
'บวรศักดิ์'แนะหาต้นเหตุปัญหาจุดเริ่มปฏิรูปสำเร็จ
26 มิ.ย. 2557
'บวรศักดิ์' แนะจุดเริ่มปฏิรูปให้สำเร็จต้องหาต้นเหตุของปัญหา-นำผลสำรวจเดิมมาพิจารณา ไม่ควรเริ่มต้นจากศูนย์
26 มิ.ย.57 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวเปิดงานสัมมนา เพื่อนำเสนอประเด็นอภิปราย การปฏิรูปประเทศไทย : ดุลแห่งอำนาจ ตอนหนึ่งว่า กรณีที่ประเทศไทยต้องมาพูดถึงการปฏิรูปประเทศไทยซ้ำซาก เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกเหนื่อย แม้จะเหนื่อยจำเป็นต้องพูดเพราะปัญหามีอยู่จริง อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าการปฏิรูปควรเริ่มจากการสำรวจความรู้ที่มีอยู่ว่าที่ผ่านมามีการคิดหรือเสนออะไรกันมาบ้างแล้ว ไม่ใช่การคิดจากศูนย์ ดังนั้นกรณีที่จะเสนอเรื่องใดนั้น ต้องหาสาเหตุของปัญหาแล้วแก้ไขที่สาเหตุถึงจะสามารถแก้ไขได้
"ผมได้ยินข้อเสนอที่น่าสนใจคือการเสนอให้เลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรงแต่ถามว่าเรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาของการเมืองไทยหรือไม่ผมจึงถามว่ากรณีเสนอเรื่องนี้เพราะกลัวคนที่มีอำนาจมากเกินไป จนควบคุมไม่ได้ หรือกลัวคนไม่มีอำนาจ ประเด็นของการเลือกนายกฯโดยตรงเพื่อทำให้เกิดความอ่อนแอลงหรือไม่ ประเด็นปฏิรูปใครจะเสนออะไรก็ได้เพราะเป็นเสรีภาพ แต่คิดว่าการหาสาเหตุของปัญหา ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาได้" นายบวรศักดิ์ กล่าว
นักวิชาการแนะจัดดุลอำนาจให้มีระบบ
นายกิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องพูดให้ชัดเจน คือสาเหตุของการปฏิรูป โดยที่ผ่านมาพบการโกง และออกกฎหมายนิรโทษ ทำให้มีคนต่อต้านทั้งในและนอกกติกา โดยไม่เกี่ยวกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นสิ่งที่ควรพิจารณา คือ ตัวคนที่ตัองรักษาและเคารพกติกา ทั้งนี้ระยะเวลา 82 ปี ของการพัฒนาประชาธิปไตย ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะถูกบิดเบือน ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ควรนำมาพิจารณา คือ 1.การศึกษาและสื่อมวลชน เพื่อสร้างองค์ความรู้, 2. การเข้าสู่อำนาจการเมือง และ 3.การจัดสรรทรัพยากร
ด้านนายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร สมาชิกสถาบันพัฒนาการเมือง กล่าวว่ารัฐธรรมนูญของประเทศไทยเป็นประเภทตัดปะ โดยนำเนื้อหารัฐธรรมนูญจากประเทศตะวันตกมาเขียนรายละเอียด โดยไม่ได้คำนึงถึงจุดอ่อนและข้อบกพร่องของประเทศไทยมาพิจารณาและกำหนดรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับประเทศ ทำให้เมื่อถึงทางตัน ประเทศไทยไม่สามารถแก้ปัญหาได้ อย่างไรก็ตามตนเคยเสนอให้ที่ประชุมอธิบการบดี (ธปอ.) ศึกษาข้อบกพร่องและต้นเหตุของปัญหารวมถึงจุดอ่อนของประเทศไทยในแต่ละด้าน โดยใช้เวลา 6 เดือน จากนั้นให้นำผลศึกษาไปให้กรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ประกอบด้วยคน 15 คนที่รู้เรื่องไปดำเนินการยกร่างโดยรายละเอียดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องมีน้อยมาตรา มีความยืดหยุ่ม ส่วนรายละเอียดที่มีมากให้ไปเขียนในกฎหมายประกอบ ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่บ่อยครั้ง ดังนั้นถ้าคิดจะวางระบบให้ประเทศ ต้องเริ่มที่รัฐธรรมนูญ
"สังคมไทยปัจจุบันมี 3 ส่วนอำนาจ คือ รัฐบาล, นักการเมือง, ประชาชน โดยกรณีของรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มตามกฎหมาย และฝ่ายนิติบัญญัติที่เป็นพรรคพวกเดียวกัน ล้วนไม่มีวิสัยทัศน์ในการสร้างความสุขให้ประชาชน เพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ และความฉ้อฉล ทั้งนี้ผมทราบข้อมูลจากคนวงในมาว่า ในประเทศสาระขันธุ์ ตามคำของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หมายถึงคำเรียกประเทศไทยนั้น จะเขียนรัฐธรรมนูญให้มีสภาเดียว และสมาชิกแห่งสภานั้นมาจากการแต่งตั้งผสมด้วย" นายอัษฎางค์ กล่าว
ขณะที่นายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ดุลแห่งอำนาจนั้นต้องไม่กลัวการมีอำนาจของประชาชน และต้องให้ประชาชนมีอำนาจ แต่ไม่ใช่ให้อำนาจจนเกินไป ดังนั้นต้องมีส่วนที่เข้ามาแทรกแซงเพื่อไม่ให้มีอำนาจมากเกินไป ดังนั้นกรณีเกิดรัฐประหารรอบนี้ ตนมองว่าทหารพยายามเข้ามาสร้างดุลขณะที่มีความขัดแย้งของ 2 ฝ่าย ดังนั้นประเด็นที่ต้องพูดคุย คือจะให้ประชาชนที่รวมตัวเป็นกลุ่มการเมืองภาคประชาชนจะให้ความสำคัญอย่างไร ทั้งนี้ในประเทศที่พัฒนาประชาธิปไตย จะมีการออกแบบที่มาของสถาบันที่จะไปใช้อำนาจแทนประชาชนที่สะท้อนความหลากหลายของสังคม
"กรณีที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่มองว่าเสียงข้างมากแย่ แล้วหาคนมาจัดการเสียงข้างมาก แต่ต้องสร้างสภาเพื่อคานอำนาจ ผมไม่ปฏิเสธสองสภา แต่สภาที่สองต้องไม่ใช่สภาเพื่อจับผิดเสียงข้างมาก แต่ต้องสะท้อนความหลากหลายของสังคมไม่ใช่มุ่งร้ายต่อประชาธิปไตย" นายพิชญ์ กล่าว
"พุทธะอิสระ"แนะแกนนำกปปส.ให้สงบปากสงบคำ
พระพุทธะอิสระ แกนนำกปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการทำเอกสารคำให้การแก้ข้อกล่าวหาดีกบฏเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อยื่นต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) โดยจะชี้แจงให้พนักงานสอบสวนเห็นว่าการเคลื่อนไหวไม่เข้าข่ายกบฏเพราะไม่มีเจตนาในการล้มล้างการปกครอง ซึ่งข้อต่อสู้ของแกนนำแจ้งวัฒนะแตกต่างจากเวทีอื่น จึงจะขอแยกสำนวนออกมาต่างหาก เพราะหากรวมสำนวนเป็นชุดเดียวจะทำให้การต่อสู้คดียากขึ้น ดังนั้นจะไม่ขอเลื่อนคดีออกไปตรงกับแกนนำเวทีหลักซึ่งขอเลื่อนคดีไปในวันที่ 11ก.ย.
นอกจากนี้ยังกล่าวถึงแกนนำเวทีอื่น ๆ ว่า ในช่วงนี้บรรยากาศบ้านเมืองกำลังเป็นไปด้วยดี ไม่ควรออกมาทำให้เสียบรรยากาศ เพราะฝ่ายตรงข้ามจะมองว่าการออกมาปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีการตกลงกันไว้ก่อนไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จะทำให้เพิ่มแรงกดดันให้คสช.ทำงานลำบากยิ่งขึ้น เมื่อวานนี้ (25 มิ.ย.) อาตมาได้คุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ซึ่งมีแนวทางชัดเจนว่าจะวางมือ ถอดใจทางการเมืองแล้ว ในส่วนแกนนำคนอื่นขอให้ช่วยกันสงบปากสงบคำ หากเหงามากก็ขอให้มาช่วยกันปลูกป่า ลอกผักตบชวาเพื่อสร้างความ
ด้านนายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร สมาชิกสถาบันพัฒนาการเมือง กล่าวว่ารัฐธรรมนูญของประเทศไทยเป็นประเภทตัดปะ โดยนำเนื้อหารัฐธรรมนูญจากประเทศตะวันตกมาเขียนรายละเอียด โดยไม่ได้คำนึงถึงจุดอ่อนและข้อบกพร่องของประเทศไทยมาพิจารณาและกำหนดรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับประเทศ ทำให้เมื่อถึงทางตัน ประเทศไทยไม่สามารถแก้ปัญหาได้ อย่างไรก็ตามตนเคยเสนอให้ที่ประชุมอธิบการบดี (ธปอ.) ศึกษาข้อบกพร่องและต้นเหตุของปัญหารวมถึงจุดอ่อนของประเทศไทยในแต่ละด้าน โดยใช้เวลา 6 เดือน จากนั้นให้นำผลศึกษาไปให้กรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ประกอบด้วยคน 15 คนที่รู้เรื่องไปดำเนินการยกร่างโดยรายละเอียดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องมีน้อยมาตรา มีความยืดหยุ่ม ส่วนรายละเอียดที่มีมากให้ไปเขียนในกฎหมายประกอบ ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่บ่อยครั้ง ดังนั้นถ้าคิดจะวางระบบให้ประเทศ ต้องเริ่มที่รัฐธรรมนูญ
"สังคมไทยปัจจุบันมี 3 ส่วนอำนาจ คือ รัฐบาล, นักการเมือง, ประชาชน โดยกรณีของรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มตามกฎหมาย และฝ่ายนิติบัญญัติที่เป็นพรรคพวกเดียวกัน ล้วนไม่มีวิสัยทัศน์ในการสร้างความสุขให้ประชาชน เพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ และความฉ้อฉล ทั้งนี้ผมทราบข้อมูลจากคนวงในมาว่า ในประเทศสาระขันธุ์ ตามคำของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หมายถึงคำเรียกประเทศไทยนั้น จะเขียนรัฐธรรมนูญให้มีสภาเดียว และสมาชิกแห่งสภานั้นมาจากการแต่งตั้งผสมด้วย" นายอัษฎางค์ กล่าว
ขณะที่นายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ดุลแห่งอำนาจนั้นต้องไม่กลัวการมีอำนาจของประชาชน และต้องให้ประชาชนมีอำนาจ แต่ไม่ใช่ให้อำนาจจนเกินไป ดังนั้นต้องมีส่วนที่เข้ามาแทรกแซงเพื่อไม่ให้มีอำนาจมากเกินไป ดังนั้นกรณีเกิดรัฐประหารรอบนี้ ตนมองว่าทหารพยายามเข้ามาสร้างดุลขณะที่มีความขัดแย้งของ 2 ฝ่าย ดังนั้นประเด็นที่ต้องพูดคุย คือจะให้ประชาชนที่รวมตัวเป็นกลุ่มการเมืองภาคประชาชนจะให้ความสำคัญอย่างไร ทั้งนี้ในประเทศที่พัฒนาประชาธิปไตย จะมีการออกแบบที่มาของสถาบันที่จะไปใช้อำนาจแทนประชาชนที่สะท้อนความหลากหลายของสังคม
"กรณีที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่มองว่าเสียงข้างมากแย่ แล้วหาคนมาจัดการเสียงข้างมาก แต่ต้องสร้างสภาเพื่อคานอำนาจ ผมไม่ปฏิเสธสองสภา แต่สภาที่สองต้องไม่ใช่สภาเพื่อจับผิดเสียงข้างมาก แต่ต้องสะท้อนความหลากหลายของสังคมไม่ใช่มุ่งร้ายต่อประชาธิปไตย" นายพิชญ์ กล่าว
"พุทธะอิสระ"แนะแกนนำกปปส.ให้สงบปากสงบคำ
พระพุทธะอิสระ แกนนำกปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการทำเอกสารคำให้การแก้ข้อกล่าวหาดีกบฏเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อยื่นต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) โดยจะชี้แจงให้พนักงานสอบสวนเห็นว่าการเคลื่อนไหวไม่เข้าข่ายกบฏเพราะไม่มีเจตนาในการล้มล้างการปกครอง ซึ่งข้อต่อสู้ของแกนนำแจ้งวัฒนะแตกต่างจากเวทีอื่น จึงจะขอแยกสำนวนออกมาต่างหาก เพราะหากรวมสำนวนเป็นชุดเดียวจะทำให้การต่อสู้คดียากขึ้น ดังนั้นจะไม่ขอเลื่อนคดีออกไปตรงกับแกนนำเวทีหลักซึ่งขอเลื่อนคดีไปในวันที่ 11ก.ย.
นอกจากนี้ยังกล่าวถึงแกนนำเวทีอื่น ๆ ว่า ในช่วงนี้บรรยากาศบ้านเมืองกำลังเป็นไปด้วยดี ไม่ควรออกมาทำให้เสียบรรยากาศ เพราะฝ่ายตรงข้ามจะมองว่าการออกมาปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีการตกลงกันไว้ก่อนไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จะทำให้เพิ่มแรงกดดันให้คสช.ทำงานลำบากยิ่งขึ้น เมื่อวานนี้ (25 มิ.ย.) อาตมาได้คุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ซึ่งมีแนวทางชัดเจนว่าจะวางมือ ถอดใจทางการเมืองแล้ว ในส่วนแกนนำคนอื่นขอให้ช่วยกันสงบปากสงบคำ หากเหงามากก็ขอให้มาช่วยกันปลูกป่า ลอกผักตบชวาเพื่อสร้างความ



