
แรงงานเขมรเริ่มทยอยกลับไทย-'ชวน'ป่วย
'ปลัดแรงงาน'เผยแรงงานเขมรเริ่มทยอยกลับไทย เรียกถก 200 บริษัทจัดหางาน จัดระเบียบแรงงาน-ค้ามนุษย์ ขู่เชือด จนท.เรียกรับสินบน หาม'ชวน'ส่งรพ.-ถุงน้ำดีอักเสบ
ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งหาทางแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวและปัญหาการค้ามนุษย์ หลังจากเกิดวิกฤติแรงงานต่างด้าวแห่อพยพกลับประเทศ รวมทั้งกรณีล่าสุดที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ที่มีการปรับระดับไทยอยู่ในเทียร์ 3 (teir 3) ซึ่งถือเป็นระดับที่แย่สุด
ที่กระทรวงแรงงาน วันที่ 22 มิถุนายน นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงาน (รง.) กล่าวในการประชุมผู้รับอนุญาตจัดหางานในประเทศภาคเอกชน กรณีการจัดหาและนำเข้าแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานกับนายจ้างในประเทศไทย โดยมีตัวแทนผู้รับใบอนุญาตกว่า 200 บริษัท เข้าประชุม ว่า ปัจจุบันไทยถูกกล่าวหาในเวทีโลก 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ เรื่องแรก กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่าไทยเป็นประเทศที่ต้องเฝ้าระวังการค้ามนุษย์ ที่ผ่านมาถูกจัดอันดับอยู่ระดับ 2.5 มา 4 ปีติดต่อกัน แต่เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา อเมริกาประกาศปรับลดเป็นระดับ 3, เรื่องที่สอง กระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่าไทยมีสินค้า 5 ชนิด ที่มีการใช้แรงงานบังคับและแรงงานเด็ก ได้แก่ อ้อย กุ้ง ปลา สิ่งทอ และสื่อลามก และเรื่องที่สาม สหรัฐอเมริกาตัดสิทธิพิเศษทางการศุลกากรของไทย เพราะไม่ประกาศรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ฉบับที่ 87และฉบับที่ 98 ในเรื่องสิทธิเสรีภาพในรวมตัวและเจรจาต่อรองของแรงงาน
นายจีรศักดิ์ กล่าวว่า หน่วยงานรัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา เพราะไทยจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทั้งสินค้าการเกษตร สิ่งทอ และอาหารทะเล เนื่องจากจะทำให้ไทยถูกตัดสิทธิพิเศษต่างๆ ทำให้ต้องขายสินค้าราคาแพงขึ้น และยังต้องต่อสู้ทางการค้ากับประเทศต่างๆ ทำให้ปริมาณการส่งออกสินค้าลดลง ก่อให้เกิดการเลิกจ้างแรงงานได้ ซึ่งกระทบต่อบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวเช่นกัน อย่างไรก็ตามในส่วนผลกระทบจากการที่อเมริกาประกาศลดอันดับไทยไปอยู่ระดับ 3 ขณะนี้อเมริกายังไม่ได้ประกาศตัดสิทธิใดๆ ของ 23 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องป้องกันและแก้ปัญหาอย่างเต็มที่แล้ว
ขู่ฟัน"จัดหางาน-จนท."เสนอ-รับสินบน
ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า หลังจากคณะกรรมการนโยบายบริหารแรงงานต่างด้าว (กนร.) ประชุมและกำหนดนโยบายชัดเจนแล้ว กระทรวงแรงงานจะขอความร่วมมือบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวมาร่วมกันกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบริการของแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทยให้เหมาะสม เป็นธรรม และถูกลง เพราะขณะนี้มีค่าใช้จ่ายเพียงค่าธรรมเนียมและค่าบริการเท่านั้น ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ หลังจากนี้กระทรวงแรงงานจะปรับระบบบริการแก่บริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวให้มีความสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม โปร่งใส หากมีเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานเรียกเก็บค่าบริการที่ไม่ได้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่กระทรวงกำหนดไว้ ขอให้แจ้งมายังตน ซึ่งวันนี้ได้ประชุมข้าราชการสังกัดกรมการจัดหางาน (กกจ.) และกำชับไปแล้ว โดยคาดโทษหากไปข้องแวะกับเรื่องที่ไม่เหมาะสม หรือเกี่ยวข้องกับเงินทองที่ไม่ถูกต้องจะลงโทษสถานหนัก และบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวก็ขอให้เก็บค่าบริการแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นธรรม โปร่งใสและไม่ให้มีจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว หากเจ้าหน้าที่รัฐเรียกเก็บก็ร้องเรียนมายังตนโดยตรง และถ้าบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็จะลงโทษ โดยการเพิกถอนใบอนุญาตและสั่งปิดบริษัท
เผยแรงงานเขมรทยอยกลับไทยแล้ว
นายจีรศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีแรงงานเขมรที่หนีกลับประเทศกว่า 1 แสนคนนั้น ขณะนี้แรงงานเขมรที่มีพาสปอร์ตเริ่มทยอยกลับเข้ามาในไทยแล้ว แต่ยังไม่ทราบตัวเลขชัดเจน ต้องรอสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สรุปตัวเลข
ด้าน นายสุเมธ มโหสถ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาการอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ขอความร่วมมือบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวใน 3 เรื่อง 1.ขอความร่วมมือในการกำหนดค่าบริการที่เป็นธรรม ไม่มีส่วนต่างที่เกินความเหมาะสม เช่น ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ หากพบเห็นเจ้าหน้าที่กระทำผิดสามารถแจ้งกระทรวงแรงงานได้ทันที ถ้ามีหลักฐานชัดเจนจะมีบทลงโทษทั้งทางวินัยและอาญา 2.การจัดหางานแรงงานต่างด้าวจะไม่มีการเรียกเก็บ หรือขออะไรก็ตามที่เหนือไปจากระเบียบกฎหมายที่กำหนด โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ จะไม่มีเด็ดขาด เพื่อให้มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ และ 3.ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภายใต้ พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติตามก็จะลงโทษ โดยหลังจากนี้กระทรวงจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแนวปฏิบัติว่าผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง
จี้คสช.ถกเพื่อนบ้านลดค่าบริการหางาน
ขณะที่ นายธนาคม นาคเฉลียว ผู้แทนสำนักงานจัดหางานสุเทพบริการ เขตบางบอน กทม. กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทนำเข้าแรงงานพม่า ลาว กัมพูชา ผ่านระบบบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศ (เอ็มโอยู) 100-200 คนต่อปี โดยพม่าเสียค่าใช้จ่าย 10,000 บาทต่อคน เช่น ค่าพาสปอร์ต ค่าวีซ่า ค่าใบอนุญาตทำงาน ค่าตรวจสุขภาพ ค่าบริการจัดหางานในประเทศ, กัมพูชา 18,000 บาทต่อคน โดยในจำนวนนี้แรงงานต้องจ่ายค่าบริการจัดหางานของเขมร 12,000 บาท, และลาว มีค่าใช้จ่าย 22,000 บาทต่อคน ต้องจ่ายค่าบริการให้บริษัทจัดหางานของลาว 18,000 บาท หากจะปรับลดค่าในการเข้ามาทำงานของแรงงานต่างด้าว ทาง คสช.จะต้องเจรจาต้นทางของแต่ละประเทศให้ปรับลดค่าบริการจัดหางานภายในของตัวเองลง รวมทั้งขอความร่วมมือประเทศต้นทางเร่งดำเนินการเอกสาร เพราะกว่าประเทศต้นทางจะดำเนินการเอกสารเสร็จก็ใช้เวลา 1-2 เดือน ซึ่งแรงงานต่างด้าวบางคนอยากเข้ามาทำงานในไทยโดยเร็วก็หลบหนี และกลายเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายไป ทำให้บริษัทต้องรับผิดชอบโดยจ่ายค่าชดเชยหรือจัดหาแรงงานใหม่มาทดแทน เพราะมีสัญญากับผู้ประกอบการภายใน 3 เดือน
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวจำนวน 224 แห่ง และตั้งอยู่ในส่วนกลางจำนวน 111 แห่ง ภูมิภาคจำนวน 113 แห่ง และอยู่ระหว่างยื่นคำขอจำนวน 7 แห่ง และมีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในไทยผ่านเอ็มโอยู 373,880 คน แยกเป็นพม่า 91,797 คน ลาว 53,431 คน และกัมพูชา 228,652 คน
หาม"ชวน"ส่งรพ.-ถุงน้ำดีอักเสบ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เข้ารับการตรวจร่างกายที่ รพ.รามาธิบดี และพักรอรับการรักษาที่อาคารสิริกิติ์ เนื่องจากพบว่ามีอาการป่วยตัวร้อน และมีอาการอ่อนเพลีย โดยอดีตลูกพรรคที่ไปเยี่ยมสันนิษฐานว่าอาจมาจากอาการเดิมที่เคยติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาการดังกล่าวกำเริบขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังจากนายชวนไปเป็นผู้บรรยายให้นักศึกษาหลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตั้งแต่ค่ำวันที่ 20 มิถุนายน
ทั้งนี้ คณะแพทย์ที่ทำการตรวจเช็กร่างกายได้ตรวจพบเบื้องต้นว่า นายชวนเกิดอาการตัวร้อนจากการอักเสบของถุงน้ำดี โดยจะส่องกล้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะวิเคราะห์เพื่อเลือกวิธีการรักษาว่าจะให้รับประทานยาควบคู่กับการให้ยาฆ่าเชื้อเพื่อลดอาการตัวร้อนหรือไม่ และจะรักษาด้วยการผ่าตัดเล็กได้หรือไม่ด้วย เนื่องจากทราบว่า ก่อนที่นายชวนจะเดินทางไปเข้ารับการรักษาได้รับประทานยาลดไข้เพื่อบรรเทาอาการไข้ เป็นยาแอสไพริน จึงทำให้เลือดอาจจะแข็งตัวช้าและเป็นอันตรายหากจะทำการผ่าตัด
พท.ชี้ภารกิจ คสช.สลายพรรค-ขั้ว-สี
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า แกนนำพรรคบางคนได้ประเมินถึงสถานการณ์ในพรรคและสถานการณ์การเมือง โดยเชื่อว่า คสช.มีภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จไม่ให้เหมือนอดีต คือ สลายพรรค สลายขั้ว สลายสี ตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 57 ให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับ ยังสามารถบังคับใช้ได้ ให้ศาลและหลายองค์กรยังทำหน้าที่ได้ หนึ่งในนั้นคือ กกต. นอกจากจะจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นหลายพื้นที่แล้ว กกต.ยังมีสำนวนร้องขอให้ยุบพรรคเพื่อไทยเเละพรรคประชาธิปัตย์ หลายสำนวนที่ผ่านมาได้เรียกให้ผู้ร้อง-ผู้ถูกร้องเข้าไปชี้แจงบ้างแล้ว เชื่อว่า คสช.น่าจะอาศัยการสรุปสำนวน กกต. แล้วส่งให้หัวหน้า คสช.ที่มีอำนาจเต็มเหนือนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ยกเหตุผลต่างๆ เพื่อออกประกาศสลายพรรคการเมืองอย่างแน่นอน โดยการสลายพรรคคงไม่ได้ทำในรูปแบบเดิม โดยเริ่มจาก กกต.สรุปสำนวน ส่งให้อัยการพิจารณา ส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยานผู้ถูกร้อง ผู้ร้อง ซึ่งจะใช้ระยะเวลานานกว่าจะวินิจฉัยยุบพรรค ระหว่างนี้ กกต.จะทำควบคู่ไปกับการเรียกเงินสนับสนุนจากพรรคการเมืองคืน เนื่องจากตามข้อห้าม คสช.ไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมือง ในส่วนของพรรคเพื่อไทยมีเงินที่ถูกเรียกคืนกว่า 100 ล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์ ประมาณ 90 ล้านบาท ยังไม่นับรวมพรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก
รายงานข่าวอีกว่า การสลายพรรคจะทำให้สำเร็จต้องพยายามดึงขั้วต่างๆ ในพรรค ออกมาไม่ให้ยุ่งการเมือง ไม่ให้รวมกลุ่มกันได้เหมือนในอดีต การเรียกตัวแกนนำพรรคเพื่อไทยทั้งในอดีตและปัจจุบันเข้าไปทำความเข้าใจ หนึ่งในมาตรการนั้นคือ การขู่ระงับธุรกรรมทางการเมือง การตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ทำให้ไม่มีแกนนำพรรคกล้าเคลื่อนไหวมาก ขณะเดียวกันเริ่มมีแกนนำพรรคเพื่อไทยบางคนไปจับมือกับอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยบางคน พยายามชักชวนอดีต ส.ส.เพื่อไทย ในกลุ่มที่กระแสในพื้นที่ไม่แรงมากให้ไปอยู่ในพรรคที่จะเกิดใหม่ หากมีการสลายพรรค กระแสสีเสื้อเริ่มเบาลง คงจะมีพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นแน่นอน
รายงานข่าวเผยว่า การสลายสีเสื้อนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้ย้ำหลายครั้งว่าไม่ต้องการให้ประชาชนแบ่งสีเสื้อ ขอขจัดปัญหาความขัดแย้งที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 9 ปีให้ได้ ตอนนี้ทำไปได้ส่วนหนึ่ง การกดแกนนำไม่ให้เคลื่อนไหว การเชิญแกนนำเสื้อแดงไปทำความเข้าใจ ขอร้องไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมกับการกวาดล้างแหล่งซ่องสุมอาวุธ เส้นทางลำเลียง พักพิง ท่อน้ำเลี้ยง และยังจับตาดูความเคลื่อนไหวกลุ่มต่อต้าน กลุ่มที่มีศักยภาพเตรียมออกปฏิบัติการณ์ได้อย่างใกล้ชิด ส่วนพวกที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ถูกจับกุมตัวได้ก็ถูกลงโทษทางกฎหมายอย่างเข้มงวด ทำให้แกนนำระดับกลุ่มต่อต้านไม่กล้าเคลื่อนไหวมาก



