ข่าว

สาวใต้เลือดนักสู้'ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน'

สาวใต้เลือดนักสู้'ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน'

26 มิ.ย. 2557

สาวใต้เลือดนักสู้ "ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน" : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ เรื่อง... สุชาติ สูงเรือง เรียบเรียง... เสาวลักษ์ คงภัคพูน

 
 
          แผ่นดินอีสานที่เคยแห้งแล้ง ผู้คนต้องทิ้งถิ่นฐานไปขายแรงงานในกรุงเทพฯ แต่มาถึงปัจจุบันเสน่ห์ของอีสานที่เต็มไปด้วยผืนนา ผืนดินทำการเกษตร กลายเป็นสวรรค์ของคนรักสีเขียวของท้องทุ่ง คนกรุง คนต่างถิ่น หลั่งไหลเข้ามาซื้อที่ดินผืนใหญ่ไว้ทำเกษตรกรรม เช่นเดียวกับครอบครัวของสาวใต้เลือดนักสู้ อย่าง "นันทิยา (อัน) วิลเลี่ยม" สะใภ้อินเตอร์ชาวชุมพร ปัจจุบันอายุ 27 ปี เจ้าของธุรกิจค้าส่งหัวอาหารสัตว์รายใหญ่ของ จ.อำนาจเจริญ
 
          จากชีวิตวัยใสนักสู้สาวตามแบบฉบับคนใต้แท้ๆ เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมต้น "อัน" ต้องออกจากรั้วโรงเรียน หมดโอกาสได้สวมเครื่องแบบนักศึกษา แม้แต่ระดับภาคเรียนชั้นมัธยมปลายก็ยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิด เพราะเป็นลูกสาวคนโต ต้องเป็นกำลังหลักช่วยพ่อแม่ที่แก่ชราลงทุกวัน และเสียสละส่งน้องสาวที่มีเพียงคนเดียวได้เรียนสูงสุด เพื่ออนาคตสดใสที่รออยู่
 
          ในวัยสาวสะพรั่ง "อัน" เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ หลายคน แต่เธอมุ่งมั่นกับการทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่พ่อ ไม่คิดอยากมีครอบครัว สิ่งเหล่านี้อยู่ในสายตาของพ่อแม่และญาติๆ ที่มองด้วยความห่วงใย เกรงว่าเมื่ออายุมากขึ้นแก่ตัวลงทุกวัน หากต้องอยู่ตัวคนเดียวยามเจ็บไข้ใครจะดูแล
 
          เมื่อสิบปีก่อน "สตีเฟน วิลเลี่ยม" หนุ่มเมืองผู้ดีอังกฤษ ทางบ้านทำธุรกิจค้าส่ง อายุมากกว่าอัน 2 รอบ แบกเป้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ จ.ชุมพร ได้รู้จักกับญาติของอัน พูดคุยกันหลายเรื่อง แต่สิ่งที่สตีเฟนพูดกับทุกคนอยู่เสมอว่า หลงเสน่ห์เมืองไทย อยากมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ผู้คนอัธยาศัยดี ส่งยิ้มสยามให้กันเมื่อพบหน้า อากาศก็ดี อาหารอร่อย ทำให้อยากมาปักหลักค้าขายในไทยอย่างถาวร ที่สำคัญสตีเฟนบอกว่า หลงเสน่ห์สาวไทยกับความสวยแบบธรรมชาติ ที่สวยออกมาจากข้างใน "ผมอยากมีเมียคนไทย" สตีเฟนบอกทุกคน
 
          ญาติจึงมาปรึกษาพ่อแม่ของอัน ที่เมื่อรู้จักสตีเฟนก็รู้ได้ว่า ฝรั่งคนนี้น่าจะดูแลลูกสาวได้เป็นอย่างดี จึงแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จัก ลองคบหากันว่าจะไปด้วยกันได้หรือไม่ แรกๆ ก็สื่อสารกันไม่ค่อยเข้าใจ แต่ด้วยจิตใจโอบอ้อมอารีของสตีเฟน กับความงดงามของอ้นทำให้ทั้งคู่ต่างมีแรงดึงดูดเข้าหากัน เป็นความรักที่มีแต่คนสนับสนุน เมื่อคบหาดูใจกันคิดว่าไปกันได้ จึงตัดสินใจแต่งงานกัน
 
          "สินสอดทองหมั้นค่าจัดงานทางสตีเฟนเขาจัดการเองทั้งหมด วันนั้นพ่อแม่ดีใจมากที่เห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝา หลังแต่งงานเขายังมีภาระหน้าที่การงานที่อังกฤษ ทำให้ต้องเดินทางไปมาระหว่างเมืองไทยกับประเทศบ้านเกิด"
 
          หลังจากนั้นไม่นาน ประมาณปี 2547-2548 พ่อซึ่งรักงานด้านการเกษตรเป็นชีวิตจิตใจ แต่ถิ่นที่อยู่ในภาคใต้เพาะปลูกอะไรก็ลำบาก พื้นที่ที่เหมาะสุดน่าจะเป็นแถบอีสาน พ่อจึงเดินทางมาหาที่ดินทำการเกษตร มุ่งเน้นพื้นที่ติดกับ สปป.ลาว เพราะเหมาะสำหรับการค้าการลงทุน การส่งผลผลิตต่างๆ กระทั่งมาชอบใจ อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ ซึ่งมีชายแดนติดกับประเทศลาว ใกล้กับ จ.มุกดาหาร ก็เริ่มตระเวนหาซื้อที่ดินจนสำเร็จ พ่อเริ่มลงมือถากถางไร่นา ปลูกบ้านไม้ ขยับขยายเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงหมู จนมาทำเป็นฟาร์ม
 
          เมื่อทุกอย่างลงตัว พ่อพาทุกคนในบ้าน รวมทั้งเขยฝรั่ง ย้ายถิ่นฐานยกครอบครัวทั้งหมดมาปักหลักที่บ้านหนองแดงนาเจริญ ต.ป่าก่อ อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ ดินแดนสวรรค์ที่คาดหวังไว้อยากมีสวนยางพารา ฟาร์มหมู ฟาร์มเลี้ยงไก่ขาย
 
          กระทั่งปี 2551 สตีเฟนก็ย้ายมาอยู่เมืองไทยอย่างถาวร เพื่อมาอยู่กับเมียและลูกน้อย ด.ช.ชาลี ขณะนั้นอายุ 2 ขวบ กำลังน่ารักน่าชัง จึงอยากอยู่พร้อมหน้ากัน ร่วมสร้างครอบครัวที่แสนอบอุ่น เมื่อมาเห็นลู่ทางการค้า สตีเฟนได้ย้ายจากบ้านใน อ.ชานุมาน มาตั้งโกดังกลางริมถนนภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอำนาจเจริญ ในตัวเมืองลงทุนทำศูนย์จำหน่ายอาหารสัตว์ที่ได้มาตรฐาน ส่วนพ่อก็ปรับปรุงโรงเรือนทำขนาดให้ใหญ่ขึ้นเป็นความสุขที่สุดๆ ของคนในครอบครัวนี้
 
          "ดีใจมากๆ ที่ได้เมียคนไทย ชอบค้าขาย ผมยึดเสมอมาว่า การค้าขายต้องซื่อสัตย์ คนในครอบครัวนี้ทุกคนก็รักความซื่อสัตย์ ขยัน อดทน จึงได้ลงทุนทำศูนย์จำหน่ายอาหารสัตว์ที่ได้มาตรฐานเพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้เลี้ยงสัตว์ทุกคนให้มีลูกค้าสมาชิกมากๆ ใครอยากเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ ยินดีให้คำแนะนำ เพราะผมมีความพร้อมด้านหัวอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพจากโรงงาน ทุกกระสอบต้องมีคุณภาพ ไม่ใช่กระสอบแรกดีกระสอบต่อๆ ไปคุณภาพต่ำ อย่างนี้ผมไม่เอา"
 
          "อัน" เองก็มีความชอบอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วที่อยากเลี้ยงสัตว์ เคยเห็นพ่อแม่เลี้ยงมาก่อนตอนที่อยู่ปักษ์ใต้สมัยเด็ก เมื่อย้ายมาอยู่ที่อำนาจเจริญ พ่อปรับปรุงโรงเรือนทำขนาดให้ใหญ่ขึ้น เห็นแล้วก็อยากทำให้ดี ขยายผลให้ไปมีครบแต่ละตำบล เมื่อสามีตั้งศูนย์จำหน่ายอาหารสัตว์และมีคนสนใจเยอะ ลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ลงพื้นที่ไปส่งเสริมให้ชาวบ้านลงทุนเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ให้ชาวบ้าน ทำครอบครัวให้มีรายได้ โดยคุณแม่กับคุณพ่อจะรับซื้อหมูทุกตัวด้วยราคาที่เป็นธรรมจากสมาชิกทุกคนที่มาซื้อหัวอาหารสัตว์ประจำจากทางร้าน ให้ราคาดี มีกำไร ไม่ให้ลูกทีมหรือสมาชิกขาดทุนเด็ดขาด ตามคำแนะนำของสามี แม้จะมีการศึกษาน้อย ไม่ได้วุฒิปริญญามาติดฝาบ้าน แต่จากประสบการณ์และความมีน้ำใจของ "อัน-สตีเฟน" เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์วันนี้ ที่ร้านของเขามีบรรดาฝรั่งและเมียคนไทยเดินทางมาแวะเวียนอยู่ประจำ พูดคุยแลกเปลี่ยน ขอความรู้การทำอาชีพเป็นร้านค้าขายที่มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พวกเขาบอกว่า "การงานและครอบครัวทุกอย่างจะสำเร็จได้ ต้องทำใจให้เป็นสุขก่อน"
 
.......................................
(หมายเหตุ สาวใต้เลือดนักสู้ "ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน" : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์  เรื่อง... สุชาติ สูงเรือง  เรียบเรียง...  เสาวลักษ์ คงภัคพูน)