ข่าว

'1เดือน คสช.'สอบผ่านฉลุยแต่'บทพิสูจน์'อีกยาว!

'1เดือน คสช.'สอบผ่านฉลุยแต่'บทพิสูจน์'อีกยาว!

25 มิ.ย. 2557

'1เดือน คสช.'สอบผ่านฉลุยแต่'บทพิสูจน์'อีกยาว! : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่นรายงาน

                คะแนนระดับ "A" หรือ 8.82 เต็ม 10 คะแนน ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับจากผลการสำรวจความเห็นประชาชนของ "สวนดุสิตโพล" หลัง คสช.ยึดอำนาจมา 1 เดือน ถ้าเทียบกับการลุยงานของ คสช. หลายคนบอกว่าก็น่าจะเหมาะสม

                แต่การจะประเมิน คสช. ไม่ได้อยู่แค่ 1 เดือนนี้...!

                ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา คสช.ลุยงานทุกด้าน ทั้งงานใหญ่งานเล็ก ทั้งด้านความสงบเรียบร้อย ที่พยายามสร้างบรรยากาศของการปรองดองในชาติ แม้จะถูกวิจารณ์ว่า เป็น "ความปรองดองที่เกิดจากการบังคับ" ก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ทำให้บรรยากาศการเผชิญหน้าที่มีอย่างยาวนานหยุดลง 

                ด้านเศรษฐกิจ เริ่มด้วยการลุยจ่ายเงินค่าจำนำข้าวให้ชาวนาที่ค้างอยู่ 9 หมื่นกว่าล้านบาท การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการทางงบประมาณแผ่นดิน ทั้งเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 ที่ค้างท่ออยู่ และเร่งจัดทำร่างงบประมาณปี 2558 ให้เสร็จทันใช้จ่าย 1 ตุลาคม การรีบตั้งบอร์ดส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และอนุมัติโครงการลงทุน และการขยับปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ปฏิรูปพลังงาน แม้จะยังไม่เห็นผล แต่ก็ถือว่าได้เริ่มต้น

                ในด้านสังคม การลุยจัดระเบียบสังคมในปัญหาที่หมักหมมรบกวนจิตใจประชาชนมายาวนาน ทั้งเรื่องวินรถตู้ รถจักรยานยนต์ รถแท็กซี่ ไปจนถึงมาเฟีย ปัญหายาเสพติด ผู้มีอิทธิพลต่างๆ

                นอกจากนี้ คสช.ยังลุยตรวจสอบโครงการใหญ่ๆ ของรัฐบาลที่แล้ว ยกเลิก ระงับ ชะลอโครงการที่มีปัญหา ไม่โปร่งใส ไม่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงการ "ยกเลิกโครงการแจกแท็บเล็ต" ให้เด็กนักเรียนด้วย

                นี่แค่ส่วนหนึ่งที่ คสช. ซึ่งวันนี้มีฐานะไม่ต่างไปจาก "รัฐบาล" ดำเนินการในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา???

                นอกจากคะแนน 8.82 เต็ม 10 ของ "สวนดุสิตโพล" แล้ว ผลสำรวจของ "นิด้าโพล" ที่ออกมาว่ามีประชาชนมากถึง 41.30 เปอร์เซ็นต์ สนับสนุนให้ คสช.เสนอ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" หัวหน้า คสช. ขึ้นมาเป็นนายกฯ

                "ยอมรับว่า คสช.ทำงานเร็ว เป็นระบบ แสดงให้เห็นว่าการยึดอำนาจครั้งนี้มีการวางแผนมาอย่างดี ไม่เหมือนการยึดอำนาจเมื่อปี 2549 และถ้าสังเกตดูจะเห็นว่าทุกปัญหาที่ คสช.ไปทำ เป็นปัญหาที่หมักหมมอยู่ในสังคมไทยมานานแล้ว ฉะนั้นไม่ว่าจะแตะตรงไหน ทำตรงไหน ก็ย่อมจะถูกใจประชาชนทั้งนั้น" นักการเมืองรายหนึ่งที่ขอไม่เปิดเผยชื่อ ให้ความเห็น
 
                ขณะที่นักวิเคราะห์การเมืองอีกราย ตั้งข้อสังเกตว่า "หากเปรียบการทำงานของ คสช.ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมากับ "การรักษาคนไข้" ของคุณหมอ ก็ต้องบอกว่า เป็นเพียงการ "รักษาตามอาการ" ที่ปรากฏเท่านั้น ยังไม่ได้มีการวิเคราะห์ไปถึงสาเหตุของปัญหา หรือการหามาตรการป้องกันไม่ให้อาการเกิดขึ้นมาอีก

                ทั้งสองคน มองตรงกันว่า "หากจะประเมิน คสช.ต้องดูกันอีกยาว!"

                เมื่อมองไปข้างหน้า จุดสำคัญๆ ที่จะต้องจับตาดูการดำเนินการของ คสช. ได้แก่ จุดแรก "ธรรมนูญการปกครอง" ชั่วคราว ของ คสช.ที่คาดว่าน่าจะออกมาในช่วงกรกฎาคม จะเป็นอย่างไร จะกำหนดกฎเกณฑ์ กติกา อะไรออกมาบ้าง โดยเฉพาะเรื่อง สภานิติบัญญัติ สภาปฏิรูป และ คณะรัฐมนตรี

                จุดที่สอง "สภานิติบัญญัติแห่งชาติ" (สนช.) จะมีหน้าตาอย่างไร จะมี "ทหาร" อยู่มากน้อยแค่ไหน จะทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นตัวแทนของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ เบื้องต้นที่เป็นข่าวออกมา คือ สนช.จะมี 200 คน โดย คสช.จะเป็นคนแต่งตั้ง

                จุดที่สาม "คณะรัฐมนตรี" ที่จุดเริ่มต้นอยู่ที่ "นายกรัฐมนตรี" จะมีที่มาอย่างไร? ใครจะเป็นนายกฯ? จะใช่ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่? ฯลฯ และองค์ประกอบของ "คณะรัฐมนตรี"  จะเป็นอย่างไร? จะมีภาพเป็น "รัฐบาลทหาร" หรือไม่? บรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพที่กำลังจะเกษียณจะเข้ามาอยู่ใน ครม.หรือไม่? ล้วนเป็นคำถาม

                จุดที่สี่ "สภาปฏิรูป" จะมีที่มาอย่างไร จะทำให้อย่างไรให้เกิดภาพว่าทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูปประเทศ? จะมีสภาพเป็น "ผู้รับเหมาปฏิรูป" อย่างที่ กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะแกนนำเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป เคยพูดไว้หรือไม่? และกระบวนการยกร่าง "รัฐธรรมนูญ" จะเป็นอย่างไร? และที่สำคัญ "สภาปฏิรูป" จะทำให้เกิด "ความปรองดอง" ขึ้นได้หรือไม่

                ทั้งนี้ ตามข่าวที่ออกมา "สภาปฏิรูป" จะมี 250 คน อาจจะเป็นการสรรหาจากกลุ่มต่างๆ โดยคณะกรรมการสรรหาที่ คสช.ตั้งขึ้น และให้มี "คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ" ขึ้นมาจำนวน 35 คน โดยมีที่มาจาก สภาปฏิรูป 20 คน จาก สนช., คณะรัฐมนตรี และ คสช. อีก อย่างละ 5 คน

                "สภาพปัจจุบัน ทุกฝ่ายถูกบังคับให้เงียบ ห้ามเคลื่อนไหว ในสถานการณ์แบบนี้ คสช.จะทำอย่างไรให้ได้ข้อมูลที่ลึกซึ้ง เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปประเทศ เพื่อสร้างความปรองดองในระยะยาวได้อย่างไร จุดสำคัญอยู่ที่การเลือกตั้ง จะออกแบบกติกาการเลือกตั้ง และพรรคการเมืองหลังจากนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้การเมืองกลับมาเป็นเหมือนเดิม"

                "เรื่องการปฏิรูปประเทศ ที่จะนำไปสู่ความปรองดองไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ตามโรดแม็พของ คสช.คือประมาณ 15 เดือนจะมีการเลือกตั้ง แต่ผมไม่คิดว่าจะทำได้ อาจจะต้องนานกว่านั้น ผมประเมินว่าอาจจะถึง 3 ปี จุดที่จะทำให้ คสช.อยู่ได้ คือ ต้องไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยเด็ดขาด ไม่ว่าในรูปแบบไหน เพราะไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม หากมีการทุจริตก็อยู่ไม่ได้ เรื่องนี้คือจุดตายของรัฐบาล" นักวิเคราะห์รายเดิมซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ กล่าว

                อีกจุดสำคัญของการปฏิรูปการเมือง ที่หลายฝ่ายมองตรงกัน คือ เรื่อง "ความยุติธรรม" ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ที่จะทำให้คนในสังคมไม่รู้สึกว่ามีการ "เลือกปฏิบัติ" หรือ "สองมาตรฐาน" ซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งของความขัดแย้งที่ผ่านมา

                1 เดือนที่ผ่านมา ถือว่า คสช.สอบผ่านฉลุย แต่นั่นเป็นเพียง "เสี้ยวหนึ่ง" ของ "แบบทดสอบ" ทั้งหมด!

...................

(หมายเหตุ : '1เดือน คสช.'สอบผ่านฉลุยแต่'บทพิสูจน์'อีกยาว! : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่นรายงาน)