ข่าว

วินธัย'ปัดหน.คสช.ไม่เคยคุยลับ'สุเทพ'

วินธัย'ปัดหน.คสช.ไม่เคยคุยลับ'สุเทพ'

23 มิ.ย. 2557

'วินธัย'ปัดหน.คสช.ไม่เคยคุยลับ'สุเทพ' คสช.สั่งผ่อนผันแรงงานผิดก.ม. ตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนเบ็ดเสร็จแนวชายแดน ห่วงภาพลักษณ์สั่งหามาตรการเหมาะสมกลุ่มต้าน

               23มิ.ย.2557 พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี นสพ.บางกอกโพสต์ได้เสนอข่าว พล.อ.ประยุทธ  จันทร์โอชา  หน.คสช. กับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้มีการสื่อสารในลักษณะแบบส่วนตัวกันในช่วงที่ผ่านมาว่า คงอาจเป็นการคลาดเคลื่อนไป ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการกปปส. ไม่เคยมีการพูดคุย หรือสื่อสารเป็นการส่วนตัว หรือส่งข่าวใด ๆ ทั้งสิ้น

               "มีพียงได้รับมอบจากรัฐบาลโดยอดีตนายกฯ ให้ดำเนินการในฐานะหน่วยงานความมั่นคง เพื่อสื่อสารแจ้งกับทุกกลุ่มฯ ให้หาทางเจรจากัน แต่ก็ไม่เคยสำเร็จบรรลุผล กับให้แจ้งเตือนทุกกลุ่มหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายและระมัดระวังให้ประชาชนได้มีความปลอดภัยเท่านั้น ซึ่งในขณะนั้นกองทัพคงไม่สามารถทำในลักษณะดังกล่าวได้ เพราะเป็นด้วยงานความมั่นคง ต้องปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย และดำเนินการทุกอย่างไปตามกระบวนการที่เหมาะสมของภาครัฐ" รองโฆษกกองทัพบก กล่าว


คสช.สั่งผ่อนผันแรงงานผิดก.ม.


               ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ได้มอบหมายให้ พล.อ. อุดมเดช สีตะบุตร เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นประธานในการประชุม ติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าส่วนงานที่รับผิดชอบของคสช.โดยในที่ประชุมได้มีการรายงานผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานรักษาความสงบเรียบร้อย ที่ยังคงมีการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธและกระสุนอย่างต่อเนื่องรวมทั้งติดตามปัญหาการค้ามนุษย์เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ส่วนงานด้านความมั่นคง สังคมจิตวิทยา เศรษฐกิจ รวมทั้งฝ่ายงานด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเนื้อหาหลัก ๆ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปรองดองเพื่อความสมานฉันท์โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการปรองดองครบทุกจังหวัด รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมปรองดองอย่างต่อเนื่องพร้อมเตรียมแผนงานเสวนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่อไป 

               สำหรับการติดตามปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายนั้น ทางตัวแทนคณะกรรมการนโยบายจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว(กนร.) โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. ในฐานะรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายความมั่นคงเป็นประธาน ได้กำหนดให้ใช้แนวทางการผ่อนผันแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายไปก่อน พร้อมทั้งเสนอให้ตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวเบ็ดเสร็จตามแนวชายแดน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับแรงงานต่างด้าวที่ต้องการเข้าทำงานในประเทศไทย ได้ขึ้นทะเบียนแรงงานถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาประจำอยู่ตามศูนย์ อาทิ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ทหาร ถือเป็นศูนย์แบบ One Stop Service เพื่อลดปัญหาเรื่องของนายหน้าจัดหางาน และลดค่าใช้จ่ายของแรงงานต่างด้าว โดยการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวยังไม่ได้ระบุว่าจะตั้งที่ใด เสร็จเมื่อใด เพราะต้องไปศึกษาเรื่องข้อกฎหมายด้วย และหากติดขัดกฎหมายข้อใด ก็จะเสนอต่อหัวหน้า คสช.ในการประการยกเว้นชั่วคราวในชั่วระยะแรก

               ก่อนการเข้าสู่ในระยะที่ 2 คือ การจัดระเบียบเพื่อรองรับการจัดระเบียบต่อไป โดยในระหว่างนี้ ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้มงวด เส้นทางเข้าออกของแรงงานต่างด้าวตามแนวชายแดน คือ จ.จันทบุรี ตราด สุรินทร์ โดย ในวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่ จ.สมุทรสาคร

               ทั้งนี้ในที่ประชุม พล.อ.อุดมเดช ยังกล่าวถึง กลุ่มที่ออกมาต่อต้านการทำงานของ คสช. ด้วยการนั่งกินแซนด์วิช อ่านหนังสือ นั้น ทาง คสช. ได้ฝากให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องใช้ดุลพินิจ หามาตรการดำเนินการที่เหมาะสม โดยให้พิจารณาเป็นกรณีว่ามีความจำเป็นที่ต้องเข้าจับกุมทันทีหรือไม่ เพราะอยู่ท่ามกลางสาธารณชน หรือจะพิจารณาบันทึกภาพไว้ก่อน แล้วค่อยมาดำเนินการในภายหลัง แต่หากไม่ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ห่วงว่าสถานการณ์จะเกิดบานปลายรุกลามได้

               พล.อ.อุดมเดช กล่าวอีกว่า จากนี้เป็นต้นไป หัวหน้าคสช. ได้มีการปรับรูปแบบการประชุมของคสช.โดยกำหนดให้วันอังคาร กับ วันพฤหัสบดี เป็นการประชุมประจำวันของกองบัญชาการกองทัพบก ส่วนการประชุมติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าของงานฝ่ายต่าง ๆ ของทาง คสช. กำหนดให้มีการประชุมในวันจันทร์ กับ วันศุกร์ และการประชุมใหญ่ของคสช.หรือเทียบเท่าครม.กำหนดให้เป็นวันพุธ

 

รรท.ผบ.ตร.ยอมรับผิดหวังมะกันจัดระดับไทย

                พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังต่อกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ปี 2557 ที่ลดระดับไทยอยู่ในขั้น Tier 3 เพราะเราเป็นหน่วยหนึ่งในการแก้ปัญหาบังคับใช้กฎหมายมุ่งมั่นในการแก้ปัญหานี้ ซึ่งหน่วยงานต่างๆก็ทำอย่างเต็มที่ โดยหลังจากนี้ จะต้องมีการพิจารณารายละเอียด และจุดอ่อนของไทย ที่ระบุไว้ในรายงาน เพื่อนำมาปรับแก้ปรับยุทธศาสตร์การทำงาน โดยเฉพาะ ในส่วนของแรงงานประมง แต่ยืนยันว่า ไทยพยายามเปิดให้มีการลงทะเบียนอย่างถูกต้อง ส่วนของการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายของของกลุ่มโรฮิงญา เมื่อมีการใช้ไทยเป็นทางผ่าน ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเข้าเมือง และพยายามสืบสวนจับกุมเครือข่าย ที่นำกลุ่มโรฮิงญา รวมถึง กลุ่มซิงเจียงอุยกูร์ ใช้ไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศที่สาม ควบคู่การดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชน ก่อนผลักดันกลับประเทศ

                พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าตำรวจได้ดำเนินการปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์อย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขโจมตีของนานาชาติ ซึ่งอาจกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม แต่ยอมรับว่า การที่ไทยเป็นเมืองท่องเที่ยว มีคนเดินทางเข้าออกประเทศจำนวนมาก อาจเป็นการเปิดช่องให้เกิดการกระทำผิดทั้งใช้ประเทศไทยเป็นต้นทาง ปลายทาง และเป็นประเทศที่ใช้เป็นเส้นทางผ่าน


คตร.ตรวจโปรเจ็คใหญ่รัฐสภาคาใจโครงการพันล้าน

                พล.ต.ธนาคาร เกิดในมงคล ประธานอนุกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ(คตร.) ด้านการเงินและการเบิกจ่าย และพล.ต.รณชัย มัชชุสุนทรกุล ประธานอนุกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ได้เข้าหารือและขอรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณและโครงการของรัฐสภา โดยมีนายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รักษาราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการวุฒิสภา รวมถึงผู้บริหารของสำนักงาน ให้รายละเอียดและชี้แจง

                รายงานข่าวระบุว่านายจเร และนางนรรัตน์ได้ชี้แจงถึงผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 ด้านการพัสดุและการขัดซื้อจัดจ้าง โดยทาง คตร. ให้ความสนใจและสอบถามรายละเอียดโครงการที่มีการใช้งบประมารณเกิน 1,000 ล้านบาท คือ โครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย และโครงการก่อสร้างอาคารที่พักของเจ้าหน้าที่รัฐสภา ทั้งนี้การชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวยังมีข้อมูลที่คตร.ต้องการรับทราบเพื่อนำไปประกอบการพิจารณา จึงได้ร้องขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯจัดหาห้องเพื่อให้ทำงานด้วย เบื้องต้นทางสภาฯ ได้จัดพื้นที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ อาคารกษาปณ์ ถนนประดิพัทธ์ ไว้รับรอง