ข่าว

สมบัติคุณทวด

สมบัติคุณทวด

29 มิ.ย. 2552

ผมได้ครอบครองที่ดินผืนหนึ่งมาเป็นระยะเวลาประมาณ 10 ปี ซึ่งในโฉนดเป็นชื่อของยายทวด ยายทวดมีลูกเหลืออยู่ 2 คน ผมเป็นเหลน ปัญหามีอยู่ว่ายายทวดเสียชีวิตมาประมาณ 25 ปี ลูกหลานยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์

อยากถามว่า
 1.จะสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้โดยวิธีใด
 2.หากไม่โอนกรรมสิทธิ์ ที่ดินผืนดังกล่าวมีโอกาสตกเป็นที่สาธารณประโยชน์หรือไม่ หากมีโอกาสใช้เวลากี่ปี
ตุ้ย
ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า ในเรื่องนี้เริ่มแรกเลยต้องดูที่การครอบครองของคุณก่อนว่า คุณครอบครองในฐานะอะไร คือ ถ้าคุณเป็นเพียงทายาทคนหนึ่ง แต่ยังไม่ได้มีการแบ่งไว้อย่างชัดเจนว่า คุณเป็นผู้รับมรดก กรณีที่คุณได้ทำกิน หรืออยู่บนที่ดินผืนนี้ ก็มีสิทธิแต่เพียงเป็นการครอบครองแบบใช้ประโยชน์บนที่ดินผืนนี้ แต่ไม่ใช่เป็นการครอบครองแบบปรปักษ์
 เนื่องจากการครอบครองแบบปรปักษ์ ต้องเป็นการครอบครองแบบเปิดเผย แสดงออกให้รู้ว่า อยากจะได้ที่ดินผืนนี้ แล้วไม่มีใครมาคัดค้าน เมื่ออยู่เลย 10 ปี อย่างนี้สามารถจะอ้างสิทธิการครอบครองแบบปรปักษ์ได้
 แต่จากข้อมูลที่ให้มา กรณีของคุณ ดูแล้วไม่น่าจะอยู่ในข่ายดังกล่าว เพราะถ้าลูกของยายทวดยังเหลืออยู่อีก 2 คน หมายความว่า ลูกของยายทวดจะต้องเป็นผู้รับมรดกต่อจากยายทวดก่อน 
 ดังนั้น ที่ถามว่าจะสามารถโอนสิทธิได้อย่างไรนั้น บอกได้เลยว่า จะต้องมีการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกขึ้นมาก่อน จากนั้นก็จะต้องมอบมรดก ซึ่งก็คือที่ดินผืนนี้ให้แก่ลูกของคุณยายทวดทั้ง 2 คนก่อน แล้วก็มาดูว่าลูกของยายทวดทั้ง 2 คน มีทายาทอยู่คนละกี่คน เพราะลูกของยายทวดก็จะต้องโอนให้แก่ลูกที่มีอยู่ทั้งหมด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็จะเป็นแม่ของคุณ แล้วแม่ของคุณก็จะมาโอนให้แก่ลูกที่มีอยู่ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคุณ
 ส่วนที่ถามว่า ถ้าไม่โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจะเป็นของสาธารณะหรือไม่ บอกได้เลยว่า ถ้าเป็นที่ดินที่มีโฉนด มีชื่ออย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะโอนหรือไม่โอนให้แก่ใคร ที่ดินแปลงนี้ก็ยังเป็นสิทธิของเจ้าของเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนไปเป็นของสาธารณะ
ลุงแจ่ม