ข่าว

 'ประยุทธ์'เร่งจัดทำงบฯปี58ให้เสร็จ

'ประยุทธ์'เร่งจัดทำงบฯปี58ให้เสร็จ

23 มิ.ย. 2557

'ประยุทธ์'เร่งทุกหน่วยงานจัดทำงบฯ58ให้เสร็จ เลขาฯกปร.แนะคนไทยอยู่อย่างพอเพียงตามพระราชดำริ ยึดหลัก 'ทศพิธราชธรรม' ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ทำสังคมเป็นสุขได้

               23มิ.ย.2557 รายงานข่าวจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)แจ้งว่าในการประชุมคสช.ชุดใหญ่ในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ คาดว่าจะเป็นการหยิบยกเรื่องการจัดทำงบประมาณปี 2558 ที่ยังไม่เรียบร้อย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา หัวหน้าคสช.ได้มีการกำชับให้หัวฝ่ายต่าง ๆ ของคสช.ไปเร่งรัดกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานที่ยังดำเนินการไม่เรียบร้อยไปจัดทำให้แล้วเสร็จ และจะมีการหยิกยกเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น งบประมาณด้านความมั่นคง ที่อาจเสนอเข้ามาตามขั้นตอนมาหารือ

 

"วินธัย"โต้ข้อกล่าวหาไทยไม่จริงใจถกสันติภาพ

 
                พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษกคสช. กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าไทยไม่จริงใจในการสานต่อการพูดคุยสันติภาพ เพราะไม่มีการพูดถึงเขตปกครองพิเศษและแบ่งแยกดินแดน ว่า  ขอเรียนว่าที่ผ่านมาไทยได้ยึดถือหลักตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 ที่ว่าประเทศไทยแบ่งแยกไม่ได้ ทั้งในเรื่องของเขตแดนและการปกครองมาตลอด โดยในส่วนของเมืองพัทยา และกรุงเทพมหานครนั้น ไม่ใช่เขตปกครองพิเศษ  แต่เป็นการปกครองแบบพิเศษเพื่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว  ไม่ใช่เขตปกครองพิเศษแต่อย่างใด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความไม่จริงใจที่บางคนกล่าวอ้างไม่ใช่จากฝ่ายไทย สิ่งที่ทางไทยจะแก้ไขให้คือข้ออ้างในเรื่องความไม่เป็นธรรม และความไม่ชอบธรรมต่างๆ ที่ผู้เห็นต่างได้เรียกร้องและได้กล่าวอ้างถึง

 

เลขาฯกปร.แนะคนไทยอยู่อย่างพอเพียงตามพระราชดำริ 

                ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สยามรัฐ จัดงานปาฐกถาพิเศษ ครบรอบ 64 ปี หนังสือพิมพ์สยามรัฐ รายวัน หัวข้อ “สถาบันอันเป็นที่พึ่ง....ในหลวงของเรา” โดยมีนายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมากจากพระราชดำริ(กปร.) นายบุญสนอง สุชาติพงศ์ วิศวกรใหญ่ ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมโยธา กรมชลประธาน นางนันทิยา สว่างวุฒิธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงวัฒนธรรม เป็นวิทยากร

               นายสุวัฒน์ กล่าวว่า พระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จฯพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” หากคนไทยทุกคนสามารถยึดถือหลักคำนี้ตามหลักทศพิธราชธรรม เชื่อได้ว่าประเทศไทยนั้นจะสามารถพัฒนาไปได้ไกล ไม่ทะเลาะกันเองเหมือนดังเช่นวันนี้ เพราะเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่ประโยชน์ส่วนตน พระบาทสมเด็จฯพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ได้เสด็จทรงงานไปทั่วทุกแห่งหนในประเทศไทย ได้สร้างโครงการในพระราชดำริขึ้นอย่างมากมาย อาทิ

               ถนนห้วยมงคล โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งแรก โครงการฝนหลวง ที่พระองค์ทรงดำริจากการที่เสด็จผ่านนครพนมและสกลนครและได้ทรงทอดพระเนตรเห็นความแห้งแล้ง พื้นที่เต็มไปด้วยฝุ่น แต่เมื่อมองฟ้ามีเมฆ จึงคิดว่าน่าจะสร้างฝนได้ จึงเกิดโครงการฝนหลวงขึ้น โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ทรงทดลองปลูกข้าวพันธุ์ต่าง ๆ ใน บริเวณสวนจิตรลดา รวมทั้งเลี้ยงโคนม และทรงได้คิดผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ขึ้นมา ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินย้อย พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต เพื่อเป็นตัวอย่างความสำเร็จในด้านเกษตรกรรมและการพัฒนาอาชีพ ซึ่งรวมโครงการในพระราชดำริแล้วมีทั้งสิ้น 4,447 โครงการ กระจายไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ

               "ฝากถึงประชาชนคนไทยทุกคน โดยขอยกพระราชดำรัสของในหลวง ที่ตรัสไว้ว่า “ความสุขคือพอเพียง เพราะว่าถ้าคนพอเพียงคนเขามีความสุข เราก็มีความสุข ถ้าคนอยากได้โน่นนี่เราเห็นแล้วไม่เพียงพอ เราไม่มีความสุข ความสุขของคนแสดงออกมาด้วยความพอเพียง” ดังนั้นเราควรอยู่อย่างพอเพียง แนวทางของสังคมไทยควรเน้นที่ความดีความถูกต้องไม่ใช่เน้นที่การหาเงิน เราต้องมีความพอเพียง เพื่อทำให้สังคมไทยมีความสุข"เลขา กปร.กล่าว

               นายบุญสนอง กล่าวว่า แนวทางพระราชดำริในการบริหารจัดการน้ำนั้นมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เกี่ยวกับการชลประทานมีมากว่า 3,000 โครงการ เพราะเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จไปที่ไหนก็จะมีประชาชนเข้ามาร้องเรียนเรื่องปัญหาความเดือดร้อนหรือภัยพิบัติต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีความเกี่ยวข้องกันกับปัญหาน้ำ ดังนั้นจึงพบได้ว่า มีการสร้างฝายสร้างเขื่อนขึ้นในทุก ๆ แห่งหน ซึ่งก็มีทั้งต้นน้ำที่เป็นเขื่อน หรือฝาย กลางน้ำมีประตูน้ำ ฝายทดน้ำ ปลายน้ำที่ประสบอุทกภัยหนัก ๆ ก็ทรงให้แนวทางในการระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วม ด้านปัญหาภัยแล้ง พระองค์ก็ทรงให้มีโครงการต่าง ๆ เพื่อกักเก็บน้ำให้ชาวบ้านมีน้ำกินน้ำใช้กันอย่างเพียงพอ โดยทั้งหมดที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทานได้ยึดเอาแนวทางพระราชดำริมาใช้ ซึ่งทุก ๆ ครั้งพระองค์จะทรงชี้ให้เห็นถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่แตกต่างออกไปอยู่เสมอ กรมชลประทาน ได้น้อมนำแนวทางตามพระราชดำรัสรับสนองมาโดยตลอด

               นางนันทิยา กล่าวว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงมีความสามารถทางด้านศิลปะ รวมทั้งมีพระราชกรณีกิจที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมจำนวนมาก ซึ่งพระองค์ไม่ได้มีพระราชดำริเพียงแค่อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม แต่มีพระราชดำริในการเสริมสร้าง เผยแพร่ด้วย เช่นทางด้านจารีตประเพณี ศิลปวัฒนธรรม ภาษา และดนตรี รวมทั้งวิถีชีวิตวัฒนธรรม อย่างเช่น การอนุรักษ์ฟื้นฟู ประเพณี โดยพระองค์ทรงฟื้นฟูพระราชประเพณีที่เกี่ยวกับความเชื่อ เช่น พระราชพิธีจรดพระนางคันแรกนาขวัญ ในวันพืชมงคล พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินทอดกฐิน ด้วยขบวนเรือพยุหยาตรา ทางชลมารค ส่วนการอนุรักษ์ โบราณวัตถุ โบราณสถาน พระองค์ทรงมีพระราชดำริที่จะอนุรักษ์สมบัติของชาติไว้ เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการทางด้านโบราณคดี ซึ่งการอนุรักษ์โบราณสถานใช้หลักการสากล เช่น พระราชดำริให้เห็นความสำคัญของโบราณสถานและโบราณวัตถุแห่งชาติ ไม่ควรที่จะเอาของใหม่ไปปะปนกับของเก่า ควรที่จะรักษาของเก่าไว้ สุดท้ายตนขอยกพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับเรื่อง ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งเหมาะแก่สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน เพื่อให้คนไทยมีความรักความสามัคคีเพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศต่อไป