
'ผู้หญิง'อิสรภาพที่ถูกจำกัดภายใต้'วาทกรรมยาเสพติด'
'ผู้หญิง'อิสรภาพที่ถูกจำกัดภายใต้'วาทกรรมยาเสพติด' : มายาคติและความเป็นจริง : โครงการกำลังใจกระทรวงยุติธรรมรายงาน
ปัจจุบันผู้หญิงที่ตกเป็นผู้ต้องหาและต้องโทษในคดีอาญาเพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อครั้งในอดีตเป็นจำนวนมาก ความผิดที่ผู้หญิงเหล่านี้ถูกกล่าวหาหรือต้องโทษจำคุกส่วนใหญ่เป็นความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมการแพร่ระบาดของยาเสพติดซึ่งมีปริมาณมากกว่าร้อยละ 80 และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ด้วยปัจจัยทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม แม้ตามกฎหมายผู้หญิงจะมีสิทธิและหน้าที่เท่าเทียมกับผู้ชาย แต่ในความเป็นจริงของผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่เป็นเช่นนั้น ผู้หญิงกลุ่มผู้อยู่ในภาวะยากลำบาก (ผู้ด้อยโอกาส) หรือมีความเปราะบางทั้งฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมก็ยังถูกเอารัดเอาเปรียบในทุกสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกของอาชญากรรมหรือกระบวนการค้ายาเสพติด
นโยบายและการบังคับใช้กฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยเน้นการปราบปรามอย่างเด็ดขาดและรุนแรงส่งผลให้ผู้หญิงถูกจับกุมคุมขังดำเนินคดีและลงโทษเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ผู้หญิงซึ่งมีความละเอียดอ่อนทางเพศอันต่างจากชายที่เห็นชัดคือ สภาพทางร่างกาย เช่น ระบบการเจริญพันธุ์ ซึ่งผู้หญิงจะมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ การคลอดบุตร ตลอดจนสภาวะทางอารมณ์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาระหน้าที่ทางสังคมและวัฒนธรรมของผู้หญิงที่ต้องเลี้ยงดูบุตรรวมทั้งบุคคลในครอบครัว
เมื่อต้องถูกคุมขังในบริบทของสภาพเรือนจำ/ทัณฑสถานปัจจุบันแล้วกลับพบว่ามีปัญหา เนื่องจากสภาพเรือนจำ/ทัณฑสถานมีการออกแบบไว้สำหรับการคุมขังผู้กระทำความผิดที่ใช้ความรุนแรงและเป็นภัยต่อสังคมในลักษณะของอาชญากรซึ่งส่วนใหญ่คือผู้ชาย ไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับการคุมขังผู้หญิง
ประกอบเมื่อพิเคราะห์สภาพความผิดของผู้ต้องขังหญิงในรายละเอียดกลับพบว่า การกระทำของผู้หญิงที่ต้องถูกคุมขังจากการจับกุมดำเนินคดี และ/หรือรับโทษในความผิดที่เกี่ยวกับยาเสพติดส่วนใหญ่โดยทั่วไปแล้วมิใช่พฤติกรรมของบุคคลที่มีบทบาทนำ หรือมีบทบาทสำคัญในกระบวนการค้ายาเสพติดที่เป็นต้นเหตุอันสมควรเป็นเป้าหมายหลักของการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมการแพร่ระบาดของยาเสพติดในระดับสากล
หากแต่เป็นบุคคลที่มีบทบาทรองยิ่งกว่า บุคคลที่มีบทบาทรองนี้เป็นผู้เกี่ยวข้องในระดับล่างสุดในกระบวนการค้ายาเสพติด และนอกเหนือจากผู้หญิงแล้ว ก็ยังมีกลุ่มผู้อยู่ในภาวะยากลำบาก (ผู้ด้อยโอกาส) หรือมีความเปราะบางทั้งฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น คนยากจน อีกด้วย บุคคลเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกบุคคลที่มีบทบาทนำหรือบทบาทสำคัญแสวงหาประโยชน์ในสภาพหรือฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการค้ายาเสพติด
จึงมีสภาพไม่เพียงเป็น “เหยื่อ” ของความไม่เท่าเทียมกันโดยพฤตินัยในระบบเศรษฐกิจและสังคมเท่านั้น หากยังตกเป็น “ตัวประกัน” ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาระหว่างกระบวนการค้ายาเสพติดกับผู้บังคับใช้กฎหมายที่ไม่อาจจับกุมดำเนินคดีต่อตัวการใหญ่หรือผู้มีอิทธิพลซึ่งอยู่เบื้องหลังในกระบวนการค้ายาเสพติด ทั้งเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงของผลกำไรมหาศาลจากการค้ายาเสพติดได้
การใช้มาตรการลงโทษจำคุกกับพวกเธอและ/หรือเขาเหล่านั้นซึ่งมีจำนวนไม่น้อยรวมทั้งการต้องโทษจำคุกเป็นเวลายาวนานเสมือนเป็นตัวการใหญ่หรือผู้มีบทบาทสำคัญในกระบวนการค้ายาเสพติดอาจเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินไป เป็นเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้เกิดสภาพ “ผู้ต้องขังคดียาเสพติดล้นคุก”
ยิ่งไปกว่านั้น อิทธิพลของตัวการใหญ่หรือผู้มีบทบาทสำคัญดังกล่าวก็มิได้ลดลงโดยยังสามารถหากลุ่มผู้อยู่ในภาวะยากลำบาก (ผู้ด้อยโอกาส) หรือมีความเปราะบางทั้งฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมอื่นๆมาเป็นแรงงานทดแทนผู้ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีต่อไปได้อย่างไม่ขาดสาย
ทั้งนี้เนื่องจากตลาดค้ายาเสพติดนั้นตกอยู่ภายใต้อำนาจควบคุมของกระบวนการค้ายาเสพติด แต่กระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่งทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายก็มิอาจกำจัดธุรกิจการค้ายาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากสังคมโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ ปัญหายาเสพติดยังมีลักษณะเป็นพลวัต การกระทำที่กฎหมายถือว่าเป็นอาชญากรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดล้วนมีแรงจูงใจในทางทรัพย์สิน แต่ด้วยธรรมชาติของมนุษย์ซึ่งเป็น “สัตว์เศรษฐกิจ”
การปราบปรามอย่างเข้มงวดเด็ดขาดด้วยการลงโทษอย่างรุนแรงอาจทำให้ปัญหายาเสพติดชะงักลงชั่วขณะ แต่ไม่สามารถทำให้เกิดความสำเร็จอย่างยั่งยืนตราบเท่าที่ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมยังไม่ได้รับการแก้ไข การแก้ไขปัญหาจึงมิอาจติดยึดกับอุดมคติภายใต้แนวคิด “ความไม่สามารถอดทนได้ต่อปัญหายาเสพติด (Zero Tolerance)” ด้วยมาตรการทางกฎหมายตามลำพังดังที่เป็นมาในอดีตได้อีกต่อไป
หากแต่ต้องคำนึงสภาพความเป็นจริงของผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้านในบริบทของสังคมโลกซึ่งเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งเห็นได้จากการที่แม้รัฐบาลมีนโยบายพยายามที่จะปราบปราม จับกุม เพื่อให้ปัญหายาเสพติดลดน้อยลงดังกล่าว กลับนำมามาสู่ปัญหาคดีที่เกินล้นกระบวนการยุติธรรมในทุกขั้นตอน
ปรากฏการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นในประเทศต่างๆเกือบทั่วทั้งทวีปในลาตินอเมริกาซึ่งต้องยกเครื่องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบจากการที่มีผู้ต้องขังล้นเรือนจำ/ทัณฑสถานด้วยอิทธิพลของวาทกรรม สงครามยาเสพติด มาแล้ว โดยมีการสนับสนุนผลักดันจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่กำหนดเป็นเงื่อนไขเกี่ยวกับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและประโยชน์ทางการค้าในประเทศต่างๆทั่วโลก
หากว่ายอมรับเอายุทธศาสตร์เกี่ยวกับยาเสพติดดังกล่าวไปดำเนินการกลายเป็นความเชื่อในเรื่อง “วาทกรรมยาเสพติด” เป็นผลทำให้มีการจับกุมคุมขังดำเนินคดีและลงโทษผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในทุกรูปแบบอย่างมากจนกลายเป็นการละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนรูปแบบหนึ่งภายใต้การดำเนินนโยบายควบคุมยาเสพติด
ประสบการณ์ความเจ็บปวดของสังคมไทยในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ได้รับผลร้ายจากนโยบายควบคุมยาเสพติดดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การพึ่งพามาตรการทางกระบวนยุติธรรมทางอาญาในการแก้ไขปัญหาต่อประเด็นทางด้านสุขภาพพื้นฐานและทางสังคม-เศรษฐกิจยังมีความไม่เหมาะสม หากสังคมไทยยังคงเดินในเส้นทางเก่าโดยดำเนินการในลักษณะเช่นเดิมต่อไป
เชื่อว่าจะทำให้กระบวนการยุติธรรมไม่อาจแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้ตามเจตนารมณ์ในอุดมคติ หากแต่สร้างปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจในวงกว้างกลายเป็นต้นตอบ่อเกิดแห่งอาชญากรรมยิ่งกว่า รวมทั้งอาจเกิดการล่มสลายของกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบได้ในที่สุดในทางกลับกัน องค์ความรู้ในการพินิจพิเคราะห์เพื่อเปิดและนำไปสู่กระบวนทัศน์ใหม่สำหรับการแก้ปัญหาที่ต้นตอบ่อเกิดแห่งอาชญากรรมทางสังคมและเศรษฐกิจ รวมทั้งการป้องกันการล่มสลายของกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบจึงเป็นสิ่งจำเป็น
ในวันที่ 30 มิถุนายน 2557 กระทรวงยุติธรรมภายใต้โครงการกำลังใจ โดยสำนักกิจการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จึงได้มีการระดมความคิดเห็นเรื่อง “ผู้หญิง อิสรภาพที่ถูกจำกัด ภายใต้วาทกรรมยาเสพติด ครั้งที่ 1” เวลา 08.00-16.30 น. ณ ห้องเจ้าพระยาบอลรูม ชั้น 2 โรงแรมเจ้าพระปาร์ค ถ.รัชดาภิเษก กทม.
.......................
(หมายเหตุ : 'ผู้หญิง'อิสรภาพที่ถูกจำกัดภายใต้'วาทกรรมยาเสพติด' : มายาคติและความเป็นจริง :โครงการกำลังใจกระทรวงยุติธรรมรายงาน)



