ข่าว

รวบหนุ่มเกาหลี ชกหน้า-ใช้ปืนปลอมจี้ชิงรถสาวจอดห้างฯดัง

รวบหนุ่มเกาหลี ชกหน้า-ใช้ปืนปลอมจี้ชิงรถสาวจอดห้างฯดัง

26 มิ.ย. 2557

รวบหนุ่มเกาหลี ชกหน้า-ปืนปลอมจี้ชิงรถสาวจอดห้างฯดัง เหยื่อเผยนาทีระทึกถูกชกหน้าแกล้งสลบ กระโดดหนีลงรถ ส่วนคนร้ายอ้างเป็นใบ้-หูหนวก ตร.ไม่เชื่อคาดเตรียมการมาก่อน

 
          เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 25 มิถุนายน ร.ต.ท.ธรรศพงศ์ เดชวรไพบูลย์ พนักงานสอบสวน สน.ประเวศ รับแจ้งคนร้ายใช้อาวุธปืนปลอมจี้ชิงรถและทำร้ายร่างกายหญิงสาวภายในห้างซีคอนแสควร์ ถนนศรีนครินทร์ แขวงบางบอน เขตประเวศ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รองผบช.น. พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ ผกก.สน.ประเวศ พ.ต.ท.เผด็จ ภู่บุบผากาญจน รองผกก.ป. เจ้าหน้าที่อาสาตำรวจบ้าน สน.ประเวศ และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู 
          ระหว่างนั้นมีรายงานว่าคนร้ายได้ขับรถเลี้ยวเข้าซอยศรีนครินทร์ 57 ข้างห้างสรรพสินค้าพาราไดซ์ หรือซอยพรีเมียร์ ก่อนพบรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีดำ ทะเบียน ฌต 1719 กทม. จอดที่ซอยพรีเมียร์1แยก 12 หลังหมู่บ้านเสรีวิลล่า สภาพกระจกด้านหน้ารถแตก พบปืนสั้นสีดำซึ่งเป็นปืนปลอมตกอยู่ในรถ ส่วนคนร้ายหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังปิดล้อมพื้นที่ค้นหาคนร้าย ส่วนเจ้าของรถที่ถูกจี้และทำร้ายทราบชื่อ น.ส.ชิดชนก สามลเกียรติ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ซ.วชิรธรรมสาธิต 57 แยก 18 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. ได้รับบาดเจ็บใบหน้าฟกช้ำ เนื่องจากถูกคนร้ายต่อยเข้าใบหน้าจำนวนหลายครั้ง 
          ขณะที่ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาปิดล้อมค้นหาคนร้ายนานร่วม 2 ชั่วโมง พบร่องรอยคนร้ายถอดเสื้อยืดสีน้ำเงิน และรองเท้าผ้าใบ ทิ้งไว้ในห้องพักแคมป์คนงานก่อสร้าง ในซอยเสรีวิลล่า ซ.2 กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืนได้พบตัวคนร้ายนอนคุคคู้หลบซ่อนตัว ไม่สวมเสื้อ อยู่ในพงหญ้า ภายในซอยเสรีวิลล่า ซ.2 ห่างจากจุดที่พบรถจอดทิ้งประมาณ 1 กิโลเมตร  เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปสอบสวนที่ สน.ประเวศ
         ต่อมาน.ส.ชิดชนก ได้เข้าให้ปากคำและชี้ตัวคนร้าย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางมาซื้อของภายในห้างซีคอนฯ จอดรถไว้ที่ลานจอดรถด้านหลังห้าง กระทั่งซื้อของทำธุระเสร็จจะกลับบ้านในเวลาประมาณ 21.30 น. ก็เดินไปที่รถระหว่างเปิดประตูจะขึ้นรถ คนร้ายก็บุกชาร์จเข้ามาอย่างรวดเร็ว โดยมีอาวุธปืนมาจี้ ตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นปืนจริงหรือปลอม โดยที่คนร้ายไม่ได้พูดจาอะไร ตนตกใจกลัวร้องกรี๊ดเสียงดังลั่นคนร้ายก็ชกเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ก่อนจะบังคับให้ไปนั่งเบาะหน้าข้างคนขับ ขณะนั้นพยายามต่อสู้ขัดขืนและร้องให้คนช่วย  และจะเปิดประตูหนีลงจากรถ แต่คนร้ายก็กระชากตัวเข้าไป แล้วกระหน่ำชกอีกหลายครั้ง 
          “ฉันตั้งสติได้จึงแกล้งทำเป็นสลบคนร้ายก็สตาร์ทรถขับออกจากห้าง ระหว่างนั้นเริ่มมีคนเห็น และรปภ.ของห้างก็พยายามเข้าช่วยเหลือ แต่คนร้ายได้เร่งเครื่องหนี กระทั่งจะถึงทางออกจากห้าง รปภ.ได้เอาที่กั้นขวางรถเพื่อให้หยุด แต่คนร้ายขับรถฝ่าชนที่กั้นจนกระจกด้านหน้าแตก จังหวะเดียวกันนั้นฉันก็ตัดสินใจเปิดประตูกระโดดลงจากรถ ส่วนคนร้ายก็ขับหลบหนีไป แล้วก็ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ "น.ส.ชิดชนก กล่าวด้วย
         ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อล่ามชาวเกาหลี เนื่องจากคนร้ายถามตอบไม่รู้เรื่องทำท่าทางเหมือนคนเป็นใบ้และหูหนวก แต่เขียนหนังสือได้ โดยเขียนบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นคนเกาหลี จึงได้ติดต่อล่ามมาช่วยสอบสวน แต่คนร้ายยังทำท่าทางฟังไม่ได้ยิน พูดโต้ตอบไม่ได้ จึงใช้วิธีการเขียนภาษาเกาหลีเป็นการสื่อสารแทน ได้ใจความในเบื้องต้นระบุว่า คนร้ายชื่อนายลิม จุน วู (Mr Lim Jun Woo) อายุประมาณ 43 ปี เป็นชาวเกาหลีใต้ อ้างว่าตัวเองเป็นใบ้ และเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ไปเที่ยวที่พัทยา แต่สัมภาระทั้งหมดรวมทั้งพาสปอร์ตได้สูญหาย เงินก็หมด พยายามจะหางานทำก็ไม่ค่อยมีใครจ้างทำงาน เพราะเป็นใบ้พูดไม่ได้ สื่อสารลำบาก ได้แต่ตระเวนหางานทำและขอเงินไปเรื่อยๆ 
          นายลิม ยังให้การอ้างด้วยว่า เดินทางมาที่ห้างซีคอนฯก็เพิ่งมาเป็นครั้งแรก และได้ซื้อปืนปลอมในห้างซีคอนฯ ราคา 20 บาท การก่อเหตุครั้งนี้ไม่ได้วางแผนหรือคิดมาก่อน และไม่รู้ว่ารถที่จี้ชิงมาจะเอาไปทำอะไรและจะขับไปไหน สาเหตุที่ต่อยผู้เสียหายผู้หญิงก็เพราะโวยวายเสียงดัง และต่อสู้ขัดขืน ซึ่งที่ทำลงไปก็เพราะไม่มีเงิน
          ขณะที่พ.ต.อ.สมควร ระบุว่า เบื้องต้นยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของคนร้ายรายนี้ เนื่องจากยังมีพิรุธหลายอย่าง และไม่เชื่อว่าคนร้ายจะเป็นใบ้หูหนวกจริง เพราะมีคำให้การบางช่วงที่คนร้ายบอกว่าผู้เสียงหายร้องเสียงดังจึงชกหน้า ถ้าหูหนวกจริงจะได้ยินผู้เสียหายร้องได้อย่างไร และการก่อเหตุครั้งนี้น่าจะมีการเตรียมการหรือจ้องจะก่อเหตุมาก่อน แต่อาจจะไม่รู้ทางหนีทีไล่ อย่างไรก็ตามต้องทำการสอบปากคำคนร้ายอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนผู้เสียหายก็ชีตัวยืนยัน พร้อมกับจดจำใบหน้าคนร้ายได้ ไม่ผิดตัวอย่างแน่นอน พร้อมกันนี้จะประสานสถานทูตเกาหลีให้ร่วมตรวจสอบ และประสานทาง สตม.เพื่อเช็คประการเข้าเมืองตามที่คนร้ายระบุ เพราะอาจจะเป็นแก๊งอาชญากรข้ามชาติ