ข่าว

มาตรการเหล็ก'สหรัฐ'หักไทย'งูที่ขว้างไม่พ้นคอ'

มาตรการเหล็ก'สหรัฐ'หักไทย'งูที่ขว้างไม่พ้นคอ'

27 มิ.ย. 2557

มาตรการเหล็ก'สหรัฐ'หักไทย'งูที่ขว้างไม่พ้นคอ'

                น่าสนใจอยู่ไม่น้อย สำหรับท่าทีของ "รัฐบาลสหรัฐอมเริกา" ที่สั่งตัดงบช่วยเหลือไทยด้านงบประมาณเกี่ยวกับความมั่นคงจำนวน 4.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามด้วยเรื่องการพิจารณาย้ายสถานที่ฝึกคอบร้าโกลด์ระหว่างกองทัพเรือไทย-สหรัฐ ไปยังประเทศออสเตรเลีย ด้วยเหตุผลต้องการให้ คสช.คืนประชาธิปไตยกลับสู่ดินแดนไทย โดยไม่สนใจว่า แท้จริงแล้วคนไทยจะมีความสุขกับประชาธิปไตยที่สหรัฐยัดเยียดให้หรือไม่

                ท่าทีของอเมริกาถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนมาที่กองทัพไทย โดยอาศัยบทบาทพี่ใหญ่ไล่ตบเด็กตามสไตล์หลบหน่อยพระเอกมา แต่หากทบทวนให้ดี การออกลูกแอ็กอาร์ตของอเมริกาในครั้งนี้ "เห็นจะได้ไม่คุ้มเสีย"

                สหรัฐต้องไม่ลืมว่า การบีบไทยให้ไร้ทางถอยมันไม่ส่งผลดีต่อตนเองแน่นอน เพราะในสถานการณ์ที่ตีบตันหากมะกันใช้ยาแรงเกินขนาด อาจทำให้ไทยหันไปจับมือกับจีน มหาอำนาจยักษ์หลับ ที่กำลังจับตาดูสถานการณ์ดังกล่าวอย่างจดจ่อ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นเชื่อว่า ความสัมพันธ์ไทยกับมะกันอาจถึงทางตัน โดยเฉพาะนโยบายปักหมุดเอเชีย ที่สหรัฐหมายมั่นปั้นมืออาจพังลงในพริบตา

                ตลอดเวลาที่ผ่านมา ต้องไม่ลืมว่า นับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กระทำรัฐประหารยึดอำนาจมากว่า 1 เดือน รัฐบาลจีนไม่เคยแสดงท่าทีตำหนิกองทัพถึงการกระทำดังกล่าว จีนเลือกที่จะสงวนท่าทีใช้ความนิ่งเป็นคำตอบ ดังนั้นจึงมีคำถามว่า สหรัฐคิดดีแล้วหรือกับมาตรการตอบโต้ต่างๆ ที่เป็นเหมือนยาแรงผลักไทยเข้าสู่อ้อมอกจีนในวันข้างหน้า

                การออกมาตรการตอบโต้ไทยของสหรัฐในครั้งนี้ นักวิชาการทางด้านรัฐศาสตร์ ด้านการเมืองเปรียบเทียบ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อย่าง รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร วิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างน่าสนใจว่า การกระทำของอเมริกาน่าจะส่งผลเสียในเรื่องของความสัมพันธ์ไทยในระยะยาวอย่างแน่นอน สิ่งที่สหรัฐทำเหมือนการบีบให้ไทยไหลเข้าไปหาจีนโดยปริยาย โดยเฉพาะเรื่องเลื่อนฝึกคอบร้าโกลด์นั้น เชื่อว่าอเมริกาจะได้รับผลกระทบโดยตรงหากตัดสินใจไม่ใช้ไทยเป็นสถานที่ฝึก เพราะคอบร้าโกลด์ไม่ใช่เรื่องการฝึกยุทธวิธีทางการทหาร เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทยกับสหรัฐเท่านั้น การฝึกคอบร้าโกลด์มันมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับภูมิภาคเอเชียโดยตรง

                "การฝึกคอบร้าโกลด์มันมีนัยทางการเมือง เป็นสัญญาณพิเศษที่สหรัฐสามารถส่งไปหาจีนได้ว่า อเมริกายังคงเป็นมหาอำนาจที่ปักหมุดในดินแดนอาเซียนได้ ดังนั้นหากสหรัฐเลือกที่จะตัดไทย เชื่อว่าอีกไม่นานสหรัฐต้องเสียมิตรประเทศอย่างไทยให้แก่จีนแน่นอน เพราะถือเป็นหลักทางธรรมชาติที่ไทยจะต้องหามิตรประเทศใหม่หากถูกกดันในทุกๆ ด้านจนหลังพิงฝา อีกทั้งมาตรการต่างๆ ที่สหรัฐลงโทษไทยมันจะส่งผลสะท้อนกลับ ทำให้คนไทยเกิดความรู้สึกต่อต้านเริ่มมองสหรัฐด้วยความไม่เป็นมิตรมากขึ้น เหมือนเป็นการปลุกกระแสชาตินิยม และความเกลียดชังให้เกิดขึ้น"

                ยิ่งไปกว่านั้น รศ.ดร.ปณิธาน ยังมองว่า หากอเมริกาเลือกจะใช้ไม้แข็งกับไทย หมุดเอเชียที่มุ่งหวังจะปักให้ได้ต้องพบกับความสั่นคลอนอย่างหนัก เพราะหมุดตรงนี้ ไทยถือเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งมากที่สุด หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งไทยกับสหรัฐมีความสันพันธ์ด้วยดีต่อกันมากว่า 100 ปี ดังนั้นไทยจึงถือเป็นยุทธศาสตร์ปักหมุดเอเชียอันดับต้นๆ ดังนั้นสหรัฐควรเลือกที่จะใช้มาตรการในเชิงบวกกับไทยมากกว่า โดยเลือกที่จะให้เวลากับไทยในการปัดเป่าปัญหาบ้านเมือง โดยมีกรอบเวลาทำงาน ไม่ใช่เลือกใช้วิธีการประณามที่ทำอยู่ในขณะนี้ เพราะก่อนหน้านี้มีผลวิจัยจากนักวิชาการที่มีชื่อเสียงทั่วโลกว่า นโยบายการประณาม การบอยคอตทางเศรษฐกิจ หรือวิธีทางการทหารของสหรัฐกระทำต่อประเทศที่สามนั้น ไม่เคยประสบความสำเร็จแม้สักครั้งเดียว

                ส่วนเรื่องการตัดงบประมาณทางการทหารจำนวน 4.5 ล้านดอลลาร์นั้น รศ.ดร.ปณิธาน ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเรื่องทางกฎหมายที่สหรัฐมีสิทธิกระทำเพื่อตอบโต้ประเทศที่เป็นรัฐบาลทหาร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับไทยกลับทำให้นานาประเทศมีคำถามว่า อเมริกาสองมาตรฐานหรือไม่ เพราะขนาดสถานการณ์สงครามกลางเมืองในอียิปต์ และยูเครน สหรัฐกลับเลือกที่จะใช้มาตรการเบาหวิว แต่กลับไทยอเมริกาเลือกที่จะใช้วิธีรุนแรงในทุกๆ ด้าน สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นข้อกังขาที่อเมริกายังไม่สามารถชี้แจงได้อย่างสมเหตุสมผล

                ขณะเดียวในส่วนของไทยนั้น รศ.ดร.ปณิธาน มองว่า ไม่ควรนิ่งเฉยต่อสถานการณ์ดังกล่าว คสช.ต้องเปิดเกมรุก เดินหน้าทำความเข้าใจให้อเมริกาและนานาประเทศรู้ถึงความเป็นจริงในบริบทของประเทศว่า ที่ผ่านมาต้องเผชิญกับสถานการณ์การเมืองที่เลวร้ายมากแค่ไหน พร้อมทั้งแสดงความจริงใจในการนำประเทศเข้าสู่ประชาธิปไตยด้วยการขจัดต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้นให้หมดสิ้น โดยเฉพาะการทำงานเพื่อพาประเทศให้ไปสู่ความสงบสุขอีกครั้ง จะเป็นบทพิสูจน์ให้นานาประเทศรับรู้ถึงการเข้ามาของ คสช. ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมิตรประเทศที่เป็นมหาอำนาจ ไทยควรวางตัวให้เหมาะสม ไม่แสดงท่าทีเอนเอียงไปฝ่ายไหนมากเกินไป เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องอ่อนไหว

                ด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่เชื่อว่า ท่าทีของอเมริกาที่ส่งสัญญาณมาถึงไทยในขณะนี้เป็นเสมือนดาบสองคมที่สหรัฐต้องคิดหนักว่า ควรจะเลือกเล่นบทบาทไหน โดยเฉพาะสถานการณ์ที่มหาอำนาจอย่างจีนพร้อมเปิดประตูรับไทยเข้าสู่อ้อมกอดด้วยความเต็มใจ...!

 

32ปีคอบร้าโกลด์ไทย-สหรัฐ


                คอบร้าโกลด์เป็นการฝึกร่วมผสมทางการทหารระดับพหุภาคีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในประเทศไทย เริ่มครั้งแรกระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกาเมื่อปี พ.ศ. 2525 จุดเริ่มของการฝึกคอบร้าโกลด์เริ่มขึ้นเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่สองและในยุคสงครามเย็น ประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกามีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มุ่งเน้นด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากภัยคุกคามจากลัทธิคอมมิวนิสต์ ทั้งสองประเทศได้เริ่มฝึกทางทหารร่วมกันในปี พ.ศ. 2499 เป็นการฝึกผสมยกพลขึ้นบกระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือและหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินสหรัฐ

               ต่อมาเพื่อให้การฝึกมีลักษณะบูรณาการมากขึ้น กองทัพไทยและกองทัพสหรัฐอเมริกาเริ่มการฝึกร่วมผสมภายใต้รหัส "คอบร้าโกลด์" ในปี พ.ศ. 2525 ครั้งนั้น กองทัพเรือไทย และกองทัพอากาศไทยจัดกำลังเข้าร่วมการฝึกกับกองทัพเรือและนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา กำหนดรหัสว่า "คอบร้าโกลด์ 82" ต่อมาในปี พ.ศ. 2526 กองทัพบกไทยได้จัดหน่วยรบพิเศษเข้าร่วมการฝึกอีกเหล่าทัพหนึ่ง กล่าวได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกร่วม และผสมครบทั้งสามเหล่าทัพเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

               จากนั้นกองบัญชาการทหารสูงสุดได้เข้ารับผิดชอบดำเนินการฝึกคอบร้าโกลด์ 86 ในปี พ.ศ. 2529 โดยเน้นการฝึกหน่วยทหารในการปฏิบัติการรบตามแบบด้วยกำลังขนาดใหญ่เข้าปฏิบัติการในยุทธบริเวณ และดำเนินการฝึกต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีถึงปัจจุบัน  คอบร้าโกลด์ถือเป็นการฝึกร่วมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

               ประธานาธิบดีนายสี จิ้นผิง ผู้นำจีนถึงกับเคยออกแถลงการณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า ปัญหาภายในเอเชียเป็นเรื่องของเอเชีย ที่ต้องแก้ปัญหาเองโดยชาวเอเชีย เพื่อผลประโยชน์และสันติภาพระหว่างประเทศในเอเชียด้วยกัน ซึ่งจีนเชื่อทุกประเทศมีศักยภาพเพียงพอที่จะประสานความร่วมมือ เพื่อแก้ไขปัญหาภายในภูมิภาคอยู่แล้ว

..................

(หมายเหตุ : มาตรการเหล็ก'สหรัฐ'หักไทย 'งูที่ขว้างไม่พ้นคอ')