ข่าว

ปล่อยชั่วคราว'วรเจตน์'ฝากขังผลัด2

ปล่อยชั่วคราว'วรเจตน์'ฝากขังผลัด2

27 มิ.ย. 2557

ศาลให้ฝากขัง 'อ.วรเจตน์' ผลัดที่สอง คดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. เรียกรายงานตัว และปล่อยชั่วคราวตามที่ได้รับการประกันตัวไปก่อนหน้านี้ภายใต้เงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้

 
                         27 มิ.ย. 57  เมื่อเวลา 09.00 น.  ที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ ถ.หลักเมือง  นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิชาการคณะนิติราษฎร์ ผู้ต้องหาคดีขัดขืนประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ และทนายความกลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน (กนส.) เดินทางมาศาลเพื่อรายงานตัว ในคดีที่ฝ่าฝืนไม่มารายงานตัวตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวของ คสช. ฉบับที่ 57/2557 ลงวันที่ 9 พ.ค. 57 ที่เรียกให้รายงานตัว ซึ่งคดีมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
                         โดยวันนี้ พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวเป็นครั้งที่สอง เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. - 11 ก.ค. เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งต้องสอบปากคำพยานอีก 3 ปาก รวมทั้งต้องตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติอาชญากรด้วย 
 
                         ทั้งนี้ศาลพิจารณาคำร้อง และสอบถามผู้ต้องหาแล้ว ไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ และปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา ตามที่ได้รับการประกันตัวไปก่อนหน้านี้ ภายใต้เงื่อนไขที่ศาลได้กำหนดไว้ โดยนัดให้นายวรเจตน์ ผู้ต้องหา มารายงานตัวต่อศาลในวันที่ 10 ก.ค.
 
                         ภายหลังนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ กล่าวว่า ภายในกลางสัปดาห์หน้า นายวรเจตน์ จะเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ในการแจ้งข้อหาดำเนินคดีดังกล่าว ซึ่งเรามีพยาน 4 ปาก ที่จะให้การเพิ่มเติมในคดีประกอบการร้องขอความเป็นธรรม ทั้งนี้เราร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากยืนยันว่า ที่ผ่านมาเราไม่มีเจตนาที่จะหลบเลี่ยงการเข้ารายงานตัว แต่ภายหลังที่มีการประกาศ คสช. นายวรเจตน์ ติดภารกิจเดินทางไปงานวิชาการในต่างประเทศ อีกทั้งระหว่างนั้นก็มีอาการเจ็บป่วย ซึ่งนายวรเจตน์ ก็ได้มอบหมายผู้ใกล้ชิดแจ้งเลื่อนการเข้ารายงานตัวต่อนายทหาร และ คสช.แล้ว โดยก่อนหน้าบุคคลอื่นที่ได้มีการแจ้งขอเลื่อน ก็ไม่ได้ถูกดำเนินคดี ดังนั้นเราจะร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานสอบสวน