ข่าว

'ลอตเตอรี่แพง'ต้องแก้ที่กองสลาก

'ลอตเตอรี่แพง'ต้องแก้ที่กองสลาก

24 มิ.ย. 2557

เสียงจากชาวเมืองเลย 'ลอตเตอรี่แพง'ต้องแก้ที่กองสลาก : ศูนย์ข่าวภาคอีสานรายงาน

                ปัญหาราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ ลอตเตอรี่ ที่แพงมหาโหด หน้าใบเขียนกำกับไว้จำหน่ายราคา 80 บาท แต่พอถึงมือผู้บริโภคจริงๆ ปรับขึ้นเป็น 100-120 บาท สร้างความเดือดร้อนให้แก่นักเสี่ยงโชค ในภาวะการควบคุมหวยใต้ดินยิ่งนัก

                จากปัญหาที่สั่งสมมานาน ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้งานที่เกี่ยวข้องเข้าไปรื้อ โดยจะต้องไม่มีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง และหากมีเรื่องผลประโยชน์ก็ต้องยกเลิก หรือนำผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นเข้ามาสู่ระบบและนำไปพัฒนาประเทศ

                ที่สำคัญหัวหน้า คสช.ยังย้ำเสียงดังฟังชัดว่า "จะต้องทำให้ราคาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้น ตรงตามที่ระบุไว้ที่ตัวสลากกินแบ่งรัฐบาล คือ 80 บาท"

                ส่วนปัญหาที่มีการขายเกินราคาต้องไปดูว่า "ทำไม?" จึงมีการขายเกินราคาถึงคู่ละ 100-110 บาทนั้น พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดกรมบัญชีทหารบก ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) รับไม้จะไปหาคำตอบมาให้สังคม

                ทันทีที่มีการประกาศรับลดราคาลอตเตอรี่ของ คสช.  คนที่เดือดร้อนและเครียดที่สุดไม่ใช่ใครอื่น คงหนีไม่พ้น "คนขายลอตเตอรี่" หรือชาวบ้านที่ทำหน้าที่เดินเร่ขายลอตเตอรี่เป็นอาชีพหลัก โดยเฉพาะชาวบ้านเมืองเลย ที่เกือบครึ่งจังหวัดยึดอาชีพนี้ทำมาหาเลี้ยงชีพ และพวกเขาเหล่านี้คือ หนังหน้าไฟ ที่จะถูกจับและปรับในฐานะขายเกินราคา

                แต่ไม่ใช่อยู่ๆ จะมาขายเกินราคาอย่างที่เห็น เพราะลอตเตอรี่นี้มีที่มาที่ไป ที่รอ คสช.เข้าไปดำเนินการกวาดล้าง และล้างบางมาเฟียให้หมดสิ้น โดยจะต้องเริ่มต้นสะสางกันที่กองสลากเอง!

                จากข้อมูลรายงานผลการดำเนินการของคณะกรรมการดำเนินการจัดสรรสลาก ปี 2550 พบว่ามีผู้ได้รับการจัดสรรสลากกินแบ่งรัฐบาล แบ่งเป็นผู้พิการและผู้ค้าสลาก รายย่อย ร้อยละ 26.17, มูลนิธิสำนักงานสลากฯ ร้อยละ 6.53, กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ร้อยละ 35.36, กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ร้อยละ 6.52, นิติบุคคล ร้อยละ 6.09 และสมาคมองค์กรการกุศล ร้อยละ 19.34 ซึ่งตัวเลขการจัดสรรให้หน่วยงานต่างๆ เหล่านี้ บางกลุ่มอาจเป็นช่องว่างกระจายให้กลุ่มนายทุนมารับเอาไปค้ากำไรต่อ

                เรื่องนี้ อดุลย์วิชญเดช ติยะบุตร ที่ปรึกษาสหกรณ์ลอตเตอรี่จังหวัดเลย ที่คลุกคลีอยู่กับปัญหาลอตเตอรี่มานานกว่า 20 ปี บอกว่า การที่ คสช.ออกมาประกาศว่าจะแก้ลอตเตอรี่แพง เป็นเรื่องที่ชาวจังหวัดเลยยินดียิ่งนัก

                ทุกวันนี้สมาชิกสหกรณ์ลอตเตอรี่เมืองเลยคือหนังหน้าไฟที่ถูกผู้บริโภคด่า ทั้งที่พวกเขาไม่มีความผิด สาเหตุเพราะเป็นคนไปขาย และพอขายในราคาที่พอจะมีกำไรและไม่เหนื่อยฟรี ก็ถูกด่าทอจากผู้ซื้อ บางคนข่มขู่ถึงขั้นจะแจ้งตำรวจจับ ทั้งที่ความจริง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนเร่ขาย แต่ปัญหาอยู่ที่นายทุนและมาเฟียที่ไปรับมาจากกองสลากต่างหาก

                นอกจากนี้ตัวการปัญหาหลักอีกอย่างคือ พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีมาตั้งแต่ปี 2517 ซึ่งหากถึงปีนี้ก็มีอายุครบ 40 ปี ซึ่งล้าหลังและสร้างปัญหามาก เพราะพ.ร.บ.นี้กำหนดไว้เพื่อเปิดช่องให้นายทุน หรือ ยี่ปั๊ว เป็นคนมีส่วนได้เสียในสลากเอง เพราะสลากจะต้องจัดสรรให้กลุ่มอำนาจเหล่านี้ แต่ไม่เปิดให้มีการซื้อขายโดยตรงจากกองสลาก ทำให้กว่าสลากจะมาถึงมือผู้ขายรายย่อยราคาก็แพงมากจนผู้บริโภคเดือดร้อน

                จะว่าไปแล้ว จ.เลย มีประชากรที่ยึดอาชีพเดินเร่ขายลอตเตอรี่กว่า 4 หมื่นคน โดยมีอยู่หลายอำเภอ ทั้ง ภูหลวง หนองหิน เอราวัณ ด่านซ้าย ภูเรือ และมากสุดคือวังสะพุง เพราะอำเภอนี้มีประชากรประมาณแสนคน มีเกินครึ่งที่ไปเร่ขาย ส่วนอำเภออื่นๆ มีประชากรประมาณ 2-3 หมื่น แม้จะไปขายยกอำเภอแบบภูหลวงแต่ก็ไม่มากเท่าวังสะพุง

                ทุกวันนี้ที่ตลาดลอตเตอรี่วังสะพุง ซึ่งยี่ปั๊วไปรับจากกองสลากมาขายต่อ โดยกองสลากขายใบละ 72.40 บาทจริง แต่กว่าจะผ่านยี่ปั๊ว ซาปั๊ว และอีกหลายทอด กว่าจะมาถึงคนเร่ขาย ที่จะต้องเอาเงินสดไปซื้อมาแล้วไปเร่ขาย ราคาก็ตกประมาณ 90 บาท ราคาล่าสุดที่ตลาดลอตเตอรี่วังสะพุงเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2557 ขายกันที่ใบละ 93.50 บาท หากคนที่ซื้อไปเดินเร่ขาย ขายตามราคา 80 บาท ก็ขาดทุน แต่ถ้าขาย 100 บาท ก็ยังขาดทุน เพราะจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอะไรต่างๆ เขาจึงขายได้ที่ใบละ 110 บาท แต่ราคานี้ต้องขายให้หมดถึงจะได้กำไร หากขายไม่หมดก็ขาดทุนอีก

                ที่ปรึกษาสหกรณ์ลอตเตอรี่จังหวัดเลย ยังบอกอีกว่า วิธีการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไม่ยาก หาก คสช.เอาจริง เพียงแค่แก้ พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาลให้ทันสมัยมากขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อยเข้าถึงสลากมากยิ่งขึ้น ราคาก็จะถูกลง ไม่ต้องผ่านองค์กร ยี่ปัว ซาปั๊ว

                ขณะเดียวกัน ต้องมีการปรับสัดส่วนของคณะผู้บริหาร หรือ บอร์ดกองสลาก ที่จะต้องให้มีกลุ่มคนจากภายนอกเข้าไปบริหารจัดการ โดยมีตัวแทนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ตัวแทนประชาชน ตัวแทนคนพิการ ไม่ใช่ปล่อยให้ ผอ.กองสลาก คือบอร์ดที่มาจากภาคการเมืองและนายทุนเข้าไปดูแล เพราะไม่เช่นนั้นก็จะทำให้ราคาสลากแพงเหมือนเดิม

                ทางด้าน สิทธิพร บอนสิทธิ์ เจ้าของผู้ดูแลตลาดลอตเตอรี่วังสะพุง บอกว่า การซื้อขายลอตเตอรี่ที่ตลาดใหญ่อย่างวังสะพุง ราคาไม่แน่นอน อยู่ที่การไปรับมาจากยี่ปั๊วที่กองสลากอีกที ซึ่งตนรับมางวดนี้ (1 ก.ค.) ต้นทุนมาจากส่วนกลางที่ 91.50 บาท นับว่าสูงมาก จึงมาขายหน้าร้าน 93 บาทต่อใบ ให้แก่ทางผู้เร่ขายหรือผู้ค้ารายย่อย รับไปเดินขาย แต่ละคนจะรับไปขายไม่เท่ากัน แล้วแต่ใครมีเงินมากเงินน้อย และมีการขายผ่านหลายมือ หลายทอด ราคามาตรฐานส่วนใหญ่จะเท่ากัน ยกเว้นเลขที่ไม่สวยก็เหลือ 92 บาท

                "การที่มีข่าว คสช.จะให้ขายที่ใบละ 80 บาทนั้น ผมว่าเป็นไปได้หากทำจริงจัง โดยลดต้นทุนขายที่กองสลากเหลือ 65 บาท แล้วมาให้คนเร่ขาย 80 บาท ก็อยู่กันได้ แต่หากราคาที่กองสลากออกมาใบละ 75 บาท แล้วให้ไปเร่ขาย 80 บาท เป็นไปไม่ได้แน่นอน แต่ผู้มีอำนาจจะต้องไปรื้อระบบข้างในหรือที่ส่วนกลาง มิใช่มารื้อระบบข้างนอก ต้องลดต้นทุนลงจึงจะแก้ปัญหาได้ แต่หากจะเอาสลากไปให้จังหวัดจัดการเพื่อกระจายสลากก็จะเกิดปัญหาอีก เพราะคงไม่ทั่วถึง"

                ในขณะที่ แสงชัย พิพิธ ประธานสหกรณ์ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลจังหวัดเลย จำกัด  (สหกรณ์ลอตเตอรี่) บอกวิธีการแก้ปัญหาลอตเตอรี่แพงว่า ควรจะมีการสำรวจผู้ขายจริงในจังหวัดและขึ้นทะเบียนไว้ จากนั้นให้นำเสนอสลากมาจำหน่ายที่จังหวัดที่มีผู้ขึ้นทะเบียนไว้ โดยให้หน่วยงานราชการรับผิดชอบ ประชาชนที่มีเงินสดอยู่ในมืออยู่แล้วก็จะไปซื้อเพื่อไปจำหน่ายต่อไป และอาจจะมีมาตรการทางการเงินสนับสนุนผู้เดินเร่ขาย เพราะเขาเป็นผู้จำหน่ายสินค้าของรัฐบาล

                สหกรณ์ไม่เห็นด้วยกับการขายหวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว และการดำเนินการหวยออนไลน์ เพราะจะทำให้กระทบถึงอาชีพของผู้เดินเร่ขายและเป็นการมอมเมาประชาชนมากเกินไป แค่จัดการให้มีสลากอย่างเพียงพอ ให้เป็นทางออกของประชาชนในการเสี่ยงโชคแต่นี้ก็พอแล้ว  

                "ปัจจุบันสหกรณ์มีสมาชิก 383 คน แต่ได้รับการจัดสรรโควตามาแค่ 9 เล่มครึ่ง ทำให้สหกรณ์จัดสรรให้สมาชิกนำไปขายได้งวดละ 4 คนเท่านั้น ทั้งๆ ที่ดำเนินการมาอย่างถูกต้อง ชัดเจนตามวัตถุประสงค์ในการจดทะเบียน หาก คสช.ยังไม่เปลี่ยนแปลงวิธีการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาตามข้อเสนอนี้ สหกรณ์ในฐานะผู้ขายจริงขอรับการจัดสรรโควตาสลากคนละ 5 เล่ม รวมเป็นจำนวน 1,915 เล่ม ถึงจะพอตามความต้องการ" แสงชัยเสนอ

                ส่วนคนเร่ขายรายย่อย อย่าง อุไร ศรีบุรินทร์ ผู้เร่ขายลอตเตอรี่ ชาว ต.ท่าสวรรค์ อ.นาด้วง จ.เลย บอกว่า มาซื้อลอตเตอรี่จากวังสะพุง เพื่อไปขายตามภูมิภาคต่างๆ เป็นประจำ เดือนละ 2 ครั้ง โดยราคาซื้อไม่แน่นอน ส่วนใหญ่จะสูงเกินไป มีทั้ง 92-93 บาท และบางงวด 97 บาท จำเป็นต้องขายราคาที่เกิน เพราะหากบวกค่าเดินทาง ค่าครองชีพ ค่าเช่าที่พักที่นับวันสูงขึ้น โดยเฉาะงวดนี้ (1 ก.ค.) ซื้อมาได้ราคาใบล่ะ 93 บาท ที่หน้าแผง ต้องไปเดินขายราคา 110 บาทต่อใบ ถึงจะได้กำไร ซึ่งก็จะต้องถูกตำหนิ ต่อว่า จากประชานที่เสี่ยงโชค แต่ก็ทนและพูดให้เขาเห็นใจ เพราะต้องไปขาย ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีอาชีพทำ

                "ฉันซื้อไป 1,000 ใบแต่ละงวด ตกเป็นเงินงวดนี้ประมาณแสนบาท จะได้กำไรหลังหักค่าใช้จ่ายประมาณ 10,000 บาท หากขายไม่หมดก็ขาดทุน จำเป็นต้องขายแบบเลหลัง ลดราคาลงเหลือ 90-100 บาทต่อใบก็มี เพราะเราซื้อแบบเงินสดกับยี่ปั๊ว อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาให้ลดราคาลงกว่านี้ แต่ต้องแก้ที่ส่วนกลางหรือแก้ที่ต้นเหตุ มิใช่มาแก้ที่ปลายทาง มาจับคนขายสลากซึ่งไม่มีทางต่อสู้"

                เสียงสะท้อนจากตัวจริงเสียงจริงของผู้ค้าลอตเตอรี่ในระดับกลางและปลายแถว ซึ่งต้องผ่านกระบวนการในหลายขั้นตอนจนราคาเพิ่มแพงขึ้นเป็นลำดับก่อนที่สินค้าจะตกถึงถือผู้เสี่ยงโชค จึงเป็นเรื่องดีที่ คสช.ประกาศเอาจริงเอาจัง หากต้องถึงกับรื้อโครงสร้างกองสลากก็คงต้องยอม และหลายฝ่ายคงให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

..................................

(หมายเหตุ : เสียงจากชาวเมืองเลย 'ลอตเตอรี่แพง'ต้องแก้ที่กองสลาก  : ศูนย์ข่าวภาคอีสานรายงาน)