ข่าว

ปิดลับก.ก.สอบ'ยี่ปั๊ว-มาเฟีย'ลอตเตอรี่

ปิดลับก.ก.สอบ'ยี่ปั๊ว-มาเฟีย'ลอตเตอรี่

20 มิ.ย. 2557

ปิดลับก.ก.สอบ'ยี่ปั๊ว-มาเฟีย'ลอตเตอรี่ คตร.กลัวล็อบบี้สั่งตรวจหายกว่า4หมื่นฉบับที่กรุงเก่า

             20มิ.ย.2557 พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบก ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ความคืบหน้าในการตรวจสอบ 8 โครงการของรัฐ ในส่วนที่เกี่ยวกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และ วิทยุโทรทัศน์ (กสทช.) และ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ใกล้จะเสร็จแล้ว ส่วนโครงการบริหารระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้าของ ทอท. และ โครงสร้างเครือข่าย 3 จีของ ทีโอที ต้องใช้เวลาตรวจสอบอีกเล็กน้อยเพราะมีหลายขั้นตอน ทั้งนี้ โครงการใดตรวจสอบแล้วก็จะชี้แจงให้สาธารณชนได้รับทราบเป็นระยะ

             สำหรับนโยบายของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการตรวจสอบล็อตเตอรี่จำหน่ายเกินราคานั้น พล.ท.อนันตพร กล่าวว่า ในส่วนของ คตร. จะตรวจสอบเฉพาะในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณของ กองสลากกินแบ่งรัฐบาลว่ามีความเกี่ยวข้องกับการที่ทำให้ล็อตเตอรี่ราคาแพงหรือไม่ ซึ่งเป็นส่วนของต้นทุน การประมูลและระบบโควต้า สำหรับกรณีของยี่ปั้วหรือกลุ่มอิทธิพลที่กินส่วนต่างนั้นจะมีคณะกรรมการอีกหนึ่งชุดที่อยู่ในอีกส่วนงานรับผิดชอบแต่ยังไม่ขอเปิดเผย เพราะ คสช.ไม่อยากให้มีการวิ่งเต้นหรือมาขอเข้าพบจึงไม่อยากให้รู้ว่าใครเป็นผู้ดูแลในส่วนนี้

             ประธานคตร.ยังกล่าวถึงกรณีที่กองสลากฯได้จัดส่งสลากกินแบ่งฯ งวดวันที่ 1 ก.ค. ให้แก่ตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาคทางไปรษณีย์แต่ระหว่างนำส่งไปรษณีย์พระนครศรีอยุธยาให้ผู้ว่าฯเจ้าหน้าที่ทำหล่นหายจากรถยนต์จำนวน 42,800 ฉบับว่า ได้สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอยู่ โดยแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการดูที่มาที่ไปของเรื่องดังกล่าวด้วย

             ส่วนกรณีที่คสช.ได้ขอให้คตร.เข้าไปตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณท้องถิ่นและกองทุนต่าง ๆ นั้น พล.ท.อนันตพร กล่าวว่า ถือว่างบประมาณในส่วนนี้คิดเป็นสัดส่วนค่อนข้างมาก คือประมาณ 27% ของงบประมาณแผ่นดินทั้งหมดแต่การใช้จ่ายในระดับขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเป็นอิสระและติดตามตรวจสอบยากสำหรับการรั่วไหลในการใช้จ่าย ทั้งนี้คตร. จะเน้นหนักเรื่องระบบการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ โดยได้มีการเชิญกระทรวงมหาดไทยมาหารือแล้ว เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยเป็นต้นทางของการจัดสรรงบประมาณที่ผ่านเป็นลำดับชั้นไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด อบจ. อบจ.

 

นำตัวพนักงานขับรถไปรษณีย์สอบปากคำเพิ่มเติม
 
               เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.ต.เสริมคิด สิทธิชัยกานต์ ผบภ.พระนครศรีอยุธยา  นำตัวนายวรวัฒน์ พรหมอยู่ อายุ 25 ปี บ้านอยู่ 123/23 ต.หอรัตนชัย อ.พระนครศรีอยุธยา   พนักงานขับรถของไปรษณีย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปสอบสวนที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยนายวรวัฒน์ ให้การว่าก่อนหน้านี้เวลาประมาณ 13.45 น. วันที่ 5 มิ.ย. ได้ขับรถกระบะ  สีแดง ทะเบียน ฮจ 712 กทม. ของสำนักงานไปรษณีย์ซึ่งมีลักษณะมีห้องเก็บด้านหลังและมีประตูปิดเปิด ออกจากไปจากสำนักงานที่หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อนำห่อซึ่งบรรทุกสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 16 มัด เป็นห่อสีน้ำตาล มีสลากกินแบ่งมัดละ 21,400 ฉบับ ไปส่งยังศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อส่งมอบต่อให้เสมียนตราจังหวัดนำแจกจ่ายตามขั้นตอน

               ปรากฏว่าขณะที่วิ่งรถผ่านบริเวณวัดใหญ่ชัยมงคล ซึ่งเป็นทางโค้ง สังเกตเห็นประตูที่ห้องเก็บของท้ายรถเปิดออก โดยมองจากกระจกหลัง จึงได้จอดรถทันที จากนั้นได้ลงไปตรวจสอบพัสดุทั้งหมด พบว่ามีห่อพัสดุหายไป 2 ห่อ รวมสลากกินแบ่งจำนวน 42,800 ฉบับ ซึ่งเป็นสลากงวดประจำวันที่ 1 ก.ค.57 จึงได้ปิดประตูท้ายแล้วขับรถวนหาอยู่ 2-3 รอบตามเส้นทางเดิม แต่ไม่พบ จึงได้ไปส่งมอบให้เสมียนตราจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกลับไปแจ้งกับต้นสังกัดที่ไปรษณีย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนที่จะไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่ออายัดสลากกินแบ่งที่สูญหาย เป็นเลขชุด 11 12 21 22 29 30 ซึ่งทางไปรษณีย์ได้แจ้งประกาศ มีรางวัลสำหรับผู้นำส่งคืน ห่อละ 1 หมื่นบาท

               พล.ต.ต.เสริมคิด กล่าวว่าใครพบให้นำส่งคืน หากเก็บเอาไว้และหากมีการตรวจพบ จะมีความผิดได้

 

คสช.เคลียร์"ประภัสร์"ยืมพื้นที่จัดระเบียบรถตู้

 

               พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) กล่าวถึง กรณีที่นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย คัดค้าน การย้ายวินรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปยังสถานีแอร์พอร์ตลิงค์ มักกะสัน ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เพื่อจัดระเบียบวินรถตู้รอบพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อแก้ปัญหาการจราจร ว่า ล่าสุดได้พูดคุยและทำความเข้าใจกับนายประภัสร์เรียบร้อยแล้ว โดยเราอธิบายไปว่าแค่ต้องการยืมพื้นที่ทดลองใช้ 1 เดือน เพื่อจัดระบบรถตู้ให้เข้าที่เข้าทาง เพราะเห็นว่าเป็นที่ว่างไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ทั้งนี้เราจะพยายามดำเนินการไม่ให้เกิดผลกระทบกับใครทั้งสิ้น เราไม่อยากให้ใครเดือดร้อน เมื่อครบกำหนดก็ต้องหาพื้นที่ใหม่มารองรับหากดำเนินการสำเร็จ โดยนายประภัสร์ ก็เข้าใจและไม่ขัดข้อง ทั้งนี้เราต้องการดูว่าการจัดระเบียบเป็นอย่างไร ทั้งการจราจร ผู้ประกอบการ ผู้ใช้บริการ

               อย่างไรก็ตาม การดำเนินการจัดระเบียบทั้ง รถตู้ แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ มีความคืบหน้าไปมากแล้ว และได้พูดคุยกับทุกส่วนโดยเราจะสรุปการทำงานในขั้นที่ 2 คือดูรายละเอียดการดำเนินการ ทั้งการแก้ พรบ.กฎกระทรวงต่าง ๆ โดยให้ฝ่ายกฎหมายของคสช. ดูรายละเอียดก่อนจะเสนอให้คสช.พิจารณา

               "คสช.มีนโยบายชัดเจนว่าการจัดระเบียบ รถตู้ แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ให้เอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง แต่ต้องคำนึงถึงผู้ประกอบการด้วย ดังนั้นต้องแก้ไขทั้งระบบ ต้องทำให้ตกผลึกก่อนเสนอคสช.พิจารณา ซึ่งการลงพื้นที่ของผบ.หน่วยที่รับผิดชอบในส่วนต่าง ๆ ทำให้พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร"ผบ.กกล.รส.กล่าว

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 21 มิ.ย. พล.ต.สมโภชน์ วังแก้ว ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2รอ.) เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมเรื่องการจัดระเบียบคิวรถตู้ เวลา 14.00 น. ที่ พล.ม.2 รอ.