
มาเลย์จี้สมะกันทบทวนอ้างมีแผนป้องค้ามนุษย์
ทางการมาเลเซียปฏิเสธรายงานการค้ามนุษย์ประจำปีของรัฐบาลสหรัฐที่สร้างความเสื่อมเสียให้แก่มาเลเซีย ไทย และเวเนซุเอลา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (22 มิ.ย.) ว่า รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียออกแถลงการณ์ตอบโต้การเปิดเผยรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2557 ของสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่ามาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความรุนแรงของการค้ามนุษย์เลวร้ายลงกว่าปีก่อน ว่า มาเลเซียกำลังจัดการกับอาชญากรรมร้ายแรงนี้อยู่ และได้มีมาตรการปราบปรามการค้ามนุษย์ออกมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว เพื่อจัดการกับการค้ามนุษย์และการลักลอบนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่ยากจน
ทั้งยังย้ำว่า ด้วยเหตุดังกล่าวรัฐบาลสหรัฐควรทบทวนการประเมินสถานการณ์การค้ามนุษย์ในมาเลเซียใหม่
ทางการมาเลเซียยังโจมตีสหรัฐด้วยว่า ได้ใช้ข้อมูลที่นำมาประกอบในรายงานฉบับล่าสุดนี้ โดยไม่ถูกต้อง และนำข้อมูลมาจากองค์กรที่น่าสงสัย
ขณะที่ เอกิล เฟอร์นานเดส ผู้อำนวยการองค์กรเทนากานิตา ที่เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนของแรงงานอพยพในมาเลเซีย ระบุว่า องค์กรของตนมีข้อมูลที่ชี้ว่ามีการทำร้ายแรงงานอพยพและการค้ามนุษย์มากขึ้นกว่าแต่ก่อน และตนก็เห็นว่ารัฐบาลมาเลเซียมีความเอาใจใส่ต่อปัญหาดังกล่าวเพียงเล็กน้อย
ทั้งนี้มาเลเซียและไทยถูกปรับลดอันดับอยู่ในระดับ 3 ที่ถือเป็นระดับที่มีความเลวร้ายของการค้ามนุษย์รุนแรงที่สุด เช่นเดียวกับเวเนซุเอลา และแกมเบีย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า ทางการมาเลเซียได้ละเลยคำเตือนของสหรัฐที่กระตุ้นให้มีการจัดทำแผนการปราบปรามและป้องกันการค้ามนุษย์ให้ได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำสุด
เอกชนไทยนัดหารือรับมือลดอันดับค้ามนุษย์
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า วันที่ 23 มิถุนายนนี้ สภาหอการค้าไทยจะหารือร่วมกับ 8 สมาคมที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย สมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เพื่อเตรียมรับมือกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ที่ได้ปรับระดับไทยอยู่ในเทียร์ 3 ระดับจับตาสูงสุด ซึ่งสหรัฐจะคงระดับแรงงานของไทยไป 1 ปี ถึงเดือนมีนาคมปีหน้า เพราะจะไม่มีการทบทวนอีกครั้ง สิ่งที่ภาคเอกชนสามารถทำได้คือ เตรียมรับมือ เพราะเป็นห่วงคำประกาศของสหรัฐอาจจะกระทบกับสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรไทย ซึ่งภาคเอกชนต้องเร่งชี้แจงให้ประเทศคู่ค้าเข้าใจ เพราะขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะกระทบสินค้าประเภทใดบ้าง



