
นิด้าโพลเผยเชียร์'บิ๊กตู่'เหมาะนั่งเก้าอี้นายกฯ
22 มิ.ย. 2557
สวนดุสิตโพลเผย"ปชช." พอใจผลงาน "คสช." ให้คะแนนผลงาน 1 เดือน 8.82 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 เหตุทำให้บ้านเมืองสงบสุข นิด้าโพลเผยเชียร์"บิ๊กตู่"เหมาะนั่งเก้าอี้นายกฯ
วันที่ 22 มิ.ย.57 นับตั้งแต่ "คสช." เข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จนถึงวันนี้เป็นเวลา 1 เดือน โดย คสช. ได้มีการดำเนินงานแก้ปัญหาสำคัญในหลายๆ เรื่อง เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน ต่อ “ผลการดำเนินงาน 1 เดือน ของ คสช.” “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,614 คน ระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2557 สรุปผลได้ ดังนี้
1. จากที่ คสช. เข้ามาบริหารประเทศ ครบ 1 เดือน ในภาพรวมประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไร อันดับ 1 บรรยากาศบ้านเมืองดีขึ้น สงบสุข ไม่วุ่นวาย ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง 72.79 % อันดับ 2 สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญได้หลายเรื่อง เช่น ตรวจสอบงบ ช่วยชาวนา ลดค่าครองชีพ 69.60 % อันดับ 3 อยากให้ดูแลบ้านเมืองต่อไปจนกว่าสถานการณ์ต่างๆ จะเข้าที่เข้าทาง 65.44 %
2. “จุดเด่น” ของ คสช. ที่บริหารประเทศ ครบ 1 เดือน อันดับ 1 ใช้อำนาจหน้าที่อย่างเหมาะสม ทำงานรวดเร็ว เด็ดขาด โดยเฉพาะการจ่ายเงินจำนำข้าว 49.02 % อันดับ 2 จัดกิจกรรมคืนความสุขให้กับประชาชน เสริมสร้างความรักความสามัคคีให้กับคนในชาติ 32.35 % อันดับ 3 การสื่อสาร ทำความเข้าใจ ชี้แจงข้อมูล ผ่านสื่อต่างๆ ให้ประชาชนได้รับรู้เป็นระยะๆ 18.63 %
3. “ปัญหา/อุปสรรค” ในการดำเนินงานของ คสช. อันดับ 1 ยังมีคนบางกลุ่มไม่ยอมรับ ต่อต้าน มองว่าเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน 37.98 % อันดับ 2 ขาดความเชี่ยวชาญในการบริหารประเทศ ทำให้ดูเหมือนเป็นการประชานิยมมากเกินไป 31.73 % อันดับ 3 มีคนปล่อยข่าวลือและข่าวอื่นๆ ที่อาจทำให้ คสช.เสียหายได้ เช่น กรณีแรงงานต่างด้าว 30.29 %
4. สิ่งที่อยากฝากบอก คสช. เกี่ยวกับการบริหารประเทศ อันดับ1 ขอเป็นกำลังใจ ขอให้ทำงานต่อไปด้วยความซื่อสัตย์สุจริต 44.08 % อันดับ 2 แก้ปัญหาที่สำคัญอย่างเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจ ทุจริตคอร์รัปชั่น ความขัดแย้ง ฯลฯ 34.02 % อันดับ 3 เร่งปฏิรูปประเทศให้เจริญก้าวหน้าและมีเสถียรภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติ 21.90 %
5. ความพึงพอใจของประชาชน ต่อ คสช. ในการบริหารประเทศ ครบ 1 เดือน อันดับ 1 พึงพอใจมาก 50.84 % เพราะทำให้บ้านเมืองสงบสุข สังคมเป็นระเบียบเรียบร้อย สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ฯลฯ อันดับ 2 ค่อนข้างพึงพอใจ 39.57 % เพราะชีวิตความเป็นอยู่เข้าสู่สภาวะปกติ ปลอดภัยมากขึ้น ทหารคอยดูแลและอำนวยความสะดวก ฯลฯ อันดับ 3 ไม่ค่อยพึงพอใจ 5.27 % เพราะเป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น ยังมีข่าวลือที่ทำให้สับสนหรือเข้าใจผิด ฯลฯ อันดับ 4 ไม่พึงพอใจเลย 4.32 % เพราะไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ ไม่มีอิสระ ฯลฯ
นิด้าโพลเผยเชียร์"บิ๊กตู่"เหมาะนั่งเก้าอี้นายกฯ
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “คสช. ควรเสนอชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรี” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20 - 21 มิถุนายน 2557 จากประชาชนทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,259 หน่วยตัวอย่าง กระจายทั่วทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ เกี่ยวกับบุคคลที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควรเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี อาศัยการสุ่มตัวอย่างจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” ด้วยความน่าจะเป็นแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยแบ่งภูมิภาคออกเป็น 5 ภูมิภาค* จากนั้นในแต่ละภาคสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ (Systematic Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0 และมีค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน (Standard Error: S.E.) ไม่เกิน 1.4
จากผลการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับบุคคลที่ คสช. ควรเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 41.30 ระบุว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควรเสนอ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รองลงมา ร้อยละ 8.50 ระบุว่า ควรเสนอ นายอานันท์ ปันยารชุน ร้อยละ 2.38 ระบุว่า ควรเสนอ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ร้อยละ 1.43 ระบุว่า ควรเสนอ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ร้อยละ 1.19 ระบุว่า ควรเสนอ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ร้อยละ 5.24 ระบุว่า ควรเสนอบุคคลอื่น ๆ ได้แก่ นายพลากร สุวรรณรัฐ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ นายชวน หลีกภัย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
ขณะที่ ร้อยละ 3.10 ระบุว่า เป็นใครก็ได้ ที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต และสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประเทศชาติได้ และควรมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ร้อยละ 10.33 ระบุว่า ไม่มีใครเหมาะสม ขณะที่ ร้อยละ 26.53 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 50.20 เป็นเพศชาย ร้อยละ 49.72 เป็นเพศหญิง และร้อยละ 0.08 เป็นเพศทางเลือก ตัวอย่างร้อยละ 8.50 มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ร้อยละ 32.41 มีอายุ 25 - 39 ปี ร้อยละ 48.37 มีอายุ 40 - 59 ปี และร้อยละ 10.72 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 95.71 นับถือศาสนาพุทธ รองลงมา ร้อยละ 3.65 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.64 นับถือศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ ตัวอย่างร้อยละ 28.44 สถานภาพโสด ร้อยละ 69.42 สถานภาพสมรสแล้ว และร้อยละ 2.14 สถานภาพหม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ ตัวอย่าง ร้อยละ 24.17 ระบุว่าจบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 29.41 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 10.25 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 32.03 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 4.13 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ตัวอย่าง ร้อยละ 15.82 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 17.89ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.94 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 13.59 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 13.35 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ร้อยละ 11.92 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 5.48 เป็นนักเรียน/นักศึกษา ตัวอย่าง ร้อยละ 14.77 ระบุว่าไม่มีรายได้ ร้อยละ 20.89 มีรายได้ต่อเดือน ไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 31.61 มีรายได้ต่อเดือน 10,001 - 20,000 บาท ร้อยละ 13.66 มีรายได้ต่อเดือน 20,001 - 30,000 บาท ร้อยละ 5.48 มีรายได้ต่อเดือน 30,001 - 40,000 บาท ร้อยละ 6.51 มีรายได้ต่อเดือน มากกว่า 40,001 บาท ขึ้นไป และร้อยละ 7.07 ไม่ระบุ
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “คสช. ควรเสนอชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรี” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20 - 21 มิถุนายน 2557 จากประชาชนทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,259 หน่วยตัวอย่าง กระจายทั่วทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ เกี่ยวกับบุคคลที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควรเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี อาศัยการสุ่มตัวอย่างจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” ด้วยความน่าจะเป็นแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยแบ่งภูมิภาคออกเป็น 5 ภูมิภาค* จากนั้นในแต่ละภาคสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ (Systematic Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0 และมีค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน (Standard Error: S.E.) ไม่เกิน 1.4
จากผลการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับบุคคลที่ คสช. ควรเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 41.30 ระบุว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควรเสนอ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รองลงมา ร้อยละ 8.50 ระบุว่า ควรเสนอ นายอานันท์ ปันยารชุน ร้อยละ 2.38 ระบุว่า ควรเสนอ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ร้อยละ 1.43 ระบุว่า ควรเสนอ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ร้อยละ 1.19 ระบุว่า ควรเสนอ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ร้อยละ 5.24 ระบุว่า ควรเสนอบุคคลอื่น ๆ ได้แก่ นายพลากร สุวรรณรัฐ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ นายชวน หลีกภัย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
ขณะที่ ร้อยละ 3.10 ระบุว่า เป็นใครก็ได้ ที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต และสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประเทศชาติได้ และควรมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ร้อยละ 10.33 ระบุว่า ไม่มีใครเหมาะสม ขณะที่ ร้อยละ 26.53 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 50.20 เป็นเพศชาย ร้อยละ 49.72 เป็นเพศหญิง และร้อยละ 0.08 เป็นเพศทางเลือก ตัวอย่างร้อยละ 8.50 มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ร้อยละ 32.41 มีอายุ 25 - 39 ปี ร้อยละ 48.37 มีอายุ 40 - 59 ปี และร้อยละ 10.72 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 95.71 นับถือศาสนาพุทธ รองลงมา ร้อยละ 3.65 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.64 นับถือศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ ตัวอย่างร้อยละ 28.44 สถานภาพโสด ร้อยละ 69.42 สถานภาพสมรสแล้ว และร้อยละ 2.14 สถานภาพหม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ ตัวอย่าง ร้อยละ 24.17 ระบุว่าจบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 29.41 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 10.25 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 32.03 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 4.13 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ตัวอย่าง ร้อยละ 15.82 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 17.89ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.94 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 13.59 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 13.35 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ร้อยละ 11.92 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 5.48 เป็นนักเรียน/นักศึกษา ตัวอย่าง ร้อยละ 14.77 ระบุว่าไม่มีรายได้ ร้อยละ 20.89 มีรายได้ต่อเดือน ไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 31.61 มีรายได้ต่อเดือน 10,001 - 20,000 บาท ร้อยละ 13.66 มีรายได้ต่อเดือน 20,001 - 30,000 บาท ร้อยละ 5.48 มีรายได้ต่อเดือน 30,001 - 40,000 บาท ร้อยละ 6.51 มีรายได้ต่อเดือน มากกว่า 40,001 บาท ขึ้นไป และร้อยละ 7.07 ไม่ระบุ



