ข่าว

พบอีก!อาวุธสงครามทิ้งย่านบางกรวย

พบอีก!อาวุธสงครามทิ้งย่านบางกรวย

20 มิ.ย. 2557

พบอาวุธสงครามใส่ในถุงพลาสติกสีดำ นำมาทิ้งข้างทางภายในซอยที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พ

 

 
          วันที่ 20 มิ.ย.57 เมื่อเวลา 01.00 น. พ.ต.ท.บุญชู สงสุวงษ์ พงส.(สบ.3.) สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ได้รับแจ้ง ร.ท.ปิยะวัฒน์ ชยวัฒน์ศรีกุล สังกัด ปตอ.พ.5 ว่าพบอาวุธสงคราม ถูกนำมาทิ้งข้างทางภายในซอย บ้านตากแดด ถนน นครอินทร์ หมู่ 2 ต.บางขนุมอ.บางกรวย จ.นนทบุรี หลังได้รับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก.รรท.ผบช.ภ.1พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ รอง ผบช.ภ.1 รรท.ผบก.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.กิตติ สกุณี ผกก.สภ.บางกรวย พ.ต.ท.ธรรศกร ก้อนทอง รอง ผกก.สส.และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย
 
          ที่เกิดเหตุพบว่าคนร้ายได้นำอาวุธสงคราม ใส่ถุงพลาสติกสีดำนำมาทิ้งข้างทาง จึงได้เปิดตรวจสอบภายในมีอาวุธปืน เอ็ม 16จำนวน 1 กระบอก แมกาซีน 1 อัน อาวุธปืน อาก้า จำนวน 1 กระบอก แมกาซีน 2 อัน อาวุธปืนลูกซอง 5นัด จำนวน 1 กระบอก ระบุหมายเลขทะเบียน กท-3951055 อาวุธปืนพกสั้นขนาด 380 จำนวน1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 24 นัด เครื่องกระสุนปืนอาก้า จำนวน 39 นัด เครื่องกระสุนปืน เอ็ม 16 จำนวน 3นัด เครื่องกระสุนปืนขนาด .22จำนวน 4 นัด จึงได้เก็บไว้เป็นของกลาง
 
          พล.ต.ต.ศรีวราห์ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ทหารว่า ได้ตรวจพบอาวุธสงครามดังกล่าว จึงได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และจากการตรวจสอบก็พบอาวุธสงครามดังกล่าว จึงได้สั่งให้นำส่งตรวจเพื่อหาลายนิ้วมือแฝง และตรวจสอบอีกว่าเคยใช้ในการก่อเหตุมาหรือไม่ ซึ่งเชื้อว่าทางเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจระดมกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ที่เก็บอาวุธไว้ได้นำออกมาทิ้งเพราะกลัวจะถูกจับกุม




ระดม"ตำรวจ"จับอาวุธสงครามทั่วประเทศ "บช.น."ปล่อยแถวสนอง"คำสั่ง"
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เวลา 15.00 น.ที่ลานพนะบรมรูปทรงม้า พล.ต.อ. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร.เป็นประธานปล่อยแถวระดมกำลังตำรวจนครบาลร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารกวาดล้างอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงเน้นการตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ อาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมให้การดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยมีเป้าหมายดูแลพื้นที่ให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยโดยดำเนินการอย่างเข้มข้นในรอบ 7 วัน รวมถึงเป้าหมายในการกดดันป้องปรามบุคคล สถานที่และสื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านหรือหรือการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีรายงานด้านการข่าวว่ากลุ่มที่มีความเห็นต่างจะออกมาระดมแนวร่วมมวล ชนออกมาเคลื่อนไหวในช่วงวันที่ 19-21มิ.ย.ในหลายพื้นที่ซึ่งเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์และนโยบายในการบริหาร ราชการของหัวหน้า คสช.
 
          ทั้งนี้การระดมกำลังตำรวจนครบาลสนธิเจ้าหน้าที่ทหารทำหน้าที่ดังกล่าวเป็นผลจากรรท.ผบ.ตร.มี บันทึกข้อความด่วนที่สุดที่ 0001(ศปภ.ตร.)/309 ลงวันที่ 16 มิ.ย. ถึง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.ผบช.น.และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคมภายหลัง คสช.ประกาศยกเลิกการห้ามออกนอกเคหะสถานโดยให้ทุกหน่วยเร่งรัดดำเนินการดูแล รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดพร้อมให้สืบสวนหาข่าว ตรวจสอบ ติดตาม บุคคล และสถานที่เป้าหมายเพื่อเข้าไปชี้แจงทำความเข้าใจขอความร่วมมือให้ยุติการ กระทำหยุดพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยก แบ่งฝ่ายและให้ร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการสนับสนุนการปรองดอง สมานฉันท์โดยให้ประสานกับกน่วยงานทหารในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ อาวุธปืน อาวุธ สงคราม วัตถุระเบิด ยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องโดยให้เพิ่มระดับการปฏิบัติใน พื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวรุนแรงโดยมีนายตำรวจระดับที่ปรึกษา สบ. 10 และ ผช.ผบ.ตร.สายงานด้านความมั่นคงและป้องกันปราบปรามกำกับดูแลการปฏิบัติอย่าง ใกล้ชิดให้รายงานผลปฏิบัติของทุกหน่วยงานมายัง ตร.ในเวลา 07.00 น.ทุกวัน
 
          ด้านพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รอง ผบ.ตร.) กำกับดูแลงานด้านความมั่นคงมีคำสั่งเน้นย้ำมายังกองบัญชาการตำรวจนครบาลว่า ให้ตำรวจนครบาลร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทหารปูพรมกวาดล้างจับกุมอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และยาเสพติด เพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมไปถึงเป็นการแสดงศักยภาพการทำงานระหว่างตำรวจ และทหาร หลังการข่าวพบว่าอาจมีการเคลื่อนไหว และนำอาวุธสงครามจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล พร้อมกำชับเรื่องการตั้งด่านความมั่นคงตรวจตรารถยนต์ราคาแพงหรือรถที่มี ทะเบียนประมูลมากกว่าปกติเพราะอาจเป็นรถยนต์ของกลุ่มผู้มีอิทธิพล ซึ่งจะพกพาอาวุธเป็นประจำพร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่ครอบครองอาวุธสงครามให้นำ อาวุธมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารได้ทุกเวลาแต่หากไม่นำมาในตอนนี้จะถือ ว่ามีความผิดฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
 
          ส่วน พล.ต.ต.ฉันทวัชย์ รามสูตร รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการปราบปรามอาชญากรรมรายงานผลปฏิบัติการป้องกันปราบปราม อาชญากรรมคดีอาญา 5 กลุ่มต่อ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.ผบช.น.และผู้บังคับบัญชาระดับสูงว่า ตามคำสั่การ ตร.ที่ 0001 (ปป.)/268ลงวันที่ 8 มิ.ย.2557 ให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลระดมกวาดล้างอาชญากรรมคดีอาญา5กลุ่ม ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิดทุกชนิด ยาเสพติด การลักลอบเล่นการพนันทุกประเภทระหว่างวันที่ 9-15 มิ.ย.ที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติดังนี้ จับกุมคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาได้ 2 รายผู้ต้องหา 4 คน จับกุมคดีค้างเก่าฆ่าผู้อื่นและปล้นทรัพย์ 4 รายผู้ต้องหา 5 คน จับกุมความผิดคดีความผิดต่อชีวิตร่างกายและเพศข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ทำร้ายร่างกายและข่มขืนกระทำชำเราได้รวม9 คดีผู้ต้องหา 9 คนเป็นคดีตามหมายจับค้างเก่า5คดี
 
          คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์จับกุมได้ ทั้งหมด 20 คดีผู้ต้องหา 21 คนและตามจับคดีค้างเก่าได้17 คดีผู้ต้องหา 17 คนความผิดข้อหาลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ กลุ่มคดีอาญาที่น่าสนใจจับกุมได้ทั้งหมด 1 คดีเป็นคดีความผิดฉ้อโกงและตามจับกุมคดีค้างเก่าได้ 4 คดีผู้ต้องหา 4 คนความผิดข้อหายักยอกและฉ้อโกง กลุ่มคดีความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหายจับกุมคดีอาวุธปืนอาวุธสงครามรวม 44คดีผู้ต้องหา 44 คน ความผิดเกี่ยวกับสื่อลามก 2 คดีผู้ต้องหา 4 คน คดีความผิดเกี่ยวกับบุหรีและสุราเช่นขายในเวลาห้าม ขายโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นต้นจับกุมได้ 155 คดีผู้ต้องหา 177 คน ความผิดเกี่ยวกับการพนันจับกุมได้ 77 รายผู้ต้องหา 99 คนความผิดเกี่ยวกับการค้าประเวณี 12 รายผู้ต้องหา 12 คนและความผิดเกี่ยวกับสถานบริการเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาตและปล่อยให้มียาเสพ ติดรวม 50 คดีผู้ต้องหา 58 คน



........................................
(หมายเหตุ ภาพประกอบข่าว)