
เก่าไปใหม่มากับตำแหน่ง "ประธานสภาสตรีฯ"
การทำงานเพื่อสังคมเมื่อพร้อมหลายคนอยากเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือ ตอบแทนคืนสู่สังคม โดยเฉพาะงานด้านพัฒนาสตรีที่สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์เป็นศูนย์กลางประสานงานส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรสตรีทั่วประเทศ ซึ่งจะมีผู้นั่งเก้าอี้ประธานสภาส
เยาวเรศ อดีตประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในฐานะที่ปรึกษาสภาสตรีแห่งชาติ กล่าวถึงความรู้สึกและความประทับใจที่ดำรงตำแหน่งประธานสภาสตรีฯ ว่า ในระยะ 6 ปี ที่ทำงานในตำแหน่งประธานสภาสตรีฯ ได้ตั้งใจอย่างยิ่ง และประทับใจในหลายงานที่ทำได้สำเร็จลุล่วงอย่างที่หวัง
"สิ่งที่ได้รับจากการนั่งตำแหน่งนี้คือ การได้รับกำลังใจที่สำคัญจากเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะในคณะกรรมการที่ทำงานร่วมกัน ยิ่งในช่วงที่พี่ชายถูกปฏิวัติไม่อยากทำงาน ขอความช่วยเหลือใครก็ยาก แต่เพื่อนๆ ทุกคนให้กำลังใจเป็นอย่างดี จึงเดินหน้าทำงานมาจนถึงทุกวันนี้ และอย่างไรก็ตามแม้พรุ่งนี้และวันต่อๆ ไปจะไม่มีตำแหน่งใดๆ ก็ตาม ก็จะทำงานเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ต่อไป พร้อมยืนยันด้วยว่าด้วยบุคลิกส่วนตัวนั้นคงไม่เหมาะกับการลงเล่นการเมือง" เยาวเรศ เปิดใจ
พร้อมกันนี้ในช่วงค่ำกับการเลี้ยงอำลาตำแหน่งนั้น อดีตประธานสภาสตรีฯ เยาวเรศ ชินวัตร ถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อคณะกรรมการที่ทำงานร่วมกันมา 6 ปี เข็นเค้กที่มีข้อความว่า "เพื่อนคือกำลังใจ" ออกมาให้เพื่อเป็นการให้กำลังใจ ยิ่งในขณะที่เดินทักทายคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานร่วมกันมา เธอก็ร้องไห้ตลอด
ในขณะที่การเลือกตั้งประธานสภาสตรีแห่งชาติคนใหม่ก็ดำเนินขึ้น ปีนี้มีผู้เข้าร่วมสมัครทั้งสิ้น 29 คน โดยเป็นสตรีที่มีบทบาทโดดเด่นในการทำงานเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่องจากทั่วประเทศและคัดเลือกจนเหลือ 19 อาทิ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูล คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล อนุรัชนี ศิริสัมพันธ์ นภาเพ็ญ เวชชาชีวะ ประกายแก้ว รัตนนาคะ ม.ล.ปรียพรรณ ศรีธวัช ซึ่งทั้ง 19 นี้ก็ประชุมคัดเลือกกันเองจนเหลือ 3 คน กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูล คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล และ อนุรัชนี ศิริสัมพันธ์ สุดท้ายเป็นการแถลงนโยบาย อนุรัชนี ศิริสัมพันธ์ และ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูล ประกาศขอถอนตัว ตำแหน่งประธานสภาสตรีฯ จึงตกเป็นของ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล
หลังจากรับตำแหน่งแล้ว คุณหญิงณัฐิกา กล่าวว่า ขอบคุณที่ให้ทำตำแหน่งผู้นำองค์กรซึ่งเป็นองค์กรที่มีภาระที่จะช่วยกันพัฒนาสตรีให้ก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง การทำงานที่ทำมาตลอดคงไม่ทำให้กว้างขวางและสำเร็จลุล่วงตามมุ่งหมายได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากองค์กรสมาชิก ซึ่งถือเป็นกำลังที่สำคัญที่สุด
"ภารกิจที่จะทำเป็นภารกิจแรกคือ งานวันสตรีไทยที่จะจัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ซึ่งก็มีการดำเนินงานบางส่วนไปบ้างแล้ว พร้อมกันนี้จะสืบสานรื้อฟื้นที่คณะกรรมการชุดเก่าทำค้างไว้ เพราะการทำงานควรทำให้ต่อเนื่องจะได้เป็นความสำเร็จที่ยั่งยืน แต่การทำงานทั้งหลายเหล่านี้จะต้องประชุมและปรึกษาหารือกับคณะกรรมการว่าขาดเหลืออะไรอยู่บ้าง และอาจจะมีดึงผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาช่วยในส่วนที่ยังขาด อีกอย่างที่คิดจะทำคือจะพยายามผลักดันให้สภาสตรีฯ มีศูนย์กลางทำงานให้สมกับศักดิ์และศรีของสตรีไทย" ประธานสภาสตรีฯ คนล่าสุดแจง
พร้อมกับกล่าวต่อว่า การเข้ามาทำงานในช่วงนี้จะลำบาก ด้วยสภาสตรีฯ ไม่มีรายได้ประจำ และเศรษฐกิจอย่างนี้จะขอความร่วมมือจากองค์กรต่างๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก "แต่เมื่อได้รับความไว้วางใจและตั้งความหวังเอาไว้สูง ส่วนตัวก็ตั้งใจเกินร้อยที่จะทำให้ดีที่สุด แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากองค์กรสมาชิกด้วย และอยากได้ข้อแนะนำจากคณะกรรมการในอดีตและผู้ทรงคุณวุฒิด้วย ซึ่งก็พร้อมที่จะรับฟังและนำไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด" คุณหญิงณัฐิกา กล่าวปิดท้าย



