
คสช.วอน'อียู'เปิดใจกว้างเข้าใจไทย
คสช.วอน'อียู'เปิดใจกว้างเข้าใจไทย ระบุเชิญ'กริชสุดา'ปรับทัศนคติ ก.แรงงานขู่เชือดขรก.เรียกสินบน-บ.จัดหาแรงงานต่างด้าวทำผิดกม.
22มิ.ย.2557 พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหภาพยุโรป(อียู) เรียกร้องให้คสช. คืนสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างเร่งด่วน และกำหนดกรอบเวลาการเลือกตั้งให้ชัดเจน พร้อมขอให้เคารพสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ว่า ในข้อห่วงใยทั้งหมดเป็นที่เข้าใจได้ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการทำความเข้าใจ ผ่านในหลายช่องทางที่มีอยู่ โดยแยกเป็นประเด็นๆ ตามข้อกังวลสงสัยที่เกิดขึ้น เพราะมั่นใจว่าข้อมูลในทุกๆ ประเด็น นั้นไทยมีหลักเหตุผลข้อเท็จจริงสนับสนุนอย่างเพียงพอ ทั้งนี้ขอให้เปิดใจกว้าง และเน้นเห็นใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในห้วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะทางออกของปัญหาที่ได้พยายามแสวงหามาตลอด ได้ถูกปิดสนิทลงหมดทุกทาง จึงเชื่อว่าส่วนใหญ่น่ามีความเข้าใจที่ดีขึ้น แต่ด้วยในบางประเทศอาจมีข้อกำหนดเดิมต่อรูปแบบการแสดงออก หรืออาจมีวัฒนธรรมในการแสดงออกในทางสังคมต่อเหตุการณ์ทำนองนี้ต่างกัน ซึ่งทางประเทศไทยจะต้องดำรงความต่อเนื่องในการสร้างความเข้าใจต่อไป
พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า สำหรับในวันพรุ่งนี้(23มิ.ย.) ที่จะมีการประชุมตามวงรอบประจำเดือนของคณะรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหภาพยุโรป ทั้ง 28 ชาติ ซึ่งบางฝ่ายคาดว่าอาจจะมีการทบทวนในเรื่องกรอบความร่วมมือในทุกมิติ ที่ทางสหภาพยุโรปกับประเทศไทย มีแผนที่จะตกลงกันมายาวนานแล้วตั้งแต่ช่วงปี 47 ซึ่งปัจจุบันก็ยังอยู่ในช่วงระหว่างการดำเนินการนั้น จะเป็นอย่างไรคงต้องติดตามต่อไป
ระบุเชิญ'กริชสุดา'ปรับทัศนคติ
พ.อ.วินธัย กล่าวถึงกรณีองค์กรสิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรท์วอทช์ ได้แสดงความกังวลต่อกรณีการควบคุมตัว น.ส.กริชสุดา คุณะแสน นักกิจกรรมเสื้อแดง ว่า เดิมเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ ได้ขอควบคุมตัวไปเมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมาที่ จ.ชลบุรี เนื่องจาก น.ส.กริชสุดา คุณะแสน เกี่ยวพันกับผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่ต้องสงสัยว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับเรื่องของอาวุธสงคราม รวมถึงต้องสงสัยความผิดตาม ม.116 (2) กับ พรบ.คอมพิวเตอร์ เจ้าหน้าที่จึงต้องขอควบคุมตัวเพื่อสอบสวนซักถามตามขั้นตอน ซึ่งก็ได้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ในครั้งนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการตั้งข้อกล่าวหาใดๆ และได้ให้กลับบ้านไปแล้ว แต่เป็นเพราะเจ้าตัวไม่ยอมเปิดเผยตัวเองต่อสังคมเมื่อพ้นความรับผิดชอบเจ้าหน้าที่ไปแล้ว จึงทำให้หลายฝ่ายอาจเข้าใจผิดและเป็นกังวล โดยที่ผ่านมาก็มีลักษณะอย่างนี้อยู่หลายคน
พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. คสช. ต้องการขอความร่วมมือจาก น.ส.กริชสุดา เพิ่มเติม รวมทั้งต้องการให้ได้เข้าสู่กระบวนการปรับทัศนคติและสร้างความเข้าใจเพิ่มเติม จึงได้มีประกาศเชิญให้มารายงานตัว ซึ่งก็ไม่ได้ปฏิบัติในลักษณะต่อผู้ที่มีความผิดเช่นเดียวกับทุกคนที่ผ่านมา การปฏิบัติทุกขั้นตอนในกระบวนการนี้ยังยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชน ขอให้ทุกฝ่ายรวมทั้งองค์กรสิทธิ์ต่างๆสบายใจได้
"สำหรับการเปิดเผยสถานที่ควบคุมตัวนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของการรักษาความปลอดภัยเพราะแต่แต่ละคนมีพฤติกรรมในอดีตที่ต่างกันมีทั้งคนชอบไม่ชอบ รวมทั้งเพื่อต้องการให้ออกไปจากความวุ่นวายและไม่ถูกรบกวนจากสิ่งรอบตัว มีสมาธิตั้งสติทบทวนสิ่งต่างๆที่ผ่านมา บางส่วนก็จะเป็นไปตามความต้องการของบุคคลนั้นๆเองด้วย" พ.อ.วินธัย กล่าว
ก.แรงงานขู่เชือดขรก.เรียกสินบน-บ.จัดหาแรงงานต่างด้าวทำผิดกม.
นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงาน(รง.)กล่าวในการประชุมผู้รับอนุญาตจัดหางานในประเทศภาคเอกชนกรณีการจัดหา/นำเข้าแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานกับนายจ้างในประเทศไทยที่กระทรวงแรงงานโดยมีตัวแทนผู้รับใบอนุญาตร่วมกว่า 100 คนว่า ปัจจุบันไทยถูกกล่าวหาในเวทีโลก 3 เรื่องใหญ่ได้แก่ เรื่องแรก กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่าไทยเป็นประเทศที่ต้องเฝ้าระวังการค้าค้ามนุษย์ซึ่งที่ผ่านมาถูกจัดอันดับอยู่ระดับ 2.5 มา 4 ปีติดต่อปีกัน และเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมาอเมริกาประกาศปรับลดเป็นระดับ 3 เรื่องที่สอง กระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่าไทยมีสินค้า 5 ชนิดที่มีการใช้แรงงานบังคับและแรงงานเด็กได้แก่ อ้อย กุ้ง ปลาและสิ่งทอและสื่อลามก
และเรื่องที่สามทางอเมริกาตัดสิทธิพิเศษทางการศุลกากรของไทยเพราะไม่ประกาศรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานหว่างประเทศ(ไอแอลโอ)ฉบับที่ 87และฉบับที่ 98 ในเรื่องสิทธิเสรีภาพในรวมตัวและเจรจาต่อรองของแรงงาน
นายจีรศักดิ์ กล่าวอีกว่า หน่วยงานรัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาพราะไทยจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจทั้งสินค้าการเกษตร สิ่งทอและอาหารทะเล เนื่องจากจะทำให้ไทยถูกตัดสิทธิพิเศษต่างๆ ทำให้ต้องขายสินค้าราคาแพงขึ้น และยังต้องต่อสู้ทางการค้ากับประเทศต่างๆ ทำให้ปริมาณการส่งออกสินค้าลดลง จะก่อให้เกิดการเลิกจ้างแรงงานได้ซึ่งกระทบต่อบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผลกระทบจากการที่อเมริกาประกาศลดอันดับไทยไปอยู่ระดับ 3 ขณะนี้อเมริกายังไม่ได้ประกาศตัดสิทธิใดๆของ 23 ประเทศรวมทั้งประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องป้องกันและแก้ปัญหาอย่างเต็มที่แล้ว
ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า หลังจากคณะกรรมการนโยบายบริหารแรงงานต่างด้าว(กนร.)ประชุมและกำหนดนโยบายชัดเจนแล้ว กระทรวงแรงงานจะขอความร่วมมือบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวมาร่วมกันกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบริการของแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทยให้เหมาะสมเป็นธรรมและถูกลง เพราะขณะนี้มีค่าใช้จ่ายเพียงค่าธรรมเนียมและค่าบริการเท่านั้น ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ
หลังจากนี้กระทรวงแรงงานจะปรับระบบริการแก่บริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวให้มีความสะดวก รวดเร็วและเป็นธรรม โปร่งใส หากมีเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานเรียกเก็บค่าบริการที่ไม่ได้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่กระทรวงกำหนดไว้ ก็ขอให้แจ้งมายังตนซึ่งวันนี้ตนได้ประชุมข้าราชการสังกัดกกจ.และกำชับไปแล้วโดยคาดโทษหากไปข้องแวะกับเรื่องที่ไม่เหมาะสมหรือเกี่ยวข้องกับเงินทองที่ไม่ถูกต้องจะลงโทษสถานหนัก และบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวก็ขอให้เก็บค่าบริการแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นธรรม โปร่งใสและไม่ให้มีจ่ายสินบนกับเจ้าหน้าที่เพื่อความสะดวก รวดเร็วหากเจ้าหน้าที่รัฐเรียกเก็บก็ร้องเรียนมายังตนโดยตรง และถ้าบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็จะลงโทษโดยการเพิกถอนใบอนุญาตและสั่งปิดบริษัท
นายจีรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีแรงงานเขมรที่หนีกลับประเทศกว่า 1 แสนคนนั้น ขณะนี้แรงงานเขมรที่มีพาสสปอร์ตได้เริ่มทยอยกลับเข้ามาในไทยแล้ว แต่ยังไม่ทราบตัวเลขชัดเจนต้องรอสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)สรุปตัวเลข
นายสุเมธ มโหสถ รองปลัดกระทรวงแรงงาน(รง.) รักษาการอธิบดีกรมการจัดหางาน(กกจ.) กล่าวว่า ขอความร่วมมือบริษัทนำเข้าแรงงานต่างใน 3 เรื่องได้แก่ 1.ขอความร่วมมือในการกำหนดค่าบริการทีเป็นธรรม ไม่มีส่วนต่างที่เกินความเหมาะสม เช่น ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ หากพบเห็นเจ้าหน้าที่กระทำผิดสามารถแจ้งต่อกระทรวงแรงงานได้ทันที
ถ้ามีหลักฐานชัดเจนจะมีบทลงโทษทั้งทางวินัยและอาญา 2.การจัดหางานแรงงานต่างด้าวจะไม่มีการเรียกเก็บหรือขออะไรก็ตามที่เหนือจากไประเบียบกฎหมายที่กำหนดโดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ จะไม่มีเด็ดขาดเพื่อให้มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ และ3.ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภายใต้พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ.2528 จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติตามก็จะลงโทษ
หลังจากนี้กระทรวงจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแนวปฏิบัติว่าผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง
นายธนาคม นาคเฉลียว ผู้แทนสำนักงานจัดหางานสุเทพบริการ เขตบางบอน กทม. กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทนำเข้า พม่า ลาว กัมพูชาผ่านระบบบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศ(MOU) 100-200 คนต่อปี ส่วนพม่าเสียค่าใช้จ่าย 10,000 บาทต่อคน เช่น ค่าพาสสปอร์ต ค่าวีซ่า ค่าใบอนุญาตทำงาน ค่าตรวจสุขภาพ ค่าบริการจัดหางานในประเทศ กัมพูชา 18,000 บาทต่อคน โดยในจำนวนนี้แรงงานต้องจ่ายค่าบริการจัดหางานของเขมร 12,000 บาท และลาว มีค่าใช้จ่าย 22,000 บาทต่อคน ต้องจ่ายค่าบริการให้บริษัทจัดหางานของลาว 18,000 บาท
นายธนาคม กล่าวอีกว่า หากจะปรับลดค่าในการเข้ามาทำงานของแรงงานต่างด้าวทาง คสช จะต้องเจรจาต้นทางของแต่ละประเทศให้ปรับลดค่าบริการจัดหางานภายในของตัวเองลง รวมทั้งขอความร่วมมือประเทศต้นทางเร่งดำเนินการเอกสารเพราะกว่าประเทศต้นทางจะดำเนินการเอกสารเสร็จก็ใช้เวลา 1-2 เดือน ซึ่งแรงงานต่างด้าวบางคนอยากเข้ามาทำงานในไทยโดยเร็วก็หลบหนีและกลายเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายไป ทำให้บริษัทต้องรับผิดชอบโดยจ่ายค่าชดเชยหรือจัดหาแรงงานใหม่มาทดแทน เพราะมีสัญญากับผู้ประกอบการภายใน 3 เดือน
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวจำนวน 224 แห่ง และตั้งอยู่ในส่วนกลางจำนวน 111 แห่ง ภูมิภาคจำนวน 113 แห่ง และอยู่ระหว่างยื่นคำขอจำนวน 7 แห่ง และมีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในไทยผ่านเอ็มโอยู 373,880 คน แยกเป็นพม่า 91,797 คน ลาว 53,431 คน และกัมพูชา 228,652 คน



