั้งองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาให้ถ่องแท้จากการนำเสนอข่าวเรื่องนี้ของสื่อมวลชน ได้ทำให้สังคมรับรู้ข่าวสารอย่างถูกต้องและมีข้อมูลรอบด้าน โดยเฉพาะผู้ที่รู้ประวัติศาสตร์ของขบวนการเสรีไทย อันเป็นการย้ำถึงวิจารณญาณของประชาชนโดยส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดี
3.ด้วยเหตุนี้ สมาคมนักข่าวทั้ง 2 สมาคม จึงเรียกร้องให้คณะกรรมการติดตามการเผยแพร่ข่าวสารฯ จัดทำแนวทางปฏิบัติให้มีความชัดเจนร่วมทั้งแนวทางการกำกับดูแล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบนำไปปฏิบัติอย่างเหมาะสมแก่สภาพการณ์ เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อแสดงการเคารพต่อวิจารณญาณของประชาชนคนไทยโดยส่วนใหญ่
ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวภายหลังว่า การที่ คสช.มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อติตดามการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อมวลชน ตามกรอบแนวทางของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารนั้น เนื่องจากคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารมีภารกิจหน้าที่มากขึ้น จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปช่วยกัน และมีขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจน คณะอนุกรรมการที่ตั้งขึ้นมาทำงานนั้นถือเป็นการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ในเรื่องดังกล่าวเพื่อให้เกิดความกระชับมากขึ้น อย่างไรก็ตามการดำเนินการก็มีขั้นตอน ซึ่งไม่ต้องห่วงในเรื่องของสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ขอให้สื่อมวลชนสบายใจได้



