ข่าว

สาวนักปั่นอัฟกัน บนเส้นทางวิบากสู่เสรีภาพ

สาวนักปั่นอัฟกัน บนเส้นทางวิบากสู่เสรีภาพ

29 มิ.ย. 2557

เปิดโลกวันอาทิตย์ : สาวนักปั่นอัฟกัน บนเส้นทางวิบากสู่เสรีภาพ

 
                         การพบเห็นผู้หญิงขี่จักรยานไม่ใช่เรื่องแปลกในพื้นที่ส่วนใหญ่บนโลกใบนี้เลย แต่ผิดประหลาดอย่างมากในอัฟกานิสถาน ที่การตีความทางศาสนาที่ต่างออกไป ทำให้กีฬาชนิดนี้ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิง
 
                         สาวน่องเหล็ก 10 ชีวิตในจักรยานหญิงทีมชาติ กำลังท้าทายอคติทางเพศเหล่านั้น พ่วงความเสี่ยงระหว่างเส้นทางฝึกซ้อม โดยมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ไม่ใช่เป้าหมายยิ่งใหญ่เป้าหมายเดียว พวกเธอมีความทะเยอทะยานกว่านั้น นั่นคือ การทำให้ผู้หญิงอัฟกันขี่จักรยานได้  
 
                         มาร์จัน ซีดิกกี หนึ่งในสมาชิกในทีมวัย 26 ปี และเป็นผู้ช่วยโค้ชด้วย กล่าวว่า "สำหรับพวกเราจักรยานคือสัญลักษณ์แห่งเสรีภาพ เราไม่ได้ปั่นสองล้อเพื่อป่าวประกาศสารทางการเมือง แต่เราขี่จักรยานเพราะอยากทำ เพราะเรารักที่จะทำ และเพราะหากพี่ชายน้องชายพวกเราทำได้ พวกเราก็ทำได้"
 
                         เช้าวันหนึ่ง ขณะ มาร์จัน และเพื่อนร่วมทีม 6 คน อายุระหว่าง 17-21 ปี ในชุดปั่นจักรยาน สวมหมวกนิรภัย ออกฝึกซ้อมจากกรุงคาบูลไปยังเนินเขาในเขตปักห์มาน ที่อยู่ติดกัน เด็กผู้ชายในชุดคลุมมอมแมมคนหนึ่งหยุดยืนอยู่ข้างทาง และจ้องไปยังสาวๆ รุ่นพี่อย่างสงสัยประหลาดใจ ส่วนที่รออยู่ข้างหน้า เป็นผู้ชายในรถโตโยต้ามินิแวน ไว้หนวดเครา หน้าตาบึ้งตึง ชะลอรถข้างทีมจักรยาน และจ้องมองมาอย่างโกรธเกรี้ยว แต่สองล้อของสาวๆ ยังหมุนต่อไปตามพละกำลังขาของพวกเธอ โดยมิได้หวั่นไหวต่อสายตาเหล่านี้ เพราะชินเสียแล้วกับความไม่เป็นมิตร หลายครั้งมีคำด่าหยาบคายแถมมาด้วย เช่น โสเภณี สำส่อน ทำครอบครัวเสื่อมเสีย  กลับบ้านไป!
 
                         ทัศนคติเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ทีมจักรยานหญิงย่อท้อ แต่กลับฮึกเหิม ส่วนหนึ่งเพราะได้กำลังใจจากครอบครัว อย่างมารดาของสาวนักปั่นคนหนึ่งที่อยู่ในชุดคลุมสีดำทั้งตัว ออกมายืนส่งเสียงเชียร์ลูกสาว โบกมือและปรบมือให้กำลังใจ แม้สมาชิกส่วนใหญ่ในเครือญาติไม่เห็นด้วย
 
                         มาเรีย ราซูลี มารดาของ น.ส.ฟีโรซา นักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 20 ปี หนึ่งในสมาชิกในทีม กล่าวว่า ลูกสาวของเธอทำในสิ่งที่เธอเคยได้แค่ฝัน เนื่องจากพ่อแม่ไม่อนุญาตให้เธอขี่จักรยาน เธอจึงไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยกับลูกสาว 
 
                         ราซูลี กล่าวว่า เธอและสามีเก็บเรื่องลูกสาวเล่นกีฬาชนิดนี้ไม่ให้ญาติและเพื่อนบ้านรู้ เพราะพวกเขาไม่มีวันเข้าใจอย่างแน่นอน
 
                         ระหว่างที่สาวๆ ซึ่งอยู่ในสภาพหมดแรงรวมตัวกันดื่มน้ำ เติมพลังด้วยขนมปัง ลูกเกด และชีสอยู่นั้น ใกล้กับร้านขายผลไม้ข้างทาง ชายอัฟกันคนหนึ่งท่าทางสงสัยเต็มที่ แอบกระซิบถามมาร์จันว่า เธออยู่ในทีมจักรยานที่ไปขี่แถวภูเขามาหรือไม่  มาร์จันประหลาดใจและตอบไม่ลังเลว่าใช่ อีกฝ่ายถามต่อว่า พวกนั้นเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย มาร์จันตอบอย่างภูมิใจว่า "ผู้หญิง" 
 
                         13 ปี นับจากตาลีบันถูกโค่นอำนาจออกจากกรุงคาบูล โดยกองกำลังนานาชาตินำโดยสหรัฐ ทำให้สตรีอัฟกันได้รับการศึกษาและเข้าถึงระบบสาธารณสุขมากขึ้น การมี ส.ส.หญิงในสภาไม่ใช่เรื่องผิดประหลาดในการเมืองอัฟกานิสถานอีกต่อไป และการเลือกตั้งที่ยังไม่แล้วเสร็จก็มีผู้สมัครรองประธานาธิบดีที่เป็นผู้หญิงคนแรก 
 
                         เหล่านี้เป็นกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงในสิทธิสตรี จากยุคเคร่งจารีตภายใต้ตาลีบัน ที่ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงออกนอกบ้านได้โดยไม่มีผู้ชายเป็นพี่เลี้ยง และถูกกดขี่อีกนานัปการ
 
                         ถึงอย่างนั้น ความเท่าเทียมทางเพศยังเป็นความฝันที่อยู่อีกไกล เนื่องจากทัศนคติอนุรักษนิยมยังแพร่หลายอยู่ 
 
                         ส่วนหนึ่งสะท้อนออกมาทางภาพบนกำแพงร้านกาแฟหนึ่งในกรุงคาบูล ผลงานของศิลปินกราฟฟิตี้ ซามเซียน ฮัสซานี ภาพสตรีในชุดบูร์กาติดอยู่ในมหานที..อุปมาผู้หญิงในยุคหลังตาลีบันที่มีเสียงเหมือนคนทั่วไปแต่ยังไม่มีใครได้ยิน 
 
                         สำหรับสมาชิกในทีมจักรยานแล้ว พวกเธอกล่าวว่า ยากจะเข้าใจได้ที่จู่ๆ มีคนยกตัวเป็นผู้ชี้ขาดทางศีลธรรม และประกาศว่า ผู้หญิงบนอานจักรยานเป็นเรื่องอันตราย
 
                         ในการฝึกซ้อมนอกกรุงคาบูลเมื่อเร็วๆ นี้ ชายอัฟกัน  3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ฉวัดเฉวียนเฉียดใกล้กับ ซาดัฟ นาซารี นักปั่นวัย 18 ปี ที่ต่อมาก็ล้มและทับมาร์จัน ทำให้มาร์จันได้รับบาดเจ็บที่หลังอย่างหนัก และทำให้ โมฮัมหมัด ซาดิค หัวหน้าทีมโค้ชของสหพันธ์จักรยานอัฟกัน ที่ขับรถเอสยูวีตามหลังขบวนจักรยานมา โกรธสุดขีดและขับรถไล่ตามผู้ชายเกเรพวกนั้น สองคนซ้อนท้ายหลบหนีไปได้ แต่คว้าคอคนขี่รถจักรยานยนต์ได้ทัน และนำตัวไปส่งตำรวจ 
 
                         ซาดิก ซึ่งก่อตั้งทีมจักรยานในปี 2546 ตามความต้องการของลูกสาวที่สนใจในกีฬาชนิดนี้ กล่าวว่า ความปลอดภัยของสาวนักปั่นเป็นเรื่องน่าห่วงที่สุด ขณะที่แผนการที่ทหารนานาชาติจะถอนตัวออกจากอัฟกานิสถานภายในปี 2559 นี้ ยิ่งทำให้พวกเขาไม่สบายใจ เพราะหากตาลีบันหวนกลับมา เหยื่อรายแรกหนีไม่พ้นสิทธิของผู้หญิง 
 
                         เมื่อ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ประกาศแผนถอนทหารสหรัฐออกจากประเทศอัฟกานิสถาน โดยจาก 32,000 นาย ที่ประจำการอยู่ในเวลานี้ จะลดกำลังลงเหลือ 9,800 นาย ภายในต้นปี 2558 และจะถอนทหารออกทั้งหมดภายในสิ้นปี 2559 สิ้นสุดสงครามอัฟกานิสถาน ที่กินเวลายาวนาน 15 ปี