ข่าว

9วันรวมพลังคนตามรอยพระราชา

9วันรวมพลังคนตามรอยพระราชา

26 มิ.ย. 2557

ไลฟ์สไตล์ : 9 วันรวมพลังคนตามรอยพระราชา

 
                       จากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2556 ที่ทรงแสดงความห่วงใยต่อปัญหาภัยแล้ง และปัญหาอุทกภัยบริเวณลุ่มน้ำป่าสักว่า "แม่น้ำป่าสักจะบริหารจัดการได้ยากที่สุด เพราะปริมาณน้ำไหลลงอ่างสูงมากหลายเท่าของความจุอ่าง ทำให้การบริหารจัดการทำได้ยาก" เป็นแรงบันดาลใจให้ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด พร้อมด้วยสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และหลายภาคส่วน ก่อเกิดโครงการ "พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน" เชิญชวนประชาชนมารวมพลังเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์พระราชา ด้านการจัดการดิน น้ำ ป่า และการพัฒนาคน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ล่าสุดสานต่อโครงการเป็นปีที่ 2 จัดกิจกรรมการเดินตามรอยศาสตร์พระราชา แก้ปัญหาลุ่มน้ำป่าสักอย่างยั่งยืน โดยจัดแถลงข่าวที่สยามสมาคม กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน
 
                       ไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เปิดเผยว่า โครงการนี้จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2556 ด้วยเห็นว่าแนวคิดของมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ในการนำศาสตร์พระราชามาใช้แก้ปัญหา เป็นวิธีที่เข้าใจง่าย ปฏิบัติตามได้ และยังประโยชน์อย่างแท้จริง โดยทางมูลนิธิฯ ชุมชนต้นแบบ และศูนย์การเรียนรู้ในเครือข่ายของมูลนิธิเอง ได้ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้วว่าการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ จะทำให้เกษตรกรมีผลผลิตมากขึ้นจากการทำเกษตรอินทรีย์ นับเป็นการพัฒนาเศราฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและคนในชุมชนให้ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรักษาดิน น้ำ ป่า และแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งในระยะยาว
 
                       "ปีนี้เราได้นำลุ่มน้ำป่าสักขึ้นมาเป็นเป้าหมายหลัก เนื่องจากเป็นลุ่มน้ำที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยที่สุด และที่เลือกจ.เพชรบูณณ์ ก็เนื่องจากพื้นที่กว่าร้อยละ50 มีลุ่มน้ำป่าสักไหลผ่าน การดำเนินกิจกรรมจะเป็นลักษณะการเดินทางตลอด 9 วันระหว่าวันที่ 19-27 กรกฎาคม ทั้งเดิน วิ่ง ปั่นจักรยานไปเรียนรู้ว่าปัญหาต้นน้ำมีอะไรบ้าง จะแก้ไขอย่างไร อีกทั้งรณรงค์ให้ชุมชนต้นแบบได้น้อมนำศาสตร์พระราชา ลงไปปฏิบัติในพื้นที่ของตัวเอง เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง และพึ่งตัวเองได้ และเป็นพื้นที่เรียนรู้ให้ชุมชนโดยรอบ" บอสใหญ่เชฟรอนประเทศไทย กล่าว
 
                       ด้าน ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพีบงและมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า การดำเนินโครงการในปีที่ 2 มุ่งเน้นการสร้างตัวอย่างความสำเร็จในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในระดับลุ่มน้ำด้วยศาสตร์พระราชา และภูมิปัญญาท้องถิ่นใน 3 รูปแบบคือ บุคคล ชุมชน และโรงเรียน อีกทั้งเน้นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างยั่งยืน ด้วยการจัดการศึกษาทางเลือกตามแนวทาง "บวร" บ้าน วัด โรงเรียน ตามพระราชดำรัส "การพัฒนาอย่าทิ้งวัด" ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ตั้งแต่ภูมิปัญญาด้านการจัดการน้ำ ของเมืองโบราณศรีเทพ ที่มีมากว่า 1,300 ปี ถึงโรงเรียนบ้านหินโง่น อ.หล่มสัก รวมระยะทาง 320 กิโลเมตร
 
                       "ลุ่มน้ำป่าสักมีความลึก แคบ และชัน หากฝนตกที่ จ.เลย ต้นน้ำ จะใช้เวลาไหลไม่นานก็ถึงกรุงเทพฯ แล้ว ดังนั้นน้ำท่วมกรุงเทพฯ แน่หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดี นอกจากนี้ด้วยสภาพภูมิประเทศของเพชรบูรณ์ที่มีภูเขาสลับซับซ้อนและแห้งแล้ง ก็ยิ่งไม่สามารถอุ้มน้ำได้ เราจะไปทำภูเขาหัวโล้นเป็นภูเขาหัวจุก น้ำที่ตกลงมาจะลดระดับความแรงและเร็ว มาถึงตรงนี้จะมีการหนองน้ำกักเก็บ โดยออกแบบให้สามารถรองรับน้ำได้ 4.9 พันล้านลูกบาศก์เมตร แก้ปัญหาน้ำท่วมและช่วยให้ปลามีแหล่งวางไข่เพิ่มขึ้นได้ ที่สำคัญตะกอนที่ตกจากภูเขาจะมีความอุดมสมบูรณ์ สามารถเพาะปลูกได้มากขึ้น โครงการนี้จะช่วยปลูกจิตสำนึกที่ดีให้ช่วยกันปลูกป่าเพิ่มเติม ก็จะช่วยแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำได้มาก" ปราชญ์เรื่องดินและน้ำกล่าว
 
                       ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking