ข่าว

รวบหนุ่มค้ายาพบโอนเข้าบัญชี14ล.

รวบหนุ่มค้ายาพบโอนเข้าบัญชี14ล.

21 มิ.ย. 2557

รวบหนุ่ม ยึดยาบ้ากว่า 6 หมื่นเม็ด ค้นบ้านพบบัญชีธนาคารมีพิรุธ โอน-ถอนทางอิเล็กทรอนิกส์ถึง 14 ล้าน เล็งสอบสวนเชื่อคนในแบงก์ร่วมรู้เห็น

 
                          21 มิ.ย. 57  พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รอง ผบช.ปส. พ.ต.อ.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบก.ปส.1 พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ อำมาตย์โยธิน ผกก.1 บก.ปส.1 พ.ต.ท.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รอง ผกก. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายธีรเดช หรือเบียร์ ระโหฐาน อายุ 27 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 31 มัด รวม 62,000 เม็ด รถยนต์โตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน กฒ 1547 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จับกุมได้ที่ริมถนนรังสิต-นครนายก ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ต่อเนื่องหมู่บ้านย่าน รังสิตคลอง 11 หมู่ 2 ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี 
 
                          พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ป.ป.ส. และ บช.ปส.ได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่บ้านภายในหมู่บ้านย่าน รังสิตคลอง 11 ต.บึงน้ำรักษ์ เป็นแหล่งซุกซ่อนยาเสพติดรายใหญ่ โดยจะใช้รถยนต์ที่ยึดได้เป็นพาหนะในการลำเลียงยาเสพติด จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ นำกำลังวางแผนและสังเกตการณ์ จนกระทั่งเวลา 18.10 น. วันที่ 19 มิ.ย. พบรถคันดังกล่าวขับเข้ามาจอด จากนั้นนายธีรเดช ได้เข้าไปภายในบ้าน สักครู่ก็เดินกลับออกมาพร้อมกับหิ้วถุงสีน้ำตาลมาด้วย ก่อนขับรถออกจากหมู่บ้านวิ่งไปตามถนนรังสิต-นครนายก ได้ประมาณ 100 เมตร แล้วจอดรถ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น พบยาบ้า 10 มัด รวม 20,000 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงหิ้ว ค้นในตัวนายธีรเดช พบยาบ้าอีก 1 มัด จำนวน 2,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกง 
 
                          นอกจากนี้ ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ภายในบ้านยังมียาบ้าเหลืออีก เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้น พบยาบ้า จำนวน 20 มัด รวม 40,000 เม็ดบรรจุอยู่ภายในลังพสาติกสีเทา จึงตรวจยึดไว้ ทั้งนี้ ตามนโยบายของ คสช.ที่จะสั่งการให้จับกุมปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง ล่าสุด บช.ปส.สามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้พร้อมยาเสพติดจำนวนมาก โดยพฤติกรรม คือ รับยาจากนายจ้างตามข้างทางมาเก็บไว้ที่บ้านพัก จากนั้นส่งต่อตามข้างทางเช่นกัน โดยมีคนมารับยาเสพติดเป็นช่วงๆ ไม่เจอหน้ากัน 
 
                          พล.ต.อ.พงศพัศ ระบุว่า อย่างไรก็ตามที่น่าสนใจในคดีนี้จากการค้นที่พัก สามารถตรวจยึดบัญชีธนาคารเป็นของผู้หญิงรายหนึ่งที่นายธีรเดชรู้จัก ซึ่งตรวจสอบจากบัญชีมีเงินเข้าออกจำนวนมาก โดยเฉพาะวันที่ 8 มิถุนายน พบมียอดการโอนเงินเข้าบัญชีถึง 14,473,767 บาท จากนั้นไม่ถึงชั่วโมงก็มีการถอนเงินออก 14,456,899 บาท เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างแน่นอน และที่ผ่านมาก็มีการโอนเงินเข้า-ออก ลักษณะนี้ในบัญชีดังกล่าวมาโดยตลอด บางครั้งโอนมาแต่ถอนออกไม่หมด เช่น โอนเข้า 1 แสน แต่ถอนออก 8 หมื่น เชื่อว่าที่หักไว้คือค่าส่งยา แต่ที่ผ่านมาบัญชีนี้ยอดไม่สูงขนาดนี้ โดยสอบถามผู้ต้องหาได้ค่าจ้างส่งยาบ้าราคาเม็ดละ 1 บาท มัดละ 2,000 บาท 
 
                          "จากนี้ ป.ป.ส. จะร่วมกับ ปปง.ในการตรวจสอบบัญชีที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานธนาคารว่าการโอนเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ จำนวนหลายสิบล้านบาทนั้นไม่น่าทำได้ เพราะคนปกติคงไม่ทำกัน แต่ในเคสนี้สามารถทำได้ ซึ่งต้องตรวจสอบดูด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่ธนาคารมีส่วนรู้เห็นหรือไม่"
 
                          ด้าน พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ปกติแบงก์ชาติจะอนุญาตให้มีการถอนเงินผ่านบัญชีทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้ไม่เกินครั้งละ 2 ล้านบาท แต่ครั้งนี้ถอนได้ในคราวเดียวกัน ซึ่งเชื่อว่าอาจมีคนภายในรู้เห็นการกระทำครั้งนี้ ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังอาจไม่ได้ถือบัญชีเอง แต่มีข้อมูลทั้งหมดมีเลข 7 ตัว ล่วงรู้การโอนเงินจากบัญชีหนึ่งไปอีกบัญชีหนึ่ง ที่ผ่านมาหากมีการถอนเงินล่วงหน้า ต้องมีการแจ้งธนาคารล่วงหน้าก่อน เพราะหากเป็นเงิน 14 ล้านบาท ธนาคารอาจไม่มีสำรองเพียงพอ แต่ต้องเบิกมาเก็บไว้ก่อน ซึ่งจะตรวจสอบในส่วนนี้ต่อไป 
 
                          ส่วนการสอบสวนนายธีรเดช ให้การรับสารภาพว่า เพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นานจากเรือนจำนครนายกในคดียาเสพติดเมื่อปี 2549 โดยมีหน้าที่คอยนำยาบ้ามาเก็บไว้ที่บ้านเช่าหลังดังกล่าว และรอฟังคำสั่งจากพรรคพวกซึ่งถูกจองจำที่เรือนจำระยองว่าจะให้นำยาบ้าออกไปส่งให้ลูกค้าที่ใด โดยจะนำของไปวางตามจุดต่างๆ ของถนนรังสิต-นครนายก คลอง 11 จากนั้นก็จะบอกให้ลูกค้ามารับของตามจุดนัดหมาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดี และขยายผลไปยังผู้ต้องขังในเรือนจำระยองและผู้ร่วมขบวนการต่อไป