ข่าว

เทศบาลเมืองจับมือ พม.กาฬสินธุ์
ตั้ง "ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน"

เทศบาลเมืองจับมือ พม.กาฬสินธุ์ ตั้ง "ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน"

30 มิ.ย. 2552

สถาบัน "ครอบครัว" ถือเป็นหน่วยย่อยที่สุด แต่ก็มีความสำคัญที่สุดในสังคม เพราะถ้าครอบครัวไม่เข้มแข็งหรืออบอุ่นแล้ว ก็ยากที่คนคนนั้นหรือสังคมนั้นๆ จะก้าวขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนได้

  ด้วยเหตุนี้ ฉวีวรรณ จันติชัย รองนายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย ดำรงศักดิ์ สง่าวงศ์ นักพัฒนาสังคม สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.กาฬสินธุ์ (พม.กาฬสินธุ์) จึงร่วมกันเป็นประธานการประชุม ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพช.) โดยมีประธานศูนย์ เจ้าหน้าที่ และตัวแทนประชาชนเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก ที่ศาลาประชาคมชุมชนหน้าโรงเลื่อย เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

 โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก พม.กาฬสินธุ์ โดยจัดทำโครงการครั้งแรกเมื่อปี 2548 จำนวน 167 แห่ง โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พม.กาฬสินธุ์ แห่งละ 1 หมื่นบาทต่อปี

 โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความรักความอบอุ่นในชุมชน โดยยึดสถาบันครอบครัวเป็นบรรทัดฐานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มุ่งสู่การเป็นชุมชนเข้มแข็ง ลดความขัดแย้ง และปัญหาความรุนแรงในสังคมในภาพรวม

 รองนายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันเป็นปัจจัยทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านภาวะอารมณ์ การประกอบอาชีพ วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้เกิดช่องว่างในครอบครัว เกิดความขัดแย้งทางความคิดจนนำไปสู่การแตกแยกในครอบครัว และเกิดปัญหาความรุนแรงในสังคม จึงจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นร่วมกับ พม.กาฬสินธุ์ เพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัว

 ขณะที่ ดำรงศักดิ์ ในฐานะตัวแทน พม.กาฬสินธุ์ กล่าวถึงปัญหาในการดำเนินโครงการที่ผ่านมาว่า หลายปีก่อนพบว่าบางศูนย์เกิดปัญหาความไม่โปร่งใสในการบริหารจัดการ เพราะมีกลุ่มบุคคลมาแอบอ้างเรียกรับเงินอุดหนุน

 ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาการเรียกรับเงิน เขายืนยันว่าจะไม่มีการเรียกรับเงินจาก ศพช. แม้แต่บาทเดียว โดยเงิน 1 หมื่นบาท ที่แต่ละศูนย์ได้รับสามารถนำมาบริหารจัดการได้เต็มจำนวน หากพบบุคคลมีพฤติกรรมเรียกรับเงิน ขอให้แจ้งความกับตำรวจได้เลย

 นอกจากนี้ พม.กาฬสินธุ์ ยังมีแนวทางส่งเสริมโครงการดังกล่าวด้วยการอบรมประธานศูนย์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานก้าวไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งยังมีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนให้ครบทั้ง 167 ศูนย์ทั่วจังหวัดในเร็วๆ นี้

 การดำเนินการจะมีเจ้าหน้าที่ "ติดตามประเมินผล" เพื่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ และเป็นการป้องปรามปัญหาทุจริตที่เคยเกิดขึ้น และยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดในคดีการแอบอ้างเรียกรับเงินก่อนหน้านี้ด้วย

"ชมพิศ ปิ่นเมือง"