
จับนายหน้านำชาว"โรฮิงญา"ขึ้นทะเบียนต่างด้าว
ดีเอสไอ จับนายหน้านำชาวโรฮิงญาขึ้นทะเบียนคนต่างด้าว แฉประวัติแอบปลอมบัตรให้ชาวโรญิงยากว่า 7,000 ราย ก่อนส่งไปขายแรงงานประมง-แม่บ้านทำความสะอาด
(29มิ.ย.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ แถลงข่าวจับนายการีม หรือกาเอ็ม ยาเซ็ม ชาวโรฮิงญา อายุ 63 ปี นายหน้าซึ่งรับเป็นตัวกลางในการรับรองรายการทะเบียนประวัติบุคคล และจัดทำบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน (คนต่างด้าว) โดยมิชอบให้กับชาวโรฮิงญา โดยเจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายการีมได้พร้อมของกลางขณะรับรองรายการทะเบียนประวัติบุคคล ไม่มีสถานะทางทะเบียนจำนวน 4 ราย ที่อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร จึงได้แจ้งข้อหาจับกุมตัวฐานเป็นนายหน้า หรือตัวการร่วมกันจัดทำบัตรคนต่างด้าวให้กับชาวโรฮิงญา และคนต่างด้าวอื่นในเขตพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาในวันนี้ (29 มิ.ย.)
พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีนี้ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.)ร่วมกับดีเอสไอ พบว่า กลุ่มชาวโรฮิงญาหลบหนีเข้ามาประเทศไทยและตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพลเป็นตัวกลางนายหน้านำชาวพม่า โรฮิงญาเข้ามาในประเทศไทยมานานหลายปี เป็นสาเหตุของกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์และความมั่นคงในประเทศไทย โดยมีการจัดบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนของคนต่างด้าวโดยไม่ถูกต้องร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบางหน่วยงาน พฤติการณ์ของนายการีม ได้กระทำการเป็นตัวกลางรับทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบที่อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเรียกรับเงินจำนวน 22,000 บาท จากผู้ขอทำบัตรเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจูงใจให้เจ้าพนักงานที่ว่าการอำเภอทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบ ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนพบว่า มีการทำบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนให้กับชาวโรฮิงญาและคนต่างด้าวอื่นตั้งแต่พ.ศ. 2550 -ปัจจุบัน รวม 7,089 ราย ในพื้นที่3 อำเภอ ได้แก่ อ.ทับสะแก อ.บางสะพานและอ.บางสะพานน้อย ซึ่งดีเอสไออยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานขยายผลนำผู้กระทำผิดอื่นๆมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
“นายหน้านำคนต่างด้าวเข้ามาขึ้นทะเบียนจะเป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยก่อน และจะมีพฤติกรรมเป็นผู้มีอิทธิพล รับจัดการตั้งแต่นำคนต่างด้าวเข้าเมืองจนถึงการประสานให้เจ้าหน้าที่รับรองการออกบัตรคนต่างด้าว โดยผู้ที่เป็นนายหน้ามักจะเปิดร้านค้าขายหรือธุรกิจเล็กๆ เพื่อบังหน้า เมื่อได้รับเงินจากนายจ้างที่ต้องการแรงงานต่างด้าวก็จะนำมาแบ่งให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารทางราชการ ”โฆษกดีเอสไอกล่าว
ด้านพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผบ.สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กล่าวว่า มติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 เปิดช่องให้คนต่างด้าวในประเทศขึ้นทะเบียนจดแจ้งการเข้ามาในประเทศไทยได้ จึงทำให้มีการทุจริตรับรองคนต่างด้าวให้ขึ้นทะเบียนในทุกจังหวัด ไม่ได้มีเฉพาะจังหวัดชายแดนเท่านั้น ภายหลังการขึ้นทะเบียนคนต่างด้าวจะมีนายจ้างมารับตัวคนต่างด้าวกระจายไปทำงานนอกพื้นที่ ทำให้ยากต่อการควบคุมและป้องกันการก่อคดีอาชญากรรมของคนต่างด้าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการรับรองคนต่างด้าวที่ไม่มีคุณสมบัติโดยไม่ผ่านมติประชาคมในพื้นที่ เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหลายระดับ รวมถึงกำนันผู้ใหญ่บ้านบางราย โดยบัตรคนต่างด้าวเป็นบัตรจริงแต่ออกโดยผิดเงื่อนไข มีการแจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงาน โดยเงินที่นำมาจ่ายเป็นค่าออกบัตรรับรองคนต่างด้าว ส่วนใหญ่จะเป็นเงินของนายจ้างที่จ่ายให้ก่อน จากนั้นจะให้แรงงานต่างด้าวผ่อนชำระโดยหักจากค่าแรง ซึ่งชาวโรฮิงญากว่าร้อยละ 90 จะเข้ามาขายแรงงานในธุรกิจประมง ส่วนที่เหลือที่เป็นเพศหญิงจะขายแรงงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาด



