ข่าว

ทลายจำนำรถกลางกรุงยึด300คันสอบโยงบ่อน

ทลายจำนำรถกลางกรุงยึด300คันสอบโยงบ่อน

27 มิ.ย. 2557

ตำรวจ-ทหารสนธิกำลังทลายแก๊งปล่อยกู้นอกระบบกลางกรุง ผงะพบ จยย.กว่า 310 คัน เก๋ง 1 คัน ผู้ต้องหา 3 ราย สารภาพรับจำนำคิดดอกเบี้ยร้อยละ 30 ขยายผลสอบพันบ่อนใหญ่

 
                         27 มิ.ย. 57  พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ. ปฏิบัติราชการ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ พงส.ผทค.สน.พญาไท พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน ผบ.กรม นร.ศม ร.ท.พลากร ผันผิน ผบ.ร้อย.รส. เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ร่วมกันแถลงผลการจับกุม น.ส.สุนีย์ ทุมทา อายุ 41 ปี นายเชาว์ เกิดอารีย์ อายุ 36 ปี นายประเวช พุฒซ้อน อายุ 41 ปี พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ 310 คัน รถยนต์ 1 คัน โดยจับกุมได้ที่บริเวณค่ายมวย ริมทางรถไฟสายแปดริ้ว ท้ายซอยเพชรบุรี 5 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม.
 
                         พล.ต.ต.อำนวย เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์จอดอยู่ที่บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก เชื่อว่ามาจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย จึงได้สนธิกำลังร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ สน.พญาไท เข้าตรวจค้นในค่ายมวยดังกล่าว ก็พบผู้ต้องหาทั้ง 3 รายแสดงตัวว่าเป็นผู้ครอบครองของกลางทั้งหมดจริง พร้อมนำเอกสารหลักฐานการรับจำนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จากการตรวจสอบตั๋วจำนำพบว่า นางสุนีย์ ครอบครองรถจักรยานยนต์ 43 คัน รถยนต์ 1 คัน นายเชาว์ 139 คัน และนายประเวศ อีก 128 คัน รวมจำนวนรถที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายครอบครองไว้ 310 คัน มูลค่ากว่าล้านบาท จึงยึดไว้นำมาตรวจสอบคัดแยกที่ สน.พญาไท 
 
                         จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน รับสารภาพว่า ไม่มีใบอนุญาตรับจำนำ แต่เป็นผู้รับจำนำของกลางดังกล่าวจริง โดยรับจำนำในราคา 8,000 - 12,000 บาท และคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 30 ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ลักษณะดังกล่าวเป็นพฤติกรรมคล้ายการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ต่างเพียงมีสินทรัพย์ไว้เป็นหลักประกัน ส่วนการแจ้งความเอาผิดจะพิจารณาในกฎหมาย 3 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.บ.โรงจำนำ , พ.ร.บ.ควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า และ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ทั้งนี้ให้เจ้าของรถจักรยานยนต์ทุกคันนำหลักฐานมาแสดงความเป็นเจ้าของเพื่อรับรถคืน หลังจากตรวจหลักฐานทั้งหมดเสร็จสิ้น 
 
                         เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมสอบสวนขยายผลว่าการรับจำนำจักรยานยนต์ดังกล่าวมีส่วนพัวพันกับบ่อนใหญ่กลางกรุงในย่านใกล้เคียงดังกล่าวหรือไม่ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป