
'จุดฟ้าอันดามัน' สานฝันธุรกิจท่องเที่ยว
29 มิ.ย. 2557
คุยนอกกรอบ : 'จุดฟ้าอันดามัน' สานฝันธุรกิจท่องเที่ยว : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์
เชื่อหรือไม่ว่าแค่ ปลากะรังจุดฟ้า จะจุดประกายความคิดเพิ่มมูลค่าให้แก่การท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สร้างอาชีพให้แก่พี่น้องประมงชายฝั่งอันดามัน จัดตั้งกลุ่มสหกรณ์ แปรรูปหน่วยธุรกิจ กระทั่งผลักดันให้เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ทั้งหมดนี้มาจากความคิดของ พลัฎฐ์ จันทรโศภิน บริษัท แปซิฟิค ฮอลิเดย์ (ไทยแลนด์) จำกัด กับ สุธา ประทีป ณ ถลาง เอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อม ที่ต้องการสร้างทางเลือกใหม่ให้ชาวประมง
“คม ชัด ลึก” มีโอกาสพบกับ "พลัฎฐ์" ในโอกาสที่ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการวิจัยด้านการเกษตร ณ จังหวัดภูเก็ตและพังงา เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ต้องบอกว่าเป็นทริปที่ “ใหญ่มาก” เพราะมีผู้ร่วมคณะกว่าร้อยคน ในจำนวนนี้เป็นสื่อมวลชน 40 คน
พลัฎฐ์แนะนำตัวเองว่า เขาเป็นคนภูเก็ตแท้ๆ ทำงานด้านการท่องเที่ยวมา 30 ปี โดยไปบุกเบิกเส้นทางที่อีสานด้วย และเพิ่งกลับมาอยู่ภูเก็ตเมื่อสามปีก่อน
“ผมทำเรื่องสิ่งแวดล้อมภูเก็ต ผมรักบ้าน รักถิ่น เท่านั้นเอง เรารวมกลุ่มและเจอเพื่อนเป็นแรงบันดาลใจคือ สุธา ประทีป ณ ถลาง ภาคประชาชนที่ทำงานด้านเครือข่ายชุมชนชายฝั่งอันดามัน 6 จังหวัด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล เห็นพ้องต้องกันว่าภูเก็ตได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวสูงมาก สิ่งปลูกสร้างบนบกทำลายผิวดิน เวลาฝนตกก็ชะล้างทำให้ทรายในทะเลเปลี่ยนรูป ปลาหรือห่วงโซ่อาหารหายไป เราอยากทำเรื่องช่วยชาวบ้าน
“ผมอยู่กับท่องเที่ยว มองเห็นว่าการท่องเที่ยวภูเก็ตไม่ได้แบ่งรายได้สู่ประชาชนเลย อย่างทัวร์จีนเวลามาเที่ยวเขาเหมาลำจากจีน มีบริษัททัวร์จีนในไทย มีร้านอาหารของเขาเอง ที่พักก็เช่าโรงแรมทำเอง รายได้ส่งกลับจีนทั้งหมด ทั้งที่ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ทำรายได้นับแสนล้านบาท แต่คนภูเก็ตจนลงทุกวัน ค่าครองชีพก็สูงเพราะกินอาหารราคาเดียวกับนักท่องเที่ยว...ผมเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวมา 30 ปี เป็นไกด์ตั้งแต่อายุ 17 ปี ผมมองว่าสิ่งเดียวที่เราจะแชร์รายได้จากการท่องเที่ยวคืออาหาร เพราะทุกคนต้องกิน”
เรามองว่าภูเก็ตไม่มีแหล่งผลิตอาหารเอง ส่วนใหญ่นำเข้าจากจังหวัดอื่น มีแค่ประมงย่อยๆ เราต่อสู้กับนายทุนที่ทำเรืออวนลาก ลากชายฝั่ง ทำลายระบบนิเวศ คิดว่าจะทำอะไรสักอย่างเป็นประโยชน์ บังเอิญทราบว่า สวก.ผลิตลูกปลากะรังได้ ในแหล่งธรรมชาติ หากจับปลามาพันตัว ได้ปลาพันธุ์นี้แค่ 2 ตัว เมื่อ สวก.สนับสนุนให้เพาะได้ เราจึงมาต่อยอด
ทั้งหมดนี้เขาคิดครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยตลาดต่างประเทศมีนักธุรกิจจีนรอรับช่วงต่อแล้ว ขอเพียงแค่ผลิตได้ !
“เฉพาะตลาดภายในมีนักท่องเที่ยวมาภูเก็ต ผ่านสนามบินปีที่แล้ว 11,250,000 คน เรามีเที่ยวบินตรงเยอะมาก แขกล้น (เน้นเสียง) จนต้องหนีไปเขาหลัก กระบี่ นักท่องเที่ยวจีนเติบโตแบบก้าวกระโดด สามปีก่อน 3.5 แสนคน เพิ่มเป็น 7 แสน และปีนี้ 1.2 ล้านคน ปีหน้าคาดว่าจะดับเบิล เพราะจีนไม่ไปเวียดนาม มาเลย์ ฟิลิปปินส์ มีข้อขัดแย้งกันอยู่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับภูเก็ตคือจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมหาศาล เป็นผู้บริโภคหลัก ประกอบกับภูเก็ตไม่มีอัตลักษณ์ด้านอาหาร ไม่มีตัวเด่นว่ามาแล้วต้องเรียกหา แต่ปลาตัวนี้จีนถือว่าเป็นปลาชั้นสูง ราคาแพง ปลาเก๋ามีหลายประเภท หลายเกรดราคา แต่พันธุ์นี้เป็นเกรดสูงสุด
“ผมพาตัวแทนผู้ค้าจีนจากมณฑลเฉิงตูมาดู เขาบอกใช่ตัวนี้แหละที่ต้องการ ผมเห็นแล้วว่าตลาดจีนโอเค แต่เขามีข้อแม้ว่าไม่นำเข้าเฉพาะปลาสามตัว (สวก. ส่งเสริมปลาสามตัวคือ ปลากะรังจุดฟ้า ปลาเก๋าเสือ และปลาหมอทะเล) ผมต้องหาอาหารทะเลให้อีก 7 อย่างคือ ปูม้า กั้ง ปลิงทะเล กุ้งมังกร และหอยหวาน...ตอนนี้ในกลุ่มสมาชิกเลี้ยงปลาเก๋าเสือ ปลาเก๋าจุดแดง ราคาต่ำกว่า ปูม้าที่ตรังเยอะมาก หรือเครือข่ายที่ระนองบอกว่าสามารถส่งกั้งเป็นๆ และกุ้งมังกรให้ได้เดือนละตัน ไม่พอก็เอาจากพม่า...ผมจะช่วยเรื่องกุ้งแชบ๊วยที่เลี้ยง แต่ไซส์ต้องใหญ่ ตอนนี้เราประสานถึงชุมพร สุราษฎร์ธานี เราทำทุกอย่างที่ช่วยให้ชาวบ้านมีอาชีพ”
พ่อค้านำเข้าจีนมีเงื่อนไขอะไรบ้าง? พลัฎฐ์ตอบว่าต้องไปทั้งองคาพยพ ไม่เฉพาะปลาสามชนิดที่ สวก.ส่งเสริม นักธุรกิจจีนรายนี้จะส่งอาหารทะเลจากไทยไปมณฑลเฉิงตู แหล่งรับประทานอาหารของคนจีนที่มีฐานะ
“เพื่อนผมที่เป็นเจ้าของบริษัทนี้ไปซื้อพื้นที่ในตลาดแล้ว 200 กว่าตารางเมตร เพื่อทำตลาดหลายๆ ตัว...ทัวร์จีนเริ่มถึงจุดที่ว่าการบริการไม่สอดคล้องกับนักท่องเที่ยว ปัจจุบันอยู่ได้ด้วยคอมมิชชั่นจากไกด์ ตอนนี้เราต้องคิดโปรแกรมให้ได้ว่า การท่องเที่ยวภูเก็ตหากจะรอดพ้นจากการผูกขาดการท่องเที่ยว ต้องทำลายทัวร์คอมมิชชั่นให้ได้ อย่างเรานั่งอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวตรงนี้ เขาขายคนไทยกับนักท่องเที่ยวคนละราคา ส่วนต่าง-ไกด์จีนได้ นั่นเป็นรายได้หลัก และแบ่งให้บริษัททัวร์ 10-15 เปอร์เซ็นต์”
ในการดำเนินธุรกิจ พลัฏฐ์บอกว่าเขาจะตั้งเป็นสหกรณ์โดยมีภาคีเครือข่าย 6 จังหวัดอันดามัน ซึ่งจะเป็นสมาชิกผู้ถือหุ้น และเพาะเลี้ยงปลาส่งให้แก่สหกรณ์ ซึ่งมีหน้าที่หลักคือ หนึ่ง-ระดมทุน สอง-ซื้อโนว์ฮาวจาก สวก. นำสู่ประชาชนในภาคผลิตพร้อมทุน เราทำตลาดเองเพื่อคอนโทรลตลาดด้วย
เพื่อควบคุมดีมานด์และซัพพลายของปลากะรังจุดฟ้า หรือชื่อที่ สวก.เรียกว่า “ปลาจุดฟ้าอันดามัน” ทางสหกรณ์จะรับซื้อลูกปลาทั้งหมดจากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต ซึ่งเพาะพันธุ์และอนุบาลจนปลาอายุได้ 1 เดือน มีความยาว 1-2 นิ้ว สหกรณ์รับซื้อและอนุบาลต่ออีก 3-4 เดือนจนปลามีขนาด 5 นิ้ว จึงขายให้สมาชิกไปเลี้ยงต่ออีก 8 เดือน สหกรณ์รับอนุบาลก่อนเพื่อลดความเสี่ยงแก่สมาชิก
ทั้งนี้ เขาคาดว่าใช้ทุนตั้งต้นไม่เกินร้อยล้านบาท คนภูเก็ตมี 3.7 แสนคน นอกทะเบียนอีกเกือบล้านคน สมมุติผมให้หุ้นคุณ 1 ล้านบาท คุณจะแชร์เพื่อนกี่คนก็แล้วแต่ “เรารู้ว่าใครมีตังค์ ผมคนที่นี่ (หัวเราะ) เขาดูความเชื่อถือ ผมอยู่ภูเก็ตไม่เคยเสียหายเรื่องการเงิน และทำอะไรจริงจัง มันอยู่ที่ความชัดเจนพูดกันตรงไปตรงมา เขาห่วงอย่างเดียวว่าเอาเงินเขาไปทำอะไร...ในเมื่อผมยืนอยู่กับ สวก. จังหวัด และกรมประมง ผมเชื่อว่าระดมทุนทำได้ไม่ยาก ผมเชื่อว่าอนาคตสหกรณ์ (มีทุน) เป็นพันล้านแน่นอน
นอกจากการตั้งสหกรณ์เพื่อผลิตแล้ว ยังจะทำ ร้านอาหาร เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวด้วย เป็นตลาดภายในซึ่งพลัฎฐ์คาดว่าดำเนินการได้ก่อน ดังที่เขาคำนวณตัวเลขให้ฟังว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวปีละ 11.25 ล้านคน ขอแค่ 10 เปอร์เซ็นต์จากยอดนี้ประมาณ 1 ล้านคน สองคนกินปลาหนึ่งตัว ต้องใช้ปลาเป็นวัตถุดิบปีละ 5 แสนตัว ! ตัวเลขนี้แค่นักท่องเที่ยวกินเพียงหนึ่งมื้อเท่านั้น
เครือข่ายประมง 6 จังหวัด มีสมาชิกหลักพันคน ทุกคนพูดเสียงเดียวกันว่า หากเลี้ยงแล้วขายได้-อยากเลี้ยง
“เขาเลี้ยงปลาอยู่แล้วแต่ผิดหวัง เขาเลี้ยงปลาเก๋า โดยจับลูกปลาจากธรรมชาติมาเลี้ยง ถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา ทำให้ขาดทุน...ตอนนี้สิ่งเดียวที่จีนต้องการจากผมคือส่งสินค้าให้เขาได้
“จีนมี 20 กว่ามณฑล คุณเหว่ย-เพื่อนนักธุรกิจจีน ทำทัวร์ 18 มณฑล เราวางแผนกับคุณเหว่ยแล้วว่ากระจายไปไกล ไม่เฉพาะเฉิงตู ตอนนี้ติดปัญหาว่า เราจะทำสัญญาตกลงเขาได้ยังไง เพราะยังไม่ทราบว่าผลิตสินค้าได้แค่ไหน ผมแบ่งตลาดตรงนี้เริ่มในประเทศก่อน โดยทำร้านอาหารซีฟู้ดของสหกรณ์ ใครมาภูเก็ตต้องกินร้านนี้”
ใครจะเป็นคนผลักให้โครงการเกิดขึ้น?
“ผมกับคุณสุธา จริงๆ เราเริ่มแล้ว คุณสุธาไปประชุมเครือข่ายชายฝั่งอันดามันที่จังหวัดตรัง ตอนนี้คิดถึงเรื่องการระดมทุน หุ้นละ 10 บาท ต่อไปอาจถึงขั้นเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เราคิดไกลมาก ผมเชื่อว่า 6 จังหวัด สามารถผลิตอาหารระดับหมื่นล้าน นี่ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แค่จีนประเทศเดียวมีกำลังการบริโภคมาก”
---------------------------
ปลากะรัง มีชื่อเรียกตามภาษาถิ่นว่า ปลาเก๋า ปลาตุ๊กแก หรือปลากุดสลาด เป็นปลาเศรษฐกิจ ราคา กก.ละ 800-1,200 บาท มีตลาดรองรับทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ปัญหาคือเกษตรกรนำลูกปลากะรังจากธรรมชาติมาเลี้ยงในกระชัง ซึ่งมีปริมาณการเลี้ยงหรือจับได้ไม่แน่นอน ทีมนักวิจัยไทยจึงหาทางเพาะเลี้ยงพัฒนาต้นแบบ ปรับปรุงและพัฒนาเทคนิควิธีเพื่อให้ลูกปลากะรังมีอัตราการรอดตายสูงขึ้น ทำให้สามารถผลิตและจำหน่ายลูกปลาตามโครงการ 5 ปี (พฤษภาคม 2553 ถึงสิงหาคม 2558) คิดเป็นมูลค่า 21,840,000 บาท และสามารถขยายการเพาะเลี้ยงสำเร็จ จนผลิตให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงต่อ แทนการจับจากธรรมชาติ และเริ่มทำโครงการนำร่องที่จังหวัดภูเก็ต
รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ ผอ.สวก. กล่าวว่าขณะนี้นักวิจัยไทยสามารถเพาะพันธุ์ปลาที่มีมูลค่าสูงได้สำเร็จคือ ปลากะรังจุดฟ้า ปลาเก๋าเสือ และปลาหมอทะเล โดยสร้างฟาร์มต้นแบบการเลี้ยงปลา ส่งเสริมให้เป็นจุดขายของภูเก็ตในอนาคต และเชื่อมโยงไปสู่กิจกรรมระหว่างวันที่ 28-29 มิถุนายน คือประกวดแข่งขันการทำเมนูอาหารจากปลากะรังจุดฟ้า (หรือจุดฟ้าอันดามัน) ในชื่อ “สุดยอดเมนูจุดฟ้าอันดามัน”
“ตอนแรกเพาะเลี้ยงแล้ว ยังไงต่อ ถ้าพึ่งตลาดต่างประเทศอย่างเดียวไม่พอ เราคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัด สมาคมท่องเที่ยวภูเก็ต เขาปิ๊งไอเดียว่าทำไม่ไม่เอาปลาตัวนี้ผูกกับการท่องเที่ยว แทนที่จะส่งออกอย่างเดียว เราจัดการประกวดเมนู โปรโมตให้เห็นว่าปลาตัวนี้มีศักยภาพสูง...หลายคนกลัวว่าปลาชนิดนี้จะทำลายสิ่งแวดล้อม ความจริงคือมันอยู่ได้เฉพาะน้ำสะอาด ใครทำน้ำเสียมา-ปลาก็ตาย มันจะเป็นตัวชี้วัดด้วยซ้ำ และตอนนี้เลี้ยงด้วยอาหารเม็ดได้แล้ว
“การตั้งเป็นสหกรณ์ มีข้อดีคือควบคุมซัพพลายกับดีมานด์..ลูกปลาขนาด 4 นิ้วมีโอกาสรอด 90 เปอร์เซ็นต์ เลี้ยง 30 ตัวต่อตารางเมตรในกระชัง ตัวควบคุมต้นทางคือลูกปลา เนื่องจากเทคโนโลยีซับซ้อน กรมประมงรับภาระเลี้ยงได้ขนาด 1 นิ้ว คนนำมาอนุบาลต่อให้ได้ 4 นิ้ว จึงเลี้ยงในกระชัง ถามว่าปลาจะล้นตลาดไหม ยาก...ตอนนี้สิ่งที่เราทำคือภาคนโยบาย เชื่อมกับจังหวัด เอกชน วิชาการ หากเกิดขึ้นได้จะเป็นต้นแบบจากงานวิจัย และเกิดอิมแพ็กกับประเทศ”
---------------------------
(คุยนอกกรอบ : 'จุดฟ้าอันดามัน' สานฝันธุรกิจท่องเที่ยว : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์)



