
'นครสวรรค์'พร้อมเป็นฮับสินค้าเพื่อการส่งออก
24 มิ.ย. 2557
"นครสวรรค์" พร้อมเป็นฮับสินค้าเพื่อการส่งออก
นครสวรรค์ ต้องเร่งทำศูนย์รวบรวมสินค้าทั้งภูมิภาคก่อนส่งออก เนื่องจากความความพร้อมทางด้านภูมิศาสตร์มากที่สุด
ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการการประชุมสหประชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังก์ถัด (UNCTRD) กล่าวถึง จ.นครสวรรค์ ในปาฐกถาพิเศษงานหนึ่งว่า จากปัญหาความแออัดของท่าเรือแหลมฉบัง การจะนำสินค้าไปกองรวมกันเหมือนในอดีตค่อนข้างลำบากแล้ว ทั้งการจราจร พื้นที่กองสินค้า เนื่องจากจำนวนผู้ส่งออกและตู้สินค้าที่เพิ่มมากขึ้น ยิ่งการเปิดตลาดเออีซี การใช้ประโยชน์ของท่าเรือจะมากกว่านี้
ดังนั้น ชาวนครสวรรค์ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต้องตื่นตัวเรื่องนี้ โดยเฉพาะศักยภาพของพื้นที่ ทั้งภูมิศาสตร์ และการขนส่ง ทั้งทางบก ทางราง (รถไฟทางคู่) หรือ ระบบทางน้ำ ที่จะมีการพัฒนาในอนาคตอันใกล้
สิ่งเหล่านี้จะรองรับต่อการเปิด Inland Containe Depot CY (Container Yard) เป็นการจัดการสินค้าทั้งบรรจุ ตรวจสอบ ระบบศุลกากร และการจัดกองเตรียมการส่งออกที่นครสวรรค์ โดยผ่านระบบรางรถไฟทางคู่ ทางบก หรือ ทางน้ำ หากมีการสร้างเขื่อนยกระดับน้ำที่อินทร์บุรีและพยุหะคีรี
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ปี 2557 เศรษฐกิจโลกจะยังไม่เติบโตขึ้น หลังจากถดถอย ยุโรปอีกก็ติดลบมา 2 ปีแล้ว อเมริกาก็เพิ่งฟื้นไม่กี่เดือนนี้เอง ทำให้ทุกคนมองไปที่เอเชีย เพราะการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลกครึ่งหนึ่งมาจากเอเชีย หากประเทศจีนและกลุ่มอาเซียนไม่ฟื้นตัว เศรษฐกิจโลกก็อาจจะซวนเซได้
การต่อตั้งอาเซียน หรือ GMS Economic Corridor ระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงขึ้นมา ก็มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการค้า การลงทุนในยุคนั้น ที่ภูมิภาคแห่งนี้มีสงครามประปราย โดยใช้การพัฒนาเศรษฐกิจแทน การเปิดเออีซี ปี 2558 ในปีหน้านี้ ประเทศไทยจะรับมือไหวไหม นี่คือปัญหา เพราะ ณ วันนี้ การลงทุนของโลกยังหดตัว ยังไม่มีประเทศไหนเศรษฐกิจดี ประชาคมอาเซียนเปิดก็คือ ประตูเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมถูกเปิดออก ประชากร 600 ล้านคน จะเชื่อมไปมา โดยไม่มีวีซ่า
หากมองในแง่การลงทุน ถือว่าเป็นตลาดใหญ่ เพราะคนส่วนใหญ่อยู่ในระดับกลาง หากเปรียบเทียบกับประเทศจีน 1,200 ล้านคน อาเซียนก็เป็นตลาดใหญ่ครึ่งหนึ่งของจีน เศรษฐกิจไทยในอีก 2 ปีข้างหน้า อัตราการขยายตัวอาจจะยังมีปัญหา จากหลายๆ สาเหตุ การพัฒนาเศรษฐกิจของไทยบางสาขาเราเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีน และส่วนหนึ่งเราเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจยุโรป หากทรุดตัวมากก็จะทรุดตามเขาไปด้วย
แต่สิ่งหนึ่งที่เรามีขณะนี้ คือ ตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจภูมิภาค สมมุติเศรษฐกิจไทยโต 3 เปอร์เซ็นต์ แต่เศรษฐกิจภูมิภาคตามภาคต่างๆ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง อาจจะโต 6-7 เปอร์เซ็นต์ มันเป็นไปไม่ได้ และกำลังจะเกิดขึ้น ณ ขณะนี้ เพียงแค่เศรษฐกิจภูมิภาคจะเติบโตกว่าเศรษฐกิจในกรุงเทพมหานคร จริงๆ แล้วรัฐควรสนับสนุนการลงทุนในต่างจังหวัดเมืองใหญ่ ภาษีต้องต่ำกว่า หรือติดลบ ลักษณะการอุดหนุนการลงทุน รัฐควรพยายามส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบมีดุลยภาพ ไม่ใช่เติบโตเฉพาะ กทม.
จ.พิษณุโลก ได้ชื่อว่าเป็นสี่แยกอินโดจีน แต่ตนไม่เห็นพิษณุโลกเหมือนประเทศบราซิล ที่ทุกคนบอกว่า ประเทศบราซิลมีอนาคต มีทุกอย่าง ร่ำรวยแร่ต่างๆ พืชส่งออก ทั้งประชากรจำนวนมาก แต่วันนี้ยังเป็นอนาคตอยู่ ยังไม่ได้ไปไหน เพราะไม่มีการพัฒนาไปพร้อมๆ กัน จึงอยากให้ภาคเหนือตอนล่างหรือพิษณุโลก เหมือนอย่างบราซิล ที่ติดอยู่กับโลกแห่งอนาคต ถ้าเราจะคุยว่า มีรถไฟความเร็วสูงมาแน่ ถามว่า มาหรือยัง แต่นักลงทุนไทยหยิบโครงการอนาคตมาใช้ก่อน (เก็งกำไรที่ดิน) ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลา
"สิ่งที่ควรทำเวลานี้คือ การบริหารเพื่อการพัฒนา อย่าพร่ำบอกว่า สี่แยกอินโดจีนดีแน่ สรุปว่า อย่าไปเก็งกำไร อย่าเอาอนาคตมาเล่น ต้องสร้างคน สร้างแรงงานมีฝีมือ หาวิธีเชื่อมธุรกิจกับประเทศเพื่อนบ้านให้เป็นรูปธรรม อาจลงทุนทำธุรกิจร่วม และที่สำคัญต้องมียุทธศาสตร์ชัดเจน" นายศุภชัย กล่าว



