
'ฮิว วาน เล' จากโบ๊ท พีเพิล ..สู่ผู้ว่าการรัฐเซาท์ออสเตรเลีย
29 มิ.ย. 2557
เปิดโลกวันอาทิตย์ : 'ฮิว วาน เล' จากโบ๊ท พีเพิล ..สู่ผู้ว่าการรัฐเซาท์ออสเตรเลีย
รัฐเซาท์ออสเตรเลียเพิ่งแต่งตั้งผู้ว่าการรัฐคนใหม่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นข่าวฮือฮาได้รับความสนใจเมื่อผู้ว่าการคนใหม่ชื่อว่า นายฮิว วาน เล วัย 60 ปี เป็นผู้อพยพทางเรือ หรือโบ๊ท พีเพิล จากเวียดนามรุ่นแรกๆ ที่ไปตั้งรกราก ทำงาน เรียนและก้าวหน้าในอาชีพการงานในบ้านใหม่จนถึงตำแหน่งนี้
ในวันที่ได้รับแต่งตั้ง นายเล กล่าวว่า "จากโบ๊ท พีเพิลหนุ่มคนหนึ่ง ผมมาที่นี่ 36 ปีก่อนแบบไม่มีอะไรเลย นอกจากกระเป๋าที่มองไม่เห็นแต่เต็มไปด้วยความฝันหนึ่งใบ ความฝันแค่ได้อยู่ในประเทศสงบสุข ปลอดภัยและเสรี ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมายและสมบูรณ์ แต่การได้รับเกียรติอย่างสูงสุดเช่นนี้ เกินจากฝันไปมาก ขณะเดียวกัน การได้รับแต่งตั้งยังบ่งบอกถึงสังคมของเรามากกว่าเรื่องของเขาคนเดียว เป็นการส่งสารที่ทรงพลังในการยึดมั่นในสังคมเสมอภาค"
นายเล เป็นผู้อพยพชาวเอเชียคนแรกที่ก้าวถึงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ และเมื่อครั้งได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าการเมื่อปี 2550 นั้น ก็เป็นชาวออสเตรเลียที่เกิดในเวียดนามคนแรกที่ได้รับแต่งตั้งเช่นกัน และแน่นอนว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ต้องผ่านอะไรมามากมาย
นายเล ซึ่งเกิดที่จังหวัดกวางตรี ทางภาคกลาง เคยเล่าว่า ตั้งแต่วันลืมตาดูโลกจนถึงวันออกจากประเทศบ้านเกิด จำได้ว่าไม่มีวันไหนเลยที่ไม่ได้ยินเสียงยิงปืน จรวด การโจมตี และไม่มีวันไหนที่ไม่เห็นคนตาย จำนวนมากเป็นญาติ เป็นเพื่อน ส่วนตัวเขาก็ไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าพ่อที่เสียชีวิตขณะต่อสู้เพื่อเอกราชจากฝรั่งเศสในปีเดียวกับที่เขาเกิด 2497
ขณะนครหลวงไซ่ง่อนตกอยู่ในความควบคุมของฝ่ายคอมมิวนิสต์ พี่ชายสองคนของนายเล ซึ่งเป็นทหาร ถูกส่งเข้าค่ายปรับพฤติกรรม ตัวเขาเพิ่งเรียนจบเศรษฐศาสตร์และมองไม่เห็นอนาคตข้างหน้า จึงแต่งงานกับ "ลาน" แฟนสาว ซึ่งเป็นภรรยาคนปัจจุบัน และวางแผนชวนกันหลบหนีออกจากเวียดนาม ซึ่งเป็นการกระทำที่เสี่ยงมากในตอนนั้น เพราะใครที่พยายามหนีออกจากประเทศ คือคนทรยศ และมีจำนวนมากที่ถูกประหาร
แต่ที่สุด ก็ตัดสินใจเดินหน้าแสวงหาเสรีภาพ
ต้นปี 2522 นายเล ในวัย 22 ปี ภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันหมาดๆ และเพื่อนร่วมชะตากรรมอีก 41 คน ซื้อเรือประมงมาลำหนึ่ง และบ่ายหน้าออกทะเล โดยที่เขาเองเป็นต้นหน ความผิดพลาดประกอบกับเรือที่ไม่ได้แข็งแรงอะไรมากนัก เรือมุ่งไปทางชายฝั่งมาเลเซีย และหลังจากอยู่ในค่ายผู้อพยพแห่งหนึ่งหลายเดือน ซ่อมเรือเสร็จ ออกเดินทางใหม่มุ่งสู่เมืองดาร์วิน
ทุกคนบนเรือเครียดมาก ไม่รู้ว่าจะได้รับการปฏิบัติอย่างไร และเตรียมใจกับการถูกต้อนรับในฐานะผู้อพยพผิดกฎหมาย แต่กลับพบชาวออสเตรเลียคู่หนึ่งที่ออกไปตกปลา สวมหมวกปีกกว้าง ทาครีมกันแดดที่จมูก ในมือถือเบียร์ ทั้งสองเห็นพวกเราและโบกมือให้ หนึ่งในสองคนตะโกนว่า "G'day mate (คำทักทายของชาวออสซี่) ยินดีต้อนรับสู่ออสเตรเลีย" จากนั้นก็ผ่านไป นั่นเป็นความเอื้อเฟื้อแรกของชาวออสเตรเลียที่พวกเขาได้รับและต่อเนื่องหลังจากนั้น
นายเลและภรรยา ได้ใบอนุญาตพำนักชั่วคราว และถูกส่งไปยังเมืองแอดีเลด ซึ่งที่นั่น ทั้งสองได้รับความช่วยเหลือจากหลายครอบครัว งานแรกที่ทำคือเก็บแอพริคอต ส่วนภรรยาตัดแต่งและตากแห้ง ต่อมาได้กลับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยทำปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์รอบใหม่ เพราะสถาบันในออสเตรเลียไม่รับรองปริญญาจากเวียดนาม และต่อโทจนจบด้านบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแอดีเลด
ในสมัยนั้น ทัศนคติต่อโบ๊ท พีเพีล หรือผู้อพยพทางเรือจากเวียดนาม ยังเป็นลบอยู่มากไม่ว่าจะผ่านสื่อหรือถ้อยแถลงในรัฐสภาของรัฐ หรือรัฐสภากลาง ว่าคนเหล่านี้จะนำโรคภัยเข้าไป พวกเขาไม่ใช่สมาชิกในสังคมเรา ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของผู้อพยพรุ่นแรก แต่ผ่านไปเพียงปีหรือสองปี พาดหัวข่าวและทุกอย่างเกี่ยวกับเวียดนามเริ่มเงียบไป ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณดีว่าชาวเวียดนามปรับตัวเข้ากับสังคมได้อย่างรวดเร็ว
นายเลประสบความสำเร็จในอาชีพการงานอย่างน่าทึ่ง เคยเป็นผู้จัดการอาวุโสคณะกรรมการการลงทุนและหลักทรัพย์ออสเตรเลีย เป็นเอเชียคนแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการชาติพันธุ์และหลากหลายวัฒนธรรมของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย และมุ่งมั่นทำงานเพื่อการพัฒนาและส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรมในรัฐเซาท์ออสเตรเลียโดยตลอด จนได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติอย่าง เหรียญออสเตรเลีย เดย์ และมหาวิทยาลัยแอดีเลด มอบปริญญาดุษฎีกิตติมศักดิ์ ในฐานะผู้ทำงานเพื่อสังคม เมื่อปี 2551 และล่าสุด กำลังจะเริ่มหน้าที่ใหม่ในฐานะผู้ว่าการรัฐเซาท์ออสเตรเลียในวันที่ 2 กันยายนนี้
ปัจจุบัน นายเลและภรรยา มีบุตรชายสองคนคือ ดอน และ คิม ที่ตั้งชื่อตามนักคริกเก็ตออสเตรเลีย ดอน แบรดแมน และคิม ฮิวส์
---------------------------
(ภาพ : adelaidenow , abc)



