
แรงงานเขมรคืนถิ่น-สะเทือนไทย
แรงงานเขมรคืนถิ่น-สะเทือนไทย : พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ /วิจิตร ชุณหกิจขจรรายงาน
ความตื่นตระหนกต่อกระแสข่าวลือภายในประเทศกัมพูชา ที่ว่า ทหารไทยจะจับชาวกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในเมืองไทยและใช้มาตรการรุนแรง ถึงขนาดลือกันว่า มีการใช้อาวุธปืนด้วย โหมกระพือขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทย ทำให้ตลอดสัปดาห์บรรยากาศบริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ และที่ปั๊มแก๊ส บ้านยาง ต.กังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ใกล้ตลาดการค้าชายแดนช่องจอมคึกคักไปด้วยแรงงานหลายร้อยคน ที่ต้องมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ ตม.ก่อนเดินทางกลับบ้านเกิด
แม้จะมีเสียงจอแจจับกลุ่มพูดคุยดังฟังไม่ได้ศัพท์ แต่เนื้อหาในการสนทนาส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด สีหน้าวิตกกังวลต่ออนาคตว่าจะได้เดินทางกลับมาขายแรงงานในประเทศไทยอีกหรือไม่ บางคนทิ้งถิ่นที่อยู่มานาน เมื่อต้องกลับบ้านเกิดอีกครั้งก็เหมือนคนไร้บ้าน ไร้ที่ดินทำกิน และไม่รู้จะอยู่อย่างไร
นางจันนา แคม ทำงานเป็นลูกจ้างร้านขายสินค้าบริเวณด่านช่องสะงำ ตั้งแต่อายุ 17 ปี ปัจจุบันอายุ 24 ปี แต่งงานกับสามีชาวกัมพูชาที่ทำงานอยู่ใกล้กัน มีลูกชายลูกสาวเกิดในประเทศไทย และตั้งใจปักหลักทำมาหากินอยู่ที่ชายแดน โดยใช้ใบผ่านแดนเข้าออก แต่เมื่อมีข่าวว่าทางการไทยจะผลักดันแรงงานกัมพูชากลับประเทศทั้งหมด สร้างความวิตกกังวลใจให้แก่ครอบครัวของเธออย่างมาก เพราะไม่มีบ้านและไม่มีที่ดินทำกินในบ้านเกิดแล้ว แต่หากจำเป็นต้องอพยพก็ต้องกลับไปขออาศัยบ้านญาติ และรับจ้างทำนา ปลูกมันไปพลางๆ โดยจะกลับมาทำงานที่ร้านเดิมทันทีที่ประเทศไทยให้โอกาส
ความกังวลที่เกิดขึ้นนั้น ก็เช่นเดียวกับน้องชายของนางจันนา ที่รีบเดินทางจาก จ.อุดรมีชัย ฝั่งกัมพูชา เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ทหารที่ด่านช่องสะงำ เพื่อขอเข้าเยี่ยมมารดาที่เข้ารับการผ่าตัดในโรงพยาบาล จ.ศรีสะเกษ เมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมทั้งติดต่อขอแพทย์พามารดากลับบ้านที่กัมพูชาด้วย แม้แผลจะยังไม่หายดี เพราะกลัวว่า หากไม่รีบออกจากเมืองไทยในระยะนี้จะไม่ได้กลับบ้านอีกเลย
ขณะที่ นายโซม ลา หัวหน้าคนงานชาวกัมพูชา ที่เข้ามาทำงานรับจ้างก่อสร้างอยู่บริเวณด่านช่องสะงำ และยังมีภาระงานที่ยังไม่เสร็จสิ้นอยู่อีกมาก ซึ่งส่วนตัวไม่เชื่อข่าวลือ เพราะเห็นเหตุการณ์ในประเทศไทยเริ่มสงบ ไม่มีวี่แววแห่งความรุนแรง แต่เมื่อญาติพี่น้องทางบ้านโทรศัพท์มาเร่งรัดสอบถามตลอดด้วยความกังวลอย่างมาก ประกอบกับแรงงานชาวกัมพูชาที่ทำงานด้วยกันกลับบ้านทั้งหมด เขาจึงตัดสินใจลางานและเดินทางกลับกัมพูชาเช่นกัน
"กลับไปก็ไม่มีงานทำ ไม่รู้จะไปทำอะไร อาจจะไปรับจ้างขุดมัน รอที่จะเดินทางกลับมาทำงานในไทยอีกครั้ง เพราะไทยค่าจ้างแรงงานมากกว่ากัมพูชา ความเป็นอยู่ก็ดีกว่า กลับมาครั้งหน้าก็พร้อมจะทำเอกสารต่างๆ ถูกต้องตามที่ไทยกำหนดทุกประการ เพื่อจะได้กลับมาทำงานอีกครั้ง และตลอดไป" นายโซม ลา กล่าวถึงความตั้งใจกลับมาทำงานในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ส่วนผู้ประกอบการในไทยก็ได้รับผลกระทบไม่น้อยจากแรงงานอพยพคืนถิ่นครั้งนี้ "หัตชัย เพ็งแจ่ม" ผู้ประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา อาชีพรับเหมาก่อสร้างอยู่ตามแนวชายแดน จำเป็นต้องใช้แรงงานจากกัมพูชาเป็นจำนวนมาก วันนี้คงเหลือเพียงแรงงานคนไทยไม่กี่คนทำงานอยู่ ทำให้งานคืบหน้าช้ามาก และอาจส่งผลกระทบต่อสัญญาจ้างและราคาต้นทุนวัสดุที่แพงขึ้นทุกวัน
"ทราบว่าข่าวลือมาจากพรรคการเมืองภายในประเทศของเขาเอง เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่า ฮุน เซน เสียชีวิตแล้ว ซึ่งต่อมา ฮุน เซน ก็ออกมาแถลงผ่านทีวีกัมพูชาว่า ยังมีชีวิตอยู่ปกติ และหากจะเสียชีวิตก็จะเสียชีวิตพร้อมกับหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งก็คือ สม รังสี ต่อมาก็มีข่าวออกมาว่า ทหารไทยจะจับแรงงานกัมพูชาแบบกวาดล้างจะเอาไปฆ่าทิ้ง พ่อแม่เขาที่อยู่ในประเทศกัมพูชาก็โทรศัพท์มาบอกให้บรรดาลูกหลานที่เข้ามาทำงานในไทยรีบกลับบ้านกันทุกคน ก็เลยเกิดการแตกตื่นกันยกใหญ่ แห่เดินทางกลับ จนขณะนี้ขาดแคลนแรงงานเป็นอันมาก" นายหัตชัย กล่าวถึงปัญหาที่ธุรกิจของไทยได้รับผลกระทบ
ด้าน พ.ต.ท.สุรพงษ์ วิเศษชลธาร รักษาการสารวัตรใหญ่ ตม.ศรีสะเกษ บอกว่า เมื่อ 4-5 วันที่แล้ว เกิดสภาวะตื่นตระหนกของแรงงานต่างด้าวที่มีการออกข่าวการจัดระเบียบแรงงานในไทยของ คสช. ทำให้แรงงานกัมพูชาทยอยเดินทางกลับประเทศ ขณะเดียวกันได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชาในการนำรถทัวร์ รถบัส มารอรับแรงงานที่จะเดินทางผ่านจุดผ่านแดนช่องสะงำแห่งนี้
"มีแรงงานและนักท่องเที่ยวจากกัมพูชาสอบถามว่า จะขอเข้าประเทศไทยเหมือนเดิมได้ไหม จะมีเหตุการณ์รุนแรงอะไรเกิดขึ้นกับเขาไหม จะปลอดภัยไหม มีการจับคนกัมพูชาที่เป็นแรงงานไม่ถูกต้องจริงหรือเปล่า ซึ่งได้ประสานข้อมูลจากฝ่ายทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนร่วมกัน ชี้แจงสร้างเข้าใจไปว่า ไม่มีอะไร ยังสามารถเข้าออกตามปกติ แต่ขั้นตอนต่างๆ ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายไทย" พ.ต.ท.สุรพงษ์ กล่าวถึงสถานการณ์และการทำความเข้าใจกับข่าวลือผิดๆ
ส่วนที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม พ.อ.กิตติศักดิ์ บุญพระธรรมชัย ผบ.ฉก.ที่ 2 กรมทหารราบที่ 23 มอบหมายให้ ร.ท.ถวิล แก้วเจ๊ก หน.กกร.ฉก.ที่ 2 ร.23 ไปพบปะพูดคุยทำความเข้าใจกับพ่อค้าแม่ค้าและลูกจ้างขายของในตลาดการค้าชายแดนกัมพูชา ประมาณ 200 คน ได้รับทราบถึงข่าวลือว่าเป็นข่าวโคมลอย ทำให้ชาวกัมพูชาเกิดความกลัว เข้าใจผิด และรังเกียจเจ้าหน้าที่ไทย ซึ่งเรื่องทั้งหมดเป็นการกุข่าวทำลายชื่อเสียงประเทศไทย ขอให้ชาวกัมพูชาทุกคนที่มารับจ้างแรงงาน หรือค้าขายอยู่ ไม่ต้องวิตกกังวลใดๆ ทั้งสิ้น
หลังจากใช้เวลากว่าสัปดาห์ในการสกัดและคลี่คลายข่าวลือที่สร้างผลเสียหายในเรื่องนี้ผ่านไปแล้วนั้น ต้องถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญอันหนึ่งที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานภาครัฐต้องตระหนักถึงความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์...
---------------------------
(หมายเหตุ : แรงงานเขมรคืนถิ่น-สะเทือนไทย : พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ /วิจิตร ชุณหกิจขจรรายงาน)



