ข่าว

เปิดโครงสร้างดับไฟใต้ยุค 'คืนความสุข'

เปิดโครงสร้างดับไฟใต้ยุค 'คืนความสุข'

22 มิ.ย. 2557

เปิดโครงสร้างดับไฟใต้ยุค 'คืนความสุข' ลุยคุยสันติภาพ-ปิดช่องปกครองตนเอง

 
                          หลังผ่านการควบคุมอำนาจการปกครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มา 1 เดือนเต็ม จึงเริ่มมีความชัดเจนเกี่ยวกับแนวนโยบายการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็น "วาระแห่งชาติ" ปัญหาหนึ่งของทุกรัฐบาลในห้วง 10 ปีที่ผ่านมา
 
                          วันพุธที่ 18 มิถุนายน 2557 มีการประชุมระหว่างผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ โดยเฉพาะด้านความมั่นคง และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) เพื่อหารือเรื่องกรอบโครงสร้างและการทำงานในภารกิจดับไฟใต้
 
                          ทั้งนี้ การหารือมี 2 ประเด็นหลัก กล่าวคือ ประเด็นที่หนึ่ง โครงสร้างการบริหารจัดการปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ
 
                          -ระดับนโยบาย มีหัวหน้า คสช.เป็นประธาน ทำงานร่วมกับ สมช.
 
                          -ระดับแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติ จะมีการจัดตั้ง "คณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้" ขึ้นมา โดยมีรองผู้บัญชาการทหารบก (รองผบ.ทบ.) ที่ได้รับมอบหมาย เป็นหัวหน้าคณะทำงาน มี สมช.เป็นเลขานุการ เลขาธิการ ศอ.บต. และผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 (ศปป.5) กอ.รมน. (รับผิดชอบปัญหาภาคใต้) เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
 
                          โดยองค์กรที่อยู่ในโครงสร้างระดับนี้ นอกจาก ศปป.5 กอ.รมน. และ ศอ.บต.แล้ว ยังมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กพต. ตามกฎหมาย ศอ.บต. (พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553) และคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กปต. ซึ่งมีผู้แทนส่วนราชการ 17 กระทรวง 66 หน่วยงานเข้าร่วม
 
                          -ระดับปฏิบัติการในพื้นที่ มี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นหน่วยนำ โดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นหัวหน้า และให้ กอ.รมน.จังหวัด กองกำลังตำรวจ (ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศชต.) กองกำลังของทหาร (หน่วยเฉพาะกิจทหารหลักและทหารพราน) รวมทั้ง ศอ.บต.ส่วนหน้า (หน่วยย่อยของ ศอ.บต. แยกรายจังหวัด) ขึ้นการบังคับบัญชากับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
 
                          ประเด็นที่สอง วางกรอบแนวทางและกลไกการพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ โดยได้มีการหารือเรื่องโครงสร้างที่รับผิดชอบกระบวนการพูดคุย เริ่มจาก
 
                          -ระดับนโยบาย มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน สมช.เป็นเลขานุการ
 
                          -ระดับผู้ดำเนินกระบวนการพูดคุย จะมีการดึงผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เช่น กอ.รมน. ศอ.บต. กระทรวงกลาโฆม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น
 
                          -ระดับประสานการปฏิบัติในพื้นที่
 
                          สำหรับคณะพูดคุยสันติภาพ ให้ผ่านการคัดเลือกจากนายกรัฐมนตรี และมีรูปแบบการพูดคุยทั้งปิดลับและเปิดเผย พร้อมมีคณะทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม ขณะที่กรอบการพูดคุยจะกำหนดชัดเจน เน้นเรื่องการสร้างสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่ แต่จะไม่มีเรื่อง "การปกครองตนเอง" ทั้งนี้หลักการของการพูดคุย ต้องทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ทำเพื่อขบวนการบีอาร์เอ็น หรือพูโล
 
                          ส่วนสถานะของรัฐบาลมาเลเซีย รัฐบาลไทยจะเชิญเข้ามาเป็นผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยเช่นเดิม
 
                          อีกจุดหนึ่งที่มีการหารือกัน คือ ในส่วนของกระบวนการพูดคุย และการประสานกับภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่ กองทัพจะเป็นผู้กำกับทิศทาง ไม่ปล่อยให้ ศอ.บต. องค์กรอิสระ นักวิชาการ หรือฝ่ายการเมืองเข้ามากำหนดทิศทางเหมือนที่ผ่านมา ระดับพื้นที่มีหน้าที่ประสานกับภาคส่วนต่างๆ ไม่ใช่ขับเคลื่อนเองโดยพลการ แม้แต่การขับเคลื่อนผ่าน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ก็ต้องสอดคล้องกับนโยบายของส่วนกลาง  
 
                          สำหรับสถานะทางกฎหมายของกลไกการพูดคุย คสช.จะพิจารณาออกเป็นประกาศหรือคำสั่งเพื่อให้เห็นว่าการพูดคุยจะมีความต่อเนื่อง และเป็นหลักประกันให้แก่ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
 
                          อย่างไรก็ดี ประเด็นต่างๆ ทั้งหมดนี้จะมีการสรุปเสนอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบและ คสช.พิจารณาในขั้นสุดท้าย แต่หลักการก็คือ คสช.ให้ความสำคัญกับการพูดคุยสันติภาพ และจะพยายามแก้ไขปัญหาอุปสรรคของการพูดคุยที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดผลจริงๆ แต่ก็ต้องตั้งกำแพงไม่ให้มีการเสนอเรื่อง "การปกครองตนเอง" ขึ้นมาพูดคุยหรือเป็นเงื่อนไข และให้การพูดคุยเป็นความรับผิดชอบของทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่อย่างแท้จริง
 
                          แหล่งข่าวจากกองทัพ เปิดเผยว่า พิมพ์เขียวในส่วนของโครงสร้างการบริหารจัดการปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ถือว่าตกผลึกแล้ว และจะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเปิดตัวโครงสร้างใหม่ ในวันจันทร์ที่ 23 มิถุนายนนี้ ส่วนการออกแบบกลไกการพูดคุยสันติภาพยังต้องหารือในรายละเอียดต่อไป