
บิ๊กกรมจัดหางานงง!คสช.สั่งเด้งเข้ากรุ
'อธิบดีกรมการจัดหางาน'เผย งง ตกใจถูกเด้ง 'วินธัย' วอนใช้วิจารณญาณข่าวลือแรงงานต่างด้าว ชี้คนได้ประโยชน์จากค้าแรงคนปล่อย แรงงานเขมรแห่กลับน้อยลง
19มิ.ย.2557 ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกคำสั่งฉบับที่ 70/2557 เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ ระบุว่า เพื่อให้การแก้ไขปัญหาและการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้ 1. ให้นายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน มาปฏิบัติราชการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน 2. ให้นายสุเมธ มโหสถ รองปลัดกระทรวงแรงงาน มาปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมการจัดหางานอีกหน้าที่หนึ่ง โดยได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน
3.ให้นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานต่างด้าว มาปฏิบัติหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน 4. ให้นายพิชิต นิลทองคำ จัดหางานจังหวัดชลบุรี มาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานต่างด้าว โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 19 มิถุนายน พุทธศักราช 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้น
ล่าสุดนายประวิทย์ เปิดใจว่า ยังงง และตกใจกับข่าวที่เกิดขึ้นเพราะไม่รู้ตัวมาก่อนว่าจะถูกย้าย จนถึงขณะนี้(19มิ.ย.57)ตนยังไม่ทราบข่าวที่ออกมาเลยว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่เมื่อเช้าของวันนี้(19มิ.ย.)ปลัดกระทรวงแรงงานเชิญประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงานกันอย่างเคร่งเครียด คาดว่าจะมีวาระสำคัญหลายเรื่อง กว่าจะเสร็จสิ้นการประชุมน่าจะเป็นช่วงเย็นๆ
"ผมไม่ทราบถึงสาเหตุของการถูกย้ายให้ไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผมโดนย้ายก็ไม่เป็นไรครับ ทุกอย่างผมทำตามหน้าที่ ที่กฏหมายเอื้ออำนวยให้ผมสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ผมทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว แต่อาจจจะไม่ถูกใจทุกคน ในชีวิตข้าราชการของผมผู้บังคับบัญชารสั่งให้ทำก็ต้องปฏิบัติตาม ผมไม่มีร้องขออะไรอยู่แล้วครับ เพราะชีวิตราชการเหลืออยู่ 3 ปี หากเห็นว่าผมพอจะมีประโยชน์ให้กับบ้านเมืองบ้าง ย้ายไปที่ไหนผมก็ยินดี" นายประวิทย์ กล่าว
นายประวิทย์ กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้ ตนและปลัดกระทรวงแรงงาน ได้ลงพื้นที่ จ.ชลบุรี พบปะพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจผู้ประกอบการและแรงงานต่างด้าว และหัวหน้าส่วนราชการ กระทรวงแรงงาน ภาคตะวันออก รับทราบแนวทางการแก้ปัญหา พร้อมแจกใบปลิวเป็นภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังเตรียมจะเปิด 3 ด่าน ในภาคตะวันออก เพื่อนำเข้าแรงงานกัมพูชาอย่างถูกกฎหมายอีกด้วย ไม่คิดว่าพอมาถึงวันนี้ตนจะโดยย้ายเสียแล้ว
“วินธัย”ชี้คนปล่อยข่าวได้ประโยชน์จากค้าแรง
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะคณะทำงานโฆษกคสช. กล่าวถึงกรณี รมว.มหาดไทยกัมพูชา เรียกร้องให้ทางการไทยรับผิดชอบ จากการที่แรงงานกัมพูชา เดินทางกลับประเทศ ว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานและทำความเข้าใจ ซึ่งต้องดูว่าข่าวดังกล่าวนั้นมาจากรมว.มหาดไทยกัมพูชา จริงหรือไม่ เพราะยังไม่ได้รับการยืนยัน สำหรับช่องทางในต่างประเทศนั้นกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้หัวหน้าคสช.ได้เน้นย้ำว่า ทันทีที่มีกระแสข่าวลือออกมา ท่านได้ให้ทำความเข้าใจภายในประเทศผ่านผู้ประกอบการ ผ่านหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อผ่านไประยะหนึ่งเราสืบทราบได้ว่ามีการสร้างข่าวจาดฝั่งกัมพูชาด้วย เมื่อได้ทราบกรณีดังกล่าวกระทรวงการต่างประเทศ จึงได้ชี้แจงกับเอกอัคราชทูตทั้งไทยและกัมพูชา เพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกัน ขณะเดียวกันหน่วยงานราชการที่มีช่องทางอยู่ในต่างประเทศ อย่างกระทรวงกลาโหม ก็ได้ใช้ทูตทหาร ในการทำความเข้าใจด้วย
“เราได้พยายามอธิบายให้ฟังว่าแรงงานสามารถอยู่ทำงานได้ ส่วนเรื่องเอกสารก็ค่อยปรับไป และให้มองไปตามวิถีทางธรรมชาติความเป็นอยู่ในประเทศ ความเป็นอยู่เราไม่ดำเนินการโดยใช้ความรุนแรงอยู่แล้ว และมาตรการทางทหาร แม้เจ้าหน้าที่ทหารจะมีบทบาทในการรักษาความสงบ แต่ไม่ได้ใช้มาตรการทางด้านกฎหมายเป็นหลัก แต่เน้นใช้หลักสร้างความเข้าใจ” พ.อ.วินธัย กล่าว
เมื่อถามว่าเรื่องดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของไทยและกัมพูชาหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไร เป็นเพียงการสื่อสารและความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นจากการสร้างข่าวลือ เพราะโดยธรรมชาตินั้นเป็นไปไม่ได้ในโลกปัจจุบันที่จะมีการทารุณกรรม บังคับแรงงานต่างด้าว โดยผู้ที่รับข่าวสารนั้นต้องมีวิจารญาณพอสมควร ทั้งนี้ได้มีข้อมูลแจ้งให้ทราบด้วยว่า กระบวนการปล่อยข่าวจากผู้ไม่หวังดีส่วนหนึ่งมาจากผู้ประกอบการค้าแรงงาน ที่อาจจะแสวงประโยชน์จากสถานการณ์นี้ สำหรับประเด็นทางการเมืองนั้นยังไม่ตั้งสมมุติฐานอย่างนั้น เพราะจากที่ได้ฟังท่าทีของกัมพูชาได้มีความเข้าใจสถานการณ์ในไทย สำหรับตัวเลขแรงงานต่างด้าวที่เดินทางออกไปนั้น ต้องใช้เวลาในการพิสูจณ์ว่ามีแรงงานที่ออกไปเพราะความตื่นตระหนกเท่าไร เพราะข้อมูลแรงงานเดินทางออกประเทศนั้น มีทั้งแรงงานที่เข้ามาทำงานครบกำหนด 4 ปี เฉพาะประเทศกัมพูชาก็มีกว่า 6 หมื่นรายแล้ว รวมถึงแรงงานที่ทำงานแบบไปเช้าเย็นกลับด้วย
โยน บ.ส่งแรงงานรับผิดชอบแรงงานเขมรสังเวยชีวิต
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกระแสข่าวองค์การสหภาพยุโรป (อียู) ลดระดับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการเมืองกับไทย ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดจึงขอดูข้อมูลเบื้องต้นก่อน หากเป็นความจริงหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจน่าจะรายงานให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะของหัวหน้าคสช.ทราบ โดยการประชุมช่วงเช้าที่ผ่านมายังไม่มีพูดถึงเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด
ส่วนกรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของประเทศกัมพูชาเรียกร้องให้ไทยรับผิดชอบจากกาการเดินทางกลับประเทศของแรงงานกัมพูชา และมีการเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บนั้น ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า การเดินทางกลับอาจมีอุบัติเหตุระหว่างเดินทางซึ่งไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของคสช. และเป็นความรับผิดชอบของผู้ที่จัดส่งแรงงานกลับประเทศมากกว่า ทั้งนี้เราได้สร้างความมั่นใจกับประเทศเพื่อนบ้านว่าไทย ไม่มีนโยบายผลักดันแรงงานต่างด้าวกลับประเทศต้นทางแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามทางคสช.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องแรงงานต่างด้าวในระยะยาวแล้วโดยจะเน้นในเรื่องการดูแลให้สอดคล้องตามหลักสิทธิมนุษยชนที่แรงงานทุกชาติพึ่งได้รับ และให้พวกเขาสามารถทำงานในประเทศไทยได้อย่างมีความสุข
เมื่อถามถึงผลกระทบการขาดแคลนแรงงานภายหลังแรงงานต่างด้าวเดินทางกลับประเทศจำนวนมากนั้น ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า เบื้องต้นเป็นการเดินหน้าชี้แจงทำความเข้าใจกับตัวแรงงานต่างด้าว ซึ่งตนคิดว่าแรงงานมีความเข้าใจข้อเท็จจริงดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น ในพื้นที่แรงงานจังหวัดทางคสช.ก็ได้ลงพื้นที่สร้างความใจ และอำนวยสะดวกในการจัดตั้งศูนย์ขึ้นทะเบียนแบบเบ็ดเสร็จในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศเพื่ออำนวยความสะดวก ให้แรงงานมาขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการเฉพาะหน้า โดยในระยะยาวจะเร่งทำความเข้าใจต่อไป
เมื่อถามว่าขณะนี้แรงงานกัมพูชาได้เดินทางกลับประเทศต้นทางจำนวนมาก ทางคสช.จะประสานกับกัมพูชาให้ดำเนินการกับแรงงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนกลับเข้าทำงานที่ไทยหรือไม่ ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นไปตามกระบวนการของกระทรวงแรงงาน ส่วนหนึ่งของแรงงานที่กลับประเทศไปเข้ามาตามข้อตกลงที่ถูกต้องตามกฎหมายและกลับประเทศตนเองเมื่อครบกำหนดการทำงานในประเทศไทยครบ 4 ปี จากนั้นพอกลับประเทศตนเองครบ 3 ปีก็สามารถกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้ ส่วนการขาดแคลนแรงงานก่อสร้างและแรงงานประมง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังหารือถึงวิธีการแก้ไขปัญหาอยู่ สำหรับแรงงานที่เข้ามาผิดกฎหมายแต่มีการพิสูจน์สัญชาติแล้วก็สามารถทำงานที่ประเทศไทยได้อีก 4 ปี และสามารถต่อวีซ่าไปได้อีก 2 ปีหากพาสปอร์ตไทยยังอยู่
เมื่อถามว่าการหักหัวคิวผู้จัดส่งแรงงานต่างด้าว ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ทางคสช.จะมีมาตรการจัดการอย่างไร ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเข้าดูแลให้เรียบร้อย ช่วงนี้เป็นช่วงของการรวบรวมข้อมูลและรวบรวมแนวทางมาตรการที่จะนำมาเสนอหัวหน้าคสช.อีกสักระยะถึงจะทราบผล อย่างไรก็ตามเราได้มอบหมายให้นายจ้างจัดทำบัญชีลูกจ้างต่างชาติที่มีอยู่ให้เรียบร้อย เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ
เมื่อถามว่าหัวหน้าคสช.ได้พุดคุยเป็นการส่วนตัวกับทางประเทศกัมพูชาหรือไม่ ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุย แต่หัวหน้าคสช.มีความห่วงใยและเน้นให้คณะทำงานสร้างความเข้าใจและอำนวยความสะดวกให้แรงงานต่างด้าว ทั้งเรื่องการจัดศูนย์ลงทะเบียนแรงงานตอนนี้อยู่ในระหว่างเราคณะทำงานรายงานเข้ามาส่วนกลาง
แรงงานเขมรแห่กลับน้อยลงมั่นใจเปิดศูนย์รับแห่มาสมัครแน่
พ.อ.พิชิต มีคุณสุต ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา ร่วมกับ พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด ผกก.ตม.สระแก้ว ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จ.สระแก้ว ประสานกับ พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต สวป.สภ.คลองลึก และนายวนวัฒน์ ทัศนเสถียร นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ ออกแจกใบปลิวประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้ชาวกัมพูชาทราบว่ากรณีแรงงานชาวกัมพูชาแห่กลับประเทศหลัง คสช.จะจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวนับแสนคน หลังตื่นตกใจกับข่าวลือที่ว่า คสช.จะสั่งกวาดล้างจับกุมครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจก่อสร้างและการเกษตรที่ส่วนใหญ่ใช้แรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งกระทรวงต่างประเทศต้องเชิญเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยมาหารือให้ช่วยชี้แจงไปยังประชาชนชาวกัมพูชาไม่ให้แตกตื่นกับข่าวดังกล่าวแล้วนั้น
ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดสระแก้วว่า แรงงานชาวกัมพูชาเริ่มชะลอการเดินทางกลับประเทศแล้ว โดยเมื่อตอนสายวันที่ 18 มิ.ย.ที่บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว บรรยากาศเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อพ่อค้าแม่ค้าและกรรมกรชาวกัมพูชาจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เดินทางกลับเข้ามาค้าขายและรับจ้างในตลาดโรงเกลือตามปกติ ในขณะที่แรงงานชาวกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศก็เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง
ต่อมา พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด ผกก.ตม.สระแก้ว กล่าวว่า หลังออกแจกใบประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้ชาวกัมพูชาบริเวณตลาดโรงเกลือและหน้าจุดผ่านแดนคลองลึก อำเภออรัญประเทศ ทราบว่า ข่าวลือที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง นโยบายของ คสช.ไม่มีการสั่งให้กวาดล้างแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย แรงงานยังคงทำงานในสถานประกอบการในไทยได้ตามปกติ เจ้าหน้าที่จะเข้าไปจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานผิดกฎหมายให้สามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบของนายจ้างและการค้ามนุษย์ ขออย่าได้ตื่นตระหนกหรือหลงเชื่อข่าวลือดังกล่าว
ขณะที่ลานสยามมินทร์ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองอรัญญประเทศ จ.สระแก้ว ยังคงมีแรงงานชาวกัมพูชาหลายร้อยคนที่เดินทางมากับรถไฟและรถโดยสายต่างๆ ทยอยเดินทางมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ก่อนส่งกลับประเทศ โดยมีเจ้าหน้าที่จากจังหวัดทหารบกสระแก้ว สภ.อรัญประเทศ และประชาชนชาวอรัญประเทศ นำอาหารและเครื่องดื่มมาให้บริการ รวมทั้งจัดชุดมวลชนสัมพันธ์ นำวงดนตรีมาเล่นให้ความบันเทิงเพื่อเป็นการผ่อนคลาย ทำให้แรงงานชาวเขมรซาบซึ้งใจ บางคนถึงกับเอ่ยปากว่าจะเดินทางกลับมาทำงานในประเทศไทยอีกแน่นอน เพราะเชื่อมั่นในประเทศไทย และบอกว่าขณะนี้แรงงานชาวกัมพูชาลดความกังวลเรื่องข่าวลือต่างๆแล้ว แต่ขอเดินทางกลับไปบอกญาติพี่น้องในฝั่งเขมรให้ทราบก่อน
ล่าสุดมีรายงานว่าตั้งแต่วันที่ 1-18 มิ.ย.มีแรงงานชาวกัมพูชาเดินทางกลับประเทศผ่านด่านพรมแดนอรัญประเทศแล้ว รวมทั้งหมด 91,675 คน สำหรับเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ตม.สระแก้วมีการผลักดันกลับ จำนวน 7,441 คน ส่วนวันที่ 19 มิ.ย.แรงงานเขมรที่กลับกับขบวนรถไฟที่ 275 จำนวน 9 โบกี้ จำนวน 500 คน
ทั้งนี้มีข้อมูลว่า คสช.ร่วมกับกระทรวงแรงงาน ได้กำหนดให้ด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นศูนย์กระจายแรงงานต่างด้าวที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทย ในลักษณะ One Stop Service เพื่อจะให้แก้ปัญหาแรงงานเถื่อนหมดไป โดยเฉพาะแรงงานยากจนจะได้มีสิทธิเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย ไม่ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบ และผู้ประกอบการก็จะได้ไม่ต้องถูกรีดไถด้วย
นายสี ทา อายุ 54 ปี แรงงานกัมพูชา กล่าวว่า ปัญหาแรงงานต่างด้าวที่เดินทางกลับประเทศ เป็นการเข้าใจผิดของแรงงานต่างด้าว จากการสอบถามทหารแล้วไม่เป็นอย่างข่าวลือเลยไม่ได้มีปราบปรามแรงงานต่างด้าวตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด โดยแม่ตนเองโทรให้กลับบ้านว่าตนจะได้รับอันตรายจากการกวาดล้างของทหาร แต่ตนมาเจอกับเจ้าหน้าที่แล้วไม่รู้สึกกลัวก็เลยอยากกลับไปทำงานในประเทศไทยต่อ สำหรับที่ คสช. จะตั้งศูนย์กระจายแรงงานต่างด้าวที่ด่านพรมแดนอรัญประเทศ เป็นเรื่องที่ดีที่แรงงานกัมพูชาที่ยากจนก็จะได้มีสิทธิเข้าไปทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย เชื่อว่าหากไทยเปิดศูนย์ฯ นี้เมื่อไร ชาวเขมรนับหมื่นคนจะแห่มาขอลงทะเบียนเพื่อกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างแน่นอน
กัมพูชาจ่าย160ล้านจัดบริการฉุกเฉินรองรับคนกลับ
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ รายงานในวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ย.นี้ โดย อ้างการเปิดเผยของรองนายกรัฐมนตรี เค คิม ยาน ระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ใช้จ่ายเงินถึง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 160 ล้านบาท ในการจัดอาหาร น้ำดื่ม เวชภัณฑ์ และรถขนส่งกลับภูมิลำเนาฟรี รองรับประชาชนราว 200,000 คน ที่เดินทางกลับจากประเทศไทยในช่วงเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายยานกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธ ขณะตรวจเยี่ยมชาวกัมพูชาที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน เดินทางกลับประเทศเพราะตื่นกลัวการกวาดล้างแรงงานผิดกฎหมายของรัฐบาลทหารในไทย ที่ด่านชายแดนปอยเปต ว่า ค่าใช้จ่ายดังกล่าวยังไม่รวมถึงเจ้าหน้าที่อีก 2,000 คนที่ลงพื้นที่ เพื่อดูแลช่วยเหลือประชาชน ทั้งนี้เขากล่าวปราศรัยกับคนงานเหล่านี้ว่า ประเทศกัมพูชาเองกำลังต้องการ "คนงานครึ่งล้านคน" โดยบอกว่า "ขอให้คิดถึงการหางานทำในประเทศ ซึ่งไม่มีความเสี่ยงต่างๆ เป็นงานใกล้บ้าน และอยู่ในประเทศของท่านเอง."



