
รถทัวร์เสียหลักทำผู้โดยสารบาดเจ็บเกลื่อนถนน
รถทัวร์สายเชียงใหม่-อุดรธานี เร่งความเร็งขึ้นเขาซึ่งเป็นทางโค้ง เกิดเสียหลักกระแทกกับกำแพงคอนกรีตจนกระจกแตก ทำผู้โดยสารบาดเจ็บเกลื่อนเต็มถนน ด้านคนขับอ้างไม่รู้
(29มิ.ย.) เวลา 02.00 น. ตำรวจหน่วยบริการประชาชนน้ำอ่าง ต.น้ำอ่าง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ รับแจ้งผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่บริเวณทางขึ้นเขาขาด ถนนทางหลวงหมายเลข 11 อุตรดิตถ์-พิษณุโลก หลักกิโลเมตรที่ 71-72 ช่วงออกเมืองอุตรดิตถ์ จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมแจ้งศูนย์กู้ชีพโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ และอาสาสมัครกู้ภัยวัดหมอนไม้ เข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ
ทั้งนี้ เมื่อไปถึงพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 คน เป็นชาย 3 คนและหญิง 2 คน มีเลือดไหลตามใบหน้า แขน ขามีบาดแผลถลอก เลือดไหลและมีอาการปวดหลังนอนเกลื่อนเต็มถนน ร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่จึงเร่งปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลอุตรดิตถ์
จากการสอบสวนนายบุญรัตน์ ปิ่นตา อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 170 หมู่ 2 ต.แม่นาเดิ่ง อ.ปาย จ.แม่ฮองสอน หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่สามารถให้รายละเอียด กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นเป็นผู้โดยสารที่นั่งมากลับรถทัวร์ของบริษัทจักรพงษ์ทัวร์ ซึ่งเป็นรถปรับอากาศชั้น 1 เชียงใหม่ -อุดรธานี โดยตนนั่งอยู่เบาะหน้าสุดตรงข้ามพนักงานขับรถ จะเดินทางไปบ้านภรรยา จ.อุดรธานี ช่วงเกิดเหตุอยู่ในอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น ได้ยินเสียงดังและท้ายรถส่ายไปมา
จากนั้นรถก็ตะแคงขวา ส่งผลให้ตนร่วงออกมาจากรถทางกระจกและตกอยู่กลางถนนฝั่งตรงกันข้าม ช่วงขาเข้าเมืองอุตรดิตถ์ พร้อมกับผู้โดยสารจำนวนหนึ่ง มีอาการปวดหลังและแขนขาถลอก แต่พอที่จะพยุงตัวเองได้ใช้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือที่ตำรวจ ส่วนรถทัวร์คันที่นั่งมาไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหน
พลทหารวุฒิชาติ อนุศิลป์ ทหารสังกัดค่าย พัน ป.จว.ลพบุรี ที่มีอาการเจ็บก้านคอ ปวดศรีษะ และมีเลือดไหลตามใบหน้า และเศษกระจกบาด กล่าวว่า กำลังจะกลับบ้านที่ จ.หนองคาย หลังจากเดินทางไปปฏิบัตราชการทหารที่ จ.แม่ฮ่องสอน นั่งอยู่เบาะหน้าติดกระจกและอยู่ด้านหลังคนขับรถ สามารถเหตุที่กระเด็นตกมารถทัวร์เพราะกระจกตรงบริเวณที่นั่งตนเองแตก บริเวณที่เกิดเหตุมืดมากพยายามขบัยตัวเองให้มาอยู่ติดกับเกาะกลางถนนให้มากที่สุด เกรงจะมีรถคันอื่นๆวิ่งมาทับร่าง แต่ยังได้ยินเสียงผู้โดยสารคนอื่นร้องขอความช่วยเหลือ ไม่รู้ว่ามีกี่คน
ในที่เกิดเหตุตำรวจตรวจสอบไม่พบรถทัวร์คันดังกล่าวมีแต่เศษกระจกแตกกระจัดกระจายอยู่ฝั่งตรงกันข้าม หรือถนนช่วงขาเข้าเมืองอุตรดิตถ์ จึงได้ระดมกำลังอาสาสมัครพร้อมแสงสว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตามไหล่เขา เกรงจะเสียหลักตกเขา แต่ก็ไม่พบ จนได้รับรายงานว่าพบรถทัวร์หมายเลขทะเบียน 10-7253 อุดรธานี ของบริษัทดังกล่าวจอดห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตรในสภาพข้างรถด้านคนขับยุบเป็นรอยขูดยาว กระจกหลังคนขับรถแตกจำนวน 2 ช่อง จึงเข้าตรวจสอบทันทีพบผู้โดยสารจำนวนหนึ่งกำลังเก็บสัมภาระของตนเองลงจากรถ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลอุตรดิตถ์
จากากรสอบสวนนายทรงกลด ขันตี พนังงานขับรถคันดังกล่าวทราบว่าช่วงเกิดเหตุกำลังเร่งความเร็วเพื่อขึ้นเขา ซึ่งเป็นทางโค้ง รถเกิดเสียหลักช่วงท้ายยก ส่งผลให้ผลตะแคง ข้างรถด้านคนขับกระแทกกับกำแพงคอนกรีตที่เป็นเกาะกลางถนนกระจกแตก และตัวรถขูดกับเกาะกลางถนน พยายามบังคับรถให้กับมาวิ่งได้ตามปกติ แต่เป็นช่วงที่รถกำลังลงจากเขาและเป็นทางโค้งจึงไม่สามารถหยุดรถได้ จึงขับอย่างช้าๆ ประคองรถจนมาถึงบริเวณตีนเขาเป็นทางราบ จึงจอดรถเพราะมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บประกอบกับรถไม่สามารถสิ่งต่อไปได้
“ไม่ทราบว่ามีผู้โดยสารตกลงจากรถ จนพนักงานสำรวจจำนวนผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยทั้งหมด 37 คน เหลือเพียง 32 คน จึงมั่นใจว่ามีผู้โดยสารล่วงจากรถขณะเกิดอุบัติเหตุ พร้อมประสานรถทัวร์คันใหม่ของบริษัทมารับผู้โดยสารที่เหลือเดินทางต่อไป ” นายทรงกลด กล่าว
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตำรวจได้ควบคุมตัวพนักงานขับรถเพื่อดำเนินการสอบสวนถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้



