ข่าว

'ลิซ่า-จิตรดี'สะบัดพู่กันเติมฝันให้ตัวเอง

'ลิซ่า-จิตรดี'สะบัดพู่กันเติมฝันให้ตัวเอง

26 มิ.ย. 2557

ขอเวลานอก : 'ลิซ่า-จิตรดี' สะบัดพู่กันเติมฝันให้ตัวเอง : เรื่อง กอบแก้ว แผนสท้าน /ภาพ วัชรชัย คล้ายพงศ์

 
                     พอคนได้รับแฮปปี้เราซึ่งเป็นคนวาดก็ภูมิใจ ทำให้รู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้น ตอนนี้ก็เริ่มๆ วาดรูปลูกสาวตัวเองทั้งคนโตและคนเล็กเก็บเอาไว้ได้หลายสิบรูปแล้ว บางรูปเอาไปเข้ากรอบตั้งไว้ที่บ้าน
 
                     ได้ยินคำพูดว่า "ศิลปะ" กับ "ธุรกิจ" มักจะสวนทางกันเสมอ "ลิซ่า" จิตรดี พูลวรลักษณ์ กรรมการบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ยอมรับว่าเธอเองก็เคยคิดเช่นนี้ ด้วยว่าเมื่อครั้งเยาว์วัยครอบครัวตั้งความหวังให้เธอช่วยสานต่อธุรกิจของครอบครัว เป็นเหตุให้เจ้าตัวจำต้องพับความฝันที่จะเรียนด้านศิลป์ใส่กล่องเอาไว้ แล้วมุ่งศึกษาวิทยายุทธ์วิชาด้านบริหารแทน...แต่เมื่อธุรกิจลงตัวบวกกับโอกาสมาถึงจึงขอเติมความฝันของตัวเองอีกครั้งด้วยการลงคอร์สเรียน "วาดภาพเหมือน"
 
                     ที่บริเวณชั้น 10 ภายในโครงการอิไควน็อก ภรรยาคนเก่งของนักธุรกิจด้านอสังหาฯ มูลค่าหลายพันล้าน สุริยน พูลวรลักษณ์ เล่าว่า เพราะลูกสาวคนโตชอบศิลปะและอยากเรียนวาดรูป จึงกลายจุดพลิกผันที่ทำให้เธอได้กลับมาทำกิจกรรมสะบัดปลายพู่กันอีกครั้งและที่สำคัญได้ทำพร้อมกับลูกๆ อีกซะด้วย
 
                     "จริงๆ ชอบด้านศิลปะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตั้งแต่ตอนเรียนมัธยม แต่คุณพ่ออยากให้เรียนทางด้านบิสิเนส เพราะที่บ้านมีธุรกิจ ทำให้ไม่ได้โฟกัสไปที่เรียนอาร์ตโดยตรง หยุดเป็นช่วงๆ พอแต่งงานมีลูกสองคน เห็นว่าลูกสาวคนโตชอบวาดรูป ชอบดีไซน์ บอกว่าอยากเรียนวาดรูป ในฐานะแม่เราก็คุยกับลูกว่าชอบวาดแบบไหน โอเคพอรู้ว่าลูกชอบวาดสไตล์เด็กผู้หญิง การ์ตูนสวยๆ ก็นึกถึง "ครูโต" ม.ล.จิราธร จิรประวัติ กับ "ครูปาน" สมนึก คลังนอก ซึ่งเราเองได้เห็นทั้งสองท่านวาดภาพประกอบ ในนิตยสารพลอยแกมเพชร บ่อยๆ ก็เลยพากันไปเรียน 3 คนแม่ลูก แต่ลูกสาวเลิกไปก่อนเหลือแค่ตัวเองนี่แหละที่ยังวาดต่อเนื่องมาเรื่อย นับจากวันที่เริ่มเรียนมาถึงวันนี้เรียนได้ประมาณปีครึ่งแล้ว" นักบริหารด้านการตลาดหัวใจศิลป์ เท้าความหลังให้ฟังถึงเส้นทางที่พาให้หวนเข้าสู่แผ่นเฟรม พู่กัน และจานสี
 
                     เพราะในบริบทของนักบริหาร มีหน้าที่ดูแลด้านนโยบายการตลาดของบริษัทในเครือเมเจอร์ ดิวิลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)  ขณะเดียวกันในบทบาทของแม่บ้านที่ต้องปรนนิบัติพัดวีลูกๆ วัยกำลังซนและสามีสุดที่รัก เป็นผลให้เธอไม่สามารถเจียดเวลาให้กิจกรรม "สะบัดแปรงละเลงสี" ได้ทุกวัน แต่กระนั้นเมื่อมีช่วงจังหวะเมื่อใด "ลิซ่า" จิตรดี บอกว่าจะไม่ยอมพลาด และที่สำคัญเมื่อลงมือแล้วต้องทำให้เสร็จในคราวเดียวด้วย
 
                     "ทุกวันนี้งานประจำที่ดูแลอยู่นั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจที่พักอาศัยระดับไฮเอ็นด์  ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ ออฟฟิศบิวดิ้ง โรงแรม ทั้งยังต้องลงลึกถึงเรื่องคอนเซ็ปต์ บิสิเนส ไล่ไปจนถึงเรื่องการดูแลลูกค้า ดังนั้นเวลาว่างของตัวเองจึงมีไม่ค่อยแน่นอน แต่ถ้าช่วงไหนมีเวลาก็จะนั่งวาด แต่เนื่องจากเป็นการวาดรูปด้วยสีอะคริลิก ต้องใช้เวลาค่อนข้างเยอะ ถ้าไปนั่งวาดที่โรงเรียนกับครูจะใช้เวลาน้อยเพราะมีครูคอยช่วยบ้าง ช่วยไกด์บ้าง ทำให้งานจบค่อนข้างเร็ว หากนั่งทำเองต้องใช้เวลานานรูปหนึ่งประมาณ 5-6 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่จะทำตอนกลางคืน เริ่มประมาณหนึ่งทุ่มกว่าจะเสร็จประมาณเที่ยงคืนหรือตีหนึ่ง เพราะจะต้องทำให้เสร็จเลยไม่นอนถ้าไม่เสร็จ เหตุผลส่วนหนึ่งที่ไม่ทิ้งไว้ข้ามวันข้ามคืน คือ ถ้าค้างไว้แล้วเกรงว่าจะหาเวลามานั่งทำต่อไม่ได้" สะใภ้คนเก่งของบ้านพูลวรลักษณ์ ให้เหตุผล
 
                     เพื่อให้เห็นภาพว่ารักการวาดภาพจริงๆ "นักการตลาดสาว" หยิบพู่กันจุ่มสีแล้วบรรจงตวัดลายเส้นด้วยความเชี่ยวชาญ ก่อนจะบอกเล่าถึงไอดอลอาร์ตที่ตัวเองชื่นชอบและใช้เป็นต้นแบบในการฝึกฝนฝีมือ ซึ่งก็คือ "ครูโต" และ "ครูปาน" นั่นเอง
 
                     "สไตล์ที่ชอบเขียน ณ ตอนนี้มี ครูโต ครูปาน เป็นต้นแบบ ชอบงานของทั้งสองท่านมาตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว เป็นลายเส้นที่มีเอกลักษณ์ ยิ่งพอมาเป็นการเขียนรูปภาพพอร์ตเทรต ยิ่งรู้สึกสนุกและท้าทายตรงที่เวลาเราวาดรูปคน เราต้องดึงคาแรกเตอร์ของคนคนนั้นออกมาให้ได้ แต่ว่าต้องวาดให้เด็กลง ดูสาวขึ้น อย่าง ล่าสุดวาดรูปให้คุณแม่เป็นของขวัญวันเกิด หลายๆ คนที่เห็นบอกว่าชอบ ดูแล้วใช่เลย ซึ่งเราพยายามดึงจุดเด่นจากทรงผม ลูกตา สไตล์การแต่งตัว ฯลฯ พอคนได้รับแฮปปี้เราซึ่งเป็นคนวาดก็ภูมิใจ ทำให้รู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้น ตอนนี้ก็เริ่มๆ วาดรูปลูกสาวตัวเองทั้งคนโตและคนเล็กเก็บเอาไว้ได้หลายสิบรูปแล้ว บางรูปเอาไปเข้ากรอบตั้งไว้ที่บ้าน" ศิลปินมือสมัครเล่นโชว์ผลงานพร้อมกับชี้ให้ดูที่ดวงตาว่าเป็นส่วนที่วาดยากที่สุด
 
                     การหยิบพู่กันขึ้นวาดรูปแต่ละครั้ง นอกจากจะได้ผลงานเอาไว้ชื่นชม ได้ฝึกปรือฝีมือ ได้สร้างสมาธิ และได้ผ่อนคลายเพราะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักแล้ว นักบริหารผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดอสังหาฯ เล่าว่าเธอยังได้ความรู้เรื่องเฉดสีติดตัวกลับมาใช้กับงานที่ต้องดูแลได้อีกด้วย
 
                     "เรื่องการใช้สี ถือว่าสำคัญมาก จะเห็นได้ว่านักวาดภาพเก่งๆ จะมีรสนิยมการเลือกใช้สีให้ทันสมัย สิ่งสำคัญของการเลือกใช้สีนั้น ไม่จำเป็นต้องเหมือนจริงทุกประการ ขณะเดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องแมทช์กัน อาจจะต่างกันสุดขั้วก็ได้ แต่เมื่อมาอยู่ด้วยกันต้องดูสวยดูเก๋ถือว่าเป็นสิ่งที่ยากมาก และเมื่อเรามีต้นทุนตรงนี้ก็สามารถนำมาใช้กับงานประจำของเราได้เหมือนกัน แม้ว่าจะเป็นงานตกแต่งหรือแม้กระทั่งงานอาร์ตที่เราต้องเลือกแบบโฆษณา ล้วนจะต้องอาศัยเรื่องศิลปะเข้ามาช่วย เพราะเรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องของรสนิยม ดังนั้นการที่เรารู้เทรนด์การใช้เฉดสี มันเหมือนเรามีเซนส์อยู่ในหัวทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้น ตัดสินใจง่ายขึ้น" ลิซ่า จิตรดี ตอกย้ำถึงความสำคัญของงานศิลป์
 
                     และก่อนที่ชั่วโมงศิลปะวันนี้จะหมดเวลาลง "สาวนักการตลาด" ผู้ลุ่มหลงการระบายสีบนพื้นผ้าใบไม่แพ้การสร้างตึกหรูขาย ได้ฝากถึงคนที่อยากตามความฝันของตัวเองยังกล้าๆ กลัวๆ โดยเฉพาะเรื่องการวาดรูปว่าขอเพียงมั่นใจ เพราะศิลปะไม่มีถูกไม่มีผิด
 
                     "ทุกอย่างอยู่ที่ความมั่นใจในการเลือกทำ ส่วนใหญ่คนจะมีปัญหาในเรื่องการวาด การลงสี เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัว มันสามารถแก้ไขได้ ศิลปะไม่ใช่เรื่องผิดถูก อาจจะมีบ้างที่วาดหรือลงสีมาแล้วไม่ได้ดั่งใจบ้าง แต่นั่นอยากไปซีเรียสอะไร เพราะมันไม่ใช่ธุรกิจที่ต้องเป๊ะทุกอย่าง ขอแค่กล้าที่จะทำลองผิดลองถูก ต่อจากนั้นเป็นเรื่องของการฝึกฝน ถึงจะเก่งชำนาญ" ผู้บริหารวัย 40 กะรัต ออกปากชวน